เอกสารการจัดการความรู้ฉบับนี้          จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนถ่ายทอดความรู้การแปรรูปผลผลิตเกษตรซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตด้านการเกษตร    โดยการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น

                  ประเทศไทยปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้น  ดังนั้นจึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่โดยยึดหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง  เช่นเดียวกันกับการประกอบอาชีพด้านการเกษตรต้องลดต้นทุนการผลิต   ใช้วัสดุที่เหลือใช้ให้เกิดประโยชน์กับอาชีพมากขึ้น      และพัฒนาอาชีพเดิมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น      โดยการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า       ดังกลุ่มแปรรูปกล้วยบ้านสระน้อย    หมู่ 4   ตำบลนกออกอำเภอปักธงชัย   จังหวัดนครราชสีมา

                 ขอขอบคุณ  นางผิว   ดอนสระน้อย   พร้อมทั้งคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มที่ให้โอกาสเผยแพร่ความรู้กิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวในครั้งนี้

               กล้วยเป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักกันมานาน   มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิประเทศดังกล่าว     และมีการปลูกกล้วยกันมากมายหลากชนิด  ได้มีการแบ่งพันธุ์กล้วยและการใช้ประโยชน์  ออกเป็น 4 กลุ่ม   ได้แก่

                1.       ปลูกเพื่อใช้ใบ ได้แก่กล้วยตานี  กล้วยน้ำว้า    กล้วยตานีเป็นกล้วยที่นิยมปลูกใช้ใบมากกว่าเนื่องจากใบมีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย

               2.       ปลูกเพื่อรับประทานผลสด  ได้แก่กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า   ผลการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณผลผลิตกล้วย ปี 2538  พบว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้า   731,006 ไร่  ผลผลิต1,180,465  ตัน  ( กรมส่งเสริมการเกษตร 2540)

              3.       ปลูกเพื่อใช้ผลทำอาหารหรือแปรรูป  พันธุ์ที่นิยมได้แก่กล้วยน้ำว้า  กล้วยหักมุก  กล้วยหิน  กล้วยงาช้าง  กล้วยนางพญา  กล้วยที่เหมาะสำหรับทำอาหาร  เมื่อทำสุกโดยผ่านความร้อนจะทำให้รสหวานอร่อยกว่าทานผลสด

             4.       ปลูกเพื่อใช้เส้นใย   ได้จากส่วนที่เรียกว่ากาบกล้วย  พันธุ์กล้วยที่นิยมทำเส้นใยได้แก่กล้วยตานี  เนื่องจากมีความเหนียวกว่าเส้นใยกล้วยพันธุ์อื่น                    

                          อำเภอปักธงชัย     มีสภาพพื้นที่เหมาะกับการปลูกไม้ผลหลายชนิดรวมทั้งการปลุกกล้วย  ซึ่งเกษตรกรแทบทุกครัวเรือนนิยมปลูกกล้วยมาก  ทำให้ผลผลิตออกมาล้นตลาด   ขายไม่ได้ราคา    จึงได้มีการนำกล้วยมาแปรรูปเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร   ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปกล้วยบ้านสระน้อย  หมู่ 4   ตำบลนกออก    อำเภอปักธงชัย  จังหวัดนครราชสีมา   ได้มีการแปรรูปกล้วย( กล้วยเบรกแตก)   และพัฒนาการแปรรูปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ   ทำให้กลุ่มแม่บ้านและสมาชิกกลุ่มอาชีพและมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง    

 

                                                                                              เนื้อหา

                        ป้าผิวเจ้าของภูมิปัญญา                                                                                        ไสกล้วย                                                                                   

         ทอด

            

           

                                              บรรรจุภัณฑ์        

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การทำกล้วยเบรกแตก

 

สูตรการทำกล้วยเบรกแตก

อุปกรณ์ที่ใช้

-          เตาแก๊ส

-          กระทะ

-          ไม้สำหรับคนกล้วย

-          ถาด

-          ตะแกรงตักกล้วย

-          กระดาษฟางซับน้ำมัน

วัสดุที่ใช้

 กล้วยน้ำว้าสุกเหลืองแก่จัดหวีใหญ่ ( 16 ลูก )                             4              หวี

 น้ำมันพืช

ขั้นตอนและวิธีทำ       

1.       ปอกกล้วย  แล้วใช้เครื่องไสกล้วยรองด้วยภาชนะพลาสติก

2.       กระทะเบอร์ 28 นิ้ว  ใส่น้ำมันตั้งไฟให้ร้อน  

3.       เทกล้วยที่ไสแล้วลงในกระทะใช้ไม้ปลายแหลมคอยคนกล้วยไว้เรื่อยๆ  ประมาณ 20 นาที  กล้วยจะสุกเหลืองได้ที่

4.       ใช้ตะแกรงตักกล้วยขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน  เทลงถาดที่ปูด้วยกระดาษฟางซับน้ำมัน

5.       เกลี่ยกล้วยให้กระจายไม่ให้กล้วยติดกัน  ทิ้งไว้ให้เย็น

6.       บรรจุลงถุงพลาสติค  ปิดปากถุงไม่ให้อากาศเข้า

                  การที่จะทำให้กล้วยเบรกแตก    มีรสชาติหวาน    กรอบอร่อยนั้น  นางผิว  ดอนสระน้อย  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วย    ซึ่งดำเนินกิจกรรมแปรรูปกล้วย   มาเป็นเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว    ได้กล่าวว่าต้องใช้วิธีสังเกตดูกล้วยว่าสุกได้ที่หรือยัง   ถ้ากล้วยสุกไม่ได้ที่นำมาแปรรูปจะได้กล้วยที่รสชาติไม่อร่อยและไม่หวาน     การที่จะนำกล้วยมาแปรรูปให้มีคุณภาพดี    จึงจำเป็นต้องสังเกตุดูให้กล้วยสุกเต็มที่จึงนำมาแปรรูปได้