สุขภาวะของนักศึกษาคือ การจัดการความคิดอย่างมีระบบและกระทำกิจกรรมที่มีคุณค่าแก่ชีวิตของตนเองและผู้อื่น

ขอบคุณคณะกรรมการฝ่ายกิจการนักศึกษา ที่ให้โอกาสผมได้คิดและถ่ายทอด "แนวคิดการจัดการตนเองในรูปแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงกิจกรรมบำบัดจิตสังคม" แก่นักศึกษาคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ม.มหิดล จำนวน 300 คน เมื่อวันพุธที่ 26 พ.ย. 2551 เวลา 13.30-16.00 น. ณ ห้อง Auditorium ตึกคณะกายภาพบำบัดฯ ศาลายา

บรรยากาศนักศึกษาปี 1-3 อาจารย์และเจ้าหน้าที่รวม 10 ท่าน ทำให้ผมตื้นเต้นและพยายามค่อยๆถ่ายทอดโดยเน้นแนวคิดข้างต้น ทั้งนี้การบรรยายเพื่อกระตุ้น "การจัดการความคิดของนักศึกษา" จะค่อยๆเริ่มขึ้นจากการนำข้อมูลผ่านการทำกิจกรรมหลากหลายมิติ เช่น การฝึกระดมความคิดดังๆ แบบกลุ่ม (Buzz group) การวิ่งหากลุ่มคละชั้นปี การอ่านบทความเชิงคติชีวิต (อ่านในใจและอ่านออกเสียง) การฟังประเด็นและคิดวิเคราะห์ตอบคำถามจาก Slide การคิดตอบในใจแล้วเขียนประเด็นที่จะนำไปใช้บนกระดาษว่างๆ 1 แผ่นในเวลาสั้นหลังจากชม VDO CLIP (เช่น ทำดีเพื่อในหลวงและแผ่นดินไทย เวลาที่มีคุณค่า การช่วยเหลือผู้มีพระคุณ) จนถึงการร้องฟังเพลงในใจหรือเป็นทีมพร้อมนำสาระชีวิตจากเพลงมาสู่การวางแผนพัฒนาตนเอง (เพลงมงคลชีวิต 38 ประการ เพลงไม่ท้อ) การฝึกเคล็ดลับเพื่อสุขภาวะและการฝึกตั้งเป้าหมายจัดการความดีในตนเอง

ตอนสุดท้ายเราจัดประกวด "ความคิดจัดการตนเอง" เล็กจากการคัดเลือกความคิดของนักศึกษาที่ถ่ายทอดสู่กระดาษ A4 ว่าจะวางแผนจัดการตนเองอย่างไรให้ทำกิจกรรมและชีวิตให้มีคุณค่า จากผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษาทุกคนผ่านสายตาคณาจารย์ผู้ตัดสินจนเหลือ 10 คนเพื่อให้ขึ้นพูดเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักศึกษา และคัดเหลือ 3 คนสุดท้ายเพื่อตอบและแสดงความคิดเห็นจากคณะกรรมการ 3 คน (คล้ายๆ เวทีประกวด The Star หรือ AF) และมอบรางวัลเป็นตั๋วเข้าสวนสยามฟรีแก่ผู้ที่ได้ลำดับ 1-2-3 ครับ

 

"ผมมีความสุขมากที่เห็นความคิดของนักศึกษาทั้งหมดที่ได้พัฒนาศักยภาพจากการจัดการความคิดโดยเทคนิคกิจกรรมบำบัดจิตสังคมเพียงเล็กน้อยใน 3 ชั่วโมงเต็มครับ"

เราลองมาอ่านผลงานของนักศึกษาที่ได้รางวัล 3 คนสุดท้ายกันครับ

รางวัลที่ 3 นศ. กายภาพบำบัด ชั้นปีที่ 2 

นักศึกษาเขียนเป็น Mind Mapping มี 3 ประเด็น ได้แก่

1. สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง - เพิ่มจุดแข็ง  (จัดการปัญหาด้วยตนเอง ใช้เงินให้ประหยัด ถ้าทำสิ่งที่ชอบก็จะตั้งใจ)

2. สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง - ลดจุดอ่อน (ลดน้ำหนัก ติดอ่านนิยายการตูนมากเกินไป บางครั้งตั้งใจเรียนไม่มากพอ นอนมากเกินไป ขี้เกียจ ตามใจตัวเองมากเกินไป)

3. วางแผนชีวิตในหนึ่งปี (ตั้งใจเรียนให้เกรดสูงขึ้นโดยอ่านหนังสือและตั้งใจเรียน ต้องมีเงินเก็บทุกเดือนโดยวางแผนการใช้เงินและจดบันทึกรายรับรายจ่าย และจัดการปัญหาด้วยตนเอง (ให้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้นและผ่อนคลาย) 

รางวัลที่ 2 นศ. กายภาพบำบัด ชั้นปีที่ 1

นักศึกษาเขียนเป็นหัวข้อชัดเจนถึงสิ่งที่จะนำมาพัฒนาตนเอง ได้แก่

1. ทักษะการจัดการเวลา: หนูจะวางแผน แบ่งเวลา แยกแยะเวลา ว่าเวลาไหนควรทำอะไร กำหนดขอบเขตของกิจกรรมที่ทำ

2. ทักษะการจัดการแผนงาน: บางครั้งหนูรู้สึกว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่ต้องทำ จนบางครั้ง ไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรก่อน หนูแก้ปัญหาโดยการเขียนแผนงาน สิ่งไหนที่จำเป็นก็ทำก่อน สิ่งไหนที่สำคัญรองลงมาก็ทำทีหลัง

3. ทักษะการจัดการอุปสรรค: อุปสรรคมีไว้ให้แก้ แต่จะต้องคิดหาวิธีแก้ที่ดีที่สุดเพื่อให้สามารถแขอุปสรรคให้ลุล่วงไปได้

4. ทักษะการจัดการอารมณ์: นิ่ง มีสมาธิ มีสติ คือ การจัดการอารมณ์ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

5. ทักษะการจัดการสิ่งแวดล้อม: ใช้ทรัพยากรทุกๆอย่างให้คุ้มค่า คิดก่อนใช้ คิดก่อนทิ้ง

6. ทักษะการจัดการสัมพันธภาพ: แลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนรอบข้าง ถามเขาว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากที่สุด ชีวิตเราจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข

7. ทักษะการจัดการเรียนรู้: พยายามใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ เพราะความรู้อยู่รอบตัวเรา อยู่ที่ตัวเราเองว่าจะใส่ใจดับสิ่งรอบข้างมากน้อยเพียงใด

รางวัลที่ 1 นศ. กายภาพบำบัด ชั้นปีที่ 3

นักศึกษาบรรยายความรู้สึกนึกคิดตลอดลำดับเนื้อหาสาระที่ผมบรรยาย มีการบันทึกอย่างเป็นระเบียบตามกิจกรรมระหว่างการบรรยาย ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปขยุกขยิกในความมืด การวิเคราะห์ตนเอง (ดูจาก Slide ข้างล่าง) เต็มหน้ากระดาษ A4 แบ่งออกเป็นเนื้อหาแบ่งครึ่งซ้ายขวา อ่านเป็นระเบียบมากครับ ทราบมาว่านักศึกษาท่านนี้เรียนเป็นที่หนึ่งของชั้นปีครับ

ผมเลยขอตัดตอนที่น่าสนใจมาบันทึกไว้ตรงนี้

"สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกได้เลยเมื่อเห็นคือหัวใจที่รักประชาชนของในหลวง ผู้ซึ่งถือว่ามีชีวิตที่สบายที่สุด แต่ทรงเลือกที่จะลำบากเพื่อประชาชนของท่าน...เราที่เป็นคนไทยคนหนึ่งจึงควรรำลึกเพื่อหน้าที่ของเราให้เต็มที่เหมือนกัน ที่พระองค์ทรงทำเป็นแบบอย่าง เพื่อสิ่งดีๆจะได้ส่งต่อไปยังผู้อื่นได้อีก"

"บางครั้งเราก็เห็นแต่ตัวเราหรือเปล่า เข้มงวดกับตัวเองมากไปไหม คิดถึงคนที่เรารักและรักเราบ้างไม่ดีกว่าหรือ"

แผนจัดการตัวเองในหนึ่งเดือนเพื่อความสุขในทุกๆวัน

1. จัดเวลาพักผ่อนให้ตัวเองอย่างน้อยวันละ 1 ชม. ให้เวลากับคนรอบข้าง 1 ชม. ให้เวลากับคนที่อยู่ที่บ้าน 1 ชม. ให้เวลากับหน้าที่การเรียน 4 ชม. (หลังเลิกเรียนแล้ว)

2. ต้องมีเวลานั่งดูจิต ดูตัวเองก่อนนอน อย่างน้อยวันละ 10 นาที

3. จัดแผนตารางการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนเพิ่มเติมอย่างสบายๆ ไม่เครียดจนเกินไป ได้อย่างทันเวลาสอนและสามารถจดจำไปใช้ในชีวิตได้ด้วย

4. ยิ้มกับตัวเองทุกวัน ยิ้มกับตัวเองเมื่อท้อหรือทุกข์ใจ ยิ้มให้กับคนอื่นมากขึ้น

5. มีเวลาแต่งห้องแบบที่ชอบบ้าง มีเวลาทำงานอดิเรก เช่น วาดรูป ถ่ายรูปบ้าง อย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

6. กลับบ้านไปหัดกอดแม่ พ่อ ยาย น้า ให้เป็น

7. ยิ้มให้เพื่อนๆ รอบตัว พูดคุยกับเพื่อนๆบ้าง อย่าตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อนบ่อย

8. ทำทุกอย่างอย่างมีสติ เป็นเครื่องชี้ทางพูด ทำ คิด อย่างมีสติ มีเหตุผล ไม่ประมาทในชีวิต หมั่นเร่งทำความดี

9. ทำทุกวันให้ดีที่สุด ทำเท่าที่ตัวเราจะทำได้

10. มีความสุขและเรียนรู้ชีวิตอย่างคุ้มค่า

ขอบคุณน้องนักศึกษาทั้งหมดที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้จนเราไม่ปฏิเสธที่จะพัฒนา "จัดการศักยภาพและการเรียนรู้ภายในตนเอง (Tacit Knowledge) สู่การใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าด้วยศีล สมาธิ และปัญญา (Explicit Knowledge for Well-being and Good Manner of Sprituality)"