ทั้งสองศาสดาต่างก็เรียกร้องไปสู่ทางสายกลางเช่นกัน

                พระพุทธเจ้าตรัสรู้เมื่ออายุได้ 35 ปี ในขณะที่ศาสดามุฮัมมัด ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสดา เมื่ออายุ 40 ปี เวลา สถานที่ ตลอดจนวัฒนธรรมของทั้งสองศาสนา จะมีแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน แต่ท่านศาสดาทั้งสอง ต่างก็ยืนยันว่า สิ่งที่ตนเองนำมาเสนอ แก่มนุษยชาตินั้น เป็นทางสายกลาง หรือพระพุทธเจ้าเรียกสิ่งนี้ว่า มัชเฌนธรรม ส่วนท่านศาสดามุฮัมมัด ก็กล่าวศาสนาที่ตนนำเสนอแก่มนุษยชาตินั้นเป็นศาสนาที่ถูกประทานโดยพระผู้เป็นเจ้า และถือเป็นทางสายกลางที่เที่ยงตรง หรือสิรอตอนมุสตะกีม และเรียกบุคลที่ดำเนิชีวิตไปตามวิถีทางนี้ว่า อุมมะตุนวะสะฎอน หรือ ประชาชาติที่ดำเนินชีวิตไปบนเส้นทางสายกลางคงเป็นเรื่องที่ยากที่จะพูดว่า มัชเฌนธรรมและ สิรอตอนมุสตะกีม เป็นทางสายเดียวกัน แต่เราต้องยอมรับ ในหลักการเบื้องต้นว่า ท่านศาสดาทั้งสองมีความเชื่อว่า สัจธรรมที่นำเสนอเป็นสัจธรรมที่จะนำมวลมนุษยชาติ ไปสู่ความสงบสุขเหมือนกัน

                ข้อแตกต่างของทั้งศาสดาทั้งสองที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ พระพุทธเจ้านั้นมีความเชื่อว่า พุทธกิจที่พระองค์ทรงบำเพ็ญนั้น จะสำเร็จผลดีที่สุดก็ด้วยการทำงานในเพศบรรพชิต หรือในฐานะนักบวชที่สละชีวิตการครองเรือนเท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้เอง ภารกิจของพระองค์จึงได้ชักชวนผู้คนจำนวนมากให้สละความมั่งมี และความสุขทางโลกออกบวชศึกษาจนเข้าถึงสัจธรรมของพระองค์ แล้วจาริกไปทั่ว พบผู้คนทุกชั้นวรรณะ ส่วนผู้ที่ยังไม่พร้อม ที่จะเสียสละออกบวชก็สามารถครองเรือน และช่วยเป็นกำลังในการบำเพ็ญกรณียกิจฝายสงฆ์ภารกิจทั้งมวลนี้ โดยสรุปก็คือ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลาย

                ส่วนศาสดามุฮัมมัดนั้น เชื่อว่าภารกิจในการทำประโยชน์แก่มนุษยชาตินั้น สำเร็จได้โดย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพนักบวช ภารกิจของท่านศาสดามุฮัมมัดนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกร้องมนุษยชาติมาสู่ความเชื่อความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว หันเหชีวิตออกจากความไม่มีศีลธรรม มาสู่การดำเนินชีวิตไปสู่ศีลธรรม ไม่จำเป็นต้องสละความมั่งมีหรือชีวิตในทางโลก เพื่อเข้าถึงสัจธรรม ถึงแม้คำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัดจะเน้นความสำคัญในการใช้ชีวิต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบวช แต่ชีวิตของท่านเองก็อยู่อย่างเสียสละและมิได้ครอบครองวัตถุสิ่งอะไรมากมาย  ชีวิตเรียบง่ายสมถะนั้นเป็นชีวิตที่ไม่แตกต่างจากนักบวชมากนัก เพียงแต่ท่านมีชีวิตอย่างคนธรรมดา คือมีครอบครัว มีภรรยา และบุตรเท่านั้น......

(ติดตามตอน 3 ต่อไป บทความนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะชี้ว่าศาสนาใดดีกว่าศาสนาใด แต่ต้องการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน วิเคราะห์นำสิ่งที่เหมือนและแตกต่างกัน เพื่อให้บรรดา ศาสนิกทั้งหลายจะได้เข้าใจกัน อันจะนำมาสู่ความสมานฉันท์อย่างแท้จริง)