อันตำแหน่งเราต่างมีนี้หัวโขน ยื้อแย่งโยนอาวรณ์เพราะอ่อนไหว

        

 

                            หัวโขน

 " ถ้าคุณแม่ได้เป็น ผอ.โรงเรียน คุณแม่จะทิ้งลูก ๆ แบบคุณพ่อหรือเปล่าครับ"   เป็นคำถามของลูกชายคนโต  หัวอกแม่อย่างฉันกลืนความเจ็บปวดให้มิดที่สุด  ฉายยิ้มทั่วใบหน้า  เอามือซ้ายขวาโอบไหล่ลูกชายทั้งสอง  ย่อตัวลง  พูดโดยไม่เสียเวลาคิดสักนิด

         "ตกลง.....แม่ไม่สอบแล้วจ้ะ"  แล้วเราสามคนแม่ลูกก็ไม่พูดเรื่องนี้กันอีกเลย  ตอนนั้นฉันยังคิดแต่เพียงว่า ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก จะสอบ ผอ.ก็เพื่อลูก  เพราะตัวเองก็มีสิทธิ์สอบ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารครบถ้วน  ประกอบกับว่า กลับบ้านที่สงขลาคราใด  พ่อ แม่ ญาติพี่น้องมักถามเสมอว่า จบปริญญาโทตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่ได้เป็น ผอ. อีก  ฉันก็คร้านที่จะอธิบาย

         ต่อมา....ขณะที่ทานข้าวมื้อค่ำกัน  ลูกชายก็ถามว่า " แม่ครับ...แม่ย้ายมาอยู่โรงเรียนใกล้บ้านเราได้มั้ย  ลูกเป็นห่วงเวลาแม่ขับรถกลับบ้าน  วันนี้แม่ของเพื่อนลูกที่โรงเรียน โดนรถชนตาย" ในที่สุดฉันก็ต้องย้ายมาอยู่โรงเรียนใกล้บ้าน จากโรงเรียนใหญ่มาอยู่โรงเรียนเล็ก ๆ เด็กร้อยกว่าคน 

จากเคยสอนนักศึกษามหาวิทยาลัย  เคยสอนเด็กมัธยม มาสอนเด็กเล็ก ๆ ซึ่งเป็นปัญหากับฉันมาก(จะเล่าให้ฟังในบันทึกต่อไปนะคะ)  แต่เมื่อคิดว่าเราได้ทำทุกอย่างเพื่อลูก ได้มีเวลาอยู่กับลูกมากขี้น  ได้มอบความอบอุ่นชดเชยการขาดความอบอุ่นจาก "พ่อ"  ฉันก็มีความสุขใจ  ตำแหน่งใด ๆ ก็ไม่ปรารถนา ทุกวันนี้จึงอยู่อย่างมีความสุข อยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่แบบพอเพียง พร่ำสอนลูกให้เขามีคุณธรรมนำความรู้ ไม่เคี่ยวเข็ญให้ลูกเก่ง  แต่จะเคี่ยวเข็ญให้ลูกเป็นคนดี โตขึ้นจะต้องเป็นสุภาพบุรุษที่รับผิดชอบครอบครัว และที่สำคัญ ทำให้ฉันคิดได้ว่า

       

หนุ่มน้อยเสื้อเหลืองนั่นแหละ....คือแรงบันดาลใจทั้งหลายทั้งปวงของครูตาล

          อันตำแหน่ง  ขีดขั้นดาว  เขาสมมุติ        ที่สูงสุด  ยศชั้น  นั้นอย่าถือ

หากหลงผิด  ติดยึดไว้  ในกำมือ                     นั่นก็คือ  กิเลส  เหตุกลุ้มใจ

            หลงติดยึด  ติดใจ  ในตำแหน่ง          ต่างยื้อแย่ง  แข่งขัน  กันไปไหน

ทั้งหัวหน้า  ผู้อำนวยการ  นั้นของใคร                เห็นที่ใหญ่  กว่านี้  ถึงที่ตาย

            อธิบดี  ปลัด  รัฐมนตรี                 นายพลมี  นายพัน  นั้นมากหลาย

ออบอจอ  สอสอ  หมอทนาย                        ถึงสุดท้าย  สูงเด่น  เป็นสามัญ

            ที่ไขว่คว้า  ถือตัว  นั้นหัวโขน           ผลัดกันโยน  ยื้อแย่ง  ต่างแข่งขัน

ล้วนกิเลส  ตัณหา  สาระพัน                         หน้าที่นั้น  ต่างหาก  สร้างคนดี

            ถือสันโดษ  สมถะ  ละกิเลส             ตรองดูเหตุ  ปัจจัย  ในศักดิ์ศรี

ให้ยึดมั่น  ประกอบกรรม  สร้างความดี               ยึดหน้าที่  ทำไป  ให้ดีเทอญ

            ถึงสุดท้าย  ตายดับ  ลับโลกนี้            คุณความดี  สถิตย์มั่น  คนสรรเสริญ

เมื่อยามอยู่  อยู่คู่ไทย  ได้จำเริญ                      เสียงสรรเสริญ  ลูกหลาน  ท่านภูมิใจ

            อันตำแหน่ง  เราต่างมี  นี้หัวโขน         ยื้อแย่งโยน  อาวรณ์  เพราะอ่อนไหว

เห็นคนสวม  ก็ต้องวาง  ต่างต้องไป                  ไม่มีใคร  ยึดไว้  ได้ติดตัว

            อนิจจัง  สังวรณ์ไว้  ไม่เที่ยงแท้          ของเปลี่ยนแปร  แค่หัวโขน  คนสวมหัว

สิ่งสมมุติ  เพียงภาพ  ฉาบทาตัว                     อย่าเมามัว  หลอกตัวเอง  เร่งทำดี

 หัวโขน : ประพันธ์โดยคุณวิโรจน์ พูลสุข แห่ง www.be5000