DAY 2 Wed. 15 Oct. Tokyo
เมื่อคืนเห็นโตเกียวในความมืดเพราะมาถึงเย็นมาก วันนี้ตั้งใจซอกซอนไปเท่าที่มีแรง
-
ตื่นเช้าเปิดม่านดูว่าข้างนอกเป็นอย่างไร ปรากฏว่าอากาศแจ่มใส ไม่มีฝน และเห็นว่าโรงแรมนี้ติดกับ Ueno Parkอันมีชื่อเสียง สวนอูเอโนะนี้จะว่าไปแล้วก็คืออยู่ข้างบนของสถานีเคเซ หากออกจากสถานีเคเซ ออกไปทางซ้ายเดินไปอีกนิดก็ถึงสถานี JR Ueno นับว่าเป็นย่านที่สะดวกในการไปไหนๆ

ทานอาหารเช้าที่โรงแรม เสียเงินเอง เสร็จแล้วก็ไปเดินชมสวนอูเอโนะซึ่งยาวและกว้างใหญ่มาก ผู้คนนิยมไปเดิน ไปนั่งเล่นกัน มีผู้คนทุกวัย รวมทั้งสุนัข แมว และอีกาซึ่งมีเป็นฝูง ดูน่ากลัวเพราะอีกาที่นี่ตัวใหญ่ แถมไม่กลัวคน มีคนบอกว่าหากใครไปทำร้ายหรือมีท่าทางไม่เป็นมิตรกับมัน มันจะมีพวกมารุมเชียวล่ะ ในบริเวณนั้นมีสวนสัตว์ มีวัด มีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศิลปะหลายแห่งในละแวก เราได้แค่เดินชมไปเรื่อยๆซึมซับบรรยากาศ ใบไม้ที่นี่ยังไม่ค่อยเปลี่ยนสีเท่าไหร่ค่ะเขียวๆอยู่เลยค่ะ
หน้าซากุระบานที่สวนแห่งนี้จะมีคนมาขนาดนี้เชียวหรือ ภาพนี้อาจารย์ Handy ส่งมาให้ชม ทำให้ต้องรีบวางแผนครั้งหน้าเลยค่ะ มีคนบอกว่าเทศกาลชมดอกซากุระเขาเรียกว่า Hanami ชื่อนี้คนไทยคุ้นมากค่ะ

ต้องไม่พลาดการถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ ท่าน Saigo Takamori ซึ่งอยู่ในบริเวณสวนอูเอโนะ ปากทางเข้าทิศใต้ ท่านผู้นี้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูยุคเมจิ
-
ประทับใจที่ต้นไม้เขาต้นใหญ่ๆทั้งนั้น ชอบต้นแปะก๊วย หรือ อิโจใบสวยแปลก แต่ลูกที่ร่วงเกลื่อนพื้นนั้นมันสุกเน่า เหม็นนะ (ช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายนใบจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลืองสุกอร่าม เขาจัดเป็นเทศกาลชมใบอิโจกันด้วย) และมีต้นซากุระที่ดอกหมดแล้วเป็นแถวเรียงราย(บานเดือนเมษายน-พฤษภาคม)


โชคดีไปเจอเขามีงานแบบสินค้าโอทอปญี่ปุ่น มีสารพัดทั้งของสด ของแห้ง หัตถกรรม ถ้วยชาม ได้ชมเพลินแต่ไม่คิดจะซื้ออะไร ต้องเดินทางอีกเยอะ
-
ออกจากสวนเดินไปสถานี JR ซึ่งอยู่ถัดจากสถานี Keisei คือเป็นคนละบริษัทกัน จัดการแลกตั๋ว Japan Rail Passหรือ JR Pass ซึ่งเราต้องจ่ายเงินจากเมืองไทยได้เป็นใบสั่งซื้อ เขาให้สิทธิ์เฉพาะคนที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เท่ากับเป็นบัตรอภิสิทธิ์ของเรา ถึงญี่ปุ่นแล้วจึงนำพาสปอร์ตที่ประทับตราวิซ่าแล้วพร้อมใบสั่งซื้อไปแลกเป็นบัตร JR Pass ซึ่งเราต้องบอกว่าจะเริ่มใช้วันไหนแล้วนับต่อไปเลยจนครบวันที่ระบุเช่นกรณีของเรา ซื้อแบบ 7 วัน เราจะเริ่มใช้เมื่อวันที่ออกจากนิกโก้(18-24 Oct.) ใช้เดินทางไกลๆจึงจะคุ้มค่ะ
-
เสร็จแล้วก็เดินวนกลับโรงแรมเพื่อย้ายไปพักย่าน Asakusa จองโรงแรม Sunroute Asakusa เอาไว้แล้ว อยู่ริมถนนใหญ่ โรงแรมดี สะอาด พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ดีและบริการดีมีน้ำใจค่ะ ไม่รังเกียจที่ต้องย้ายโรงแรมเพราะโรงแรมนี้อยู่ใกล้ย่านที่เราจะต้องไปเที่ยวอยู่แล้ว และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟของบริษัทโทบุ ที่เราจะนั่งไปนิกโก้ด้วยค่ะ
-
เอากระเป๋าเก็บที่โรงแรมใหม่เสร็จ ก็ไปลุยกันต่อ เดินจากโรงแรมไปวัดอะซาคุสะแคนนอน โอยสนุกกับการชมร้านรวงต่างๆกว่าจะเดินถึงวัด

ไปวัดอาซาคุสะเป็นช่วงจะมีเทศกาลชมดอกเบญจมาศพอดี แต่เราไปเร็วยังจัดไม่เสร็จแต่ก็ตื่นตาตื่นใจกับผู้คน พอถึงทางเข้าวัดได้เจอกับโคมญี่ปุ่นอันเบ้อเริ่มที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปด้วย เขาเรียกว่า Kaminarimon แปลว่า ประตูสายฟ้า (Thunder Gate) ซึ่งเป็นประตูชั้นนอก พอผ่านประตูนี้เข้าไปเป็น shopping street ชื่อว่า นากามิเสะ Nakamise ระยะทาง 200เมตรแต่เขาจัดการได้อย่างมีรสนิยมมาก ไม่เข้าไปรกตาในบริเวณวัดเลย ก่อนที่จะถึงตัววัดมีประตูใหญ่ชั้นในอีกทีประตูนี้ก็มีโคมไฟแต่ใหญ่ไม่เท่าประตูชั้นนอก
เข้าไปในวัดมองหาเจ้าแม่กวนอิม ค่อนข้างมืด มองไม่ค่อยเห็น คนก็มาก แล้วก็ไม่เห็นอยู่ดี เพื่อนๆบอกว่าองค์เล็กๆ ได้แต่ทำความเคารพด้วยใจก็แล้วกัน

ชมวัดเสร็จก็เดินดูร้านรวงและหาร้านสำหรับมื้อกลางวัน ตอนที่แล้วเห็นรูปอุด้งชามโต ตอนนี้ให้ชมอาหารอื่นที่สมาชิกในกลุ่มเลือก อร่อยทุกอย่าง และดูขนาดซะก่อน พวกอาหารเป็นน้ำเขายกซดกันนะคะ พี่ไทยจะต้องเรียกหาช้อน ได้มาคันเท่าทัพพี
-
อิ่มแล้วเราไปจัดการซื้อตั๋วรถไฟพิเศษของบริษัท Tobu บริษัทอยู่ไม่ไกลจากย่านวัดอะซะคุสะ แต่ไกลเกินจะเดิน เรานั่งแทกซี่ไปค่ะ ข้อดีอีกอย่างของการเดินทางหลายคนคือช่วยกันแชร์ ค่าแทกซี่ รถไฟที่เราอยากนั่งเป็นขบวนด่วนจำกัดLimited Express ชื่อ Spacia เป็นรถหรูเชียวค่ะ (ค่ารถคนละราวแปดร้อยบาทกว่า) และวิ่งคนละรางและคนละเส้นทางกับรถไฟ JR ในการไปเมืองนิกโก้ แต่พอไปถึงเมือง นิกโก้ สถานีเขาก็อยู่ไม่ไกลกัน
จัดการเรื่องตั๋วรถไฟวันพรุ่งนี้เสร็จก็บ่ายแล้วเราก็ลุยต่อด้วยการชวนกันไปนั่งSky Bus ให้รถพาเราวนเวียนไปตามสถานที่สำคัญของเมืองโตเกียว ได้เห็นอย่างนี้ก็พอสมควรแก่วัย เพื่อนอีกคนไม่ให้วัยเป็นอุปสรรคกับความอยากเห็นวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวและแสดงอะไรแปลกๆย่านฮาราจูกุ ไม่ว่ากันค่ะ ไปก็ไป โชคไม่ดีที่ฝนโปรยและมันมืดเร็วมาก เลยไม่ได้เห็นอะไรมันๆอย่างที่คาด แล้วเลยหามื้อค่ำทานกันในย่านนั้น

-
สรุปแล้วสองคืนหนึ่งวันในโตเกียวเราก็ได้ความประทับใจ ได้เห็นอะไรๆมากพอควร ขาล่องใกล้วันกลับจะได้กลับมานอนโตเกียวอีกสามคืน ค่อยว่ากันใหม่ วางแผนว่าจะพักย่านชินจูกุ Shinjuku ซึ่งเป็นย่านคึกคักมาก
พรุ่งนี้จะออกจากโตเกียว ไปเมืองนิกโก้(Nikko) ตื่นเต้นมากเพราะได้ยินแต่ชื่อมานาน แถมเป็นช่วงมีงานเทศกาลทั้งสองวันที่เราจะพักที่นิกโก้
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
โอ๋ย ละลานตาจริงๆ ครับ
อิๆ อยากไป
ได้แวะร้านหนังสือบ้างไหมครับ
เจอนินจาบ้างไหมครับ อิๆๆๆ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีอีกรอบครับ
ตามมาชมทริปพี่ค่ะ มีความสุขจังนะค้า ชอบใบแป๊ะก๊วย รูปร่างสวยดี ผักที่เห็นนั่นมันไชเท้าหรือโกโบคะ น่ากินมาก อ้วนๆ ขาวๆ เลย
สวัสดีครับ พี่นุช
ติดไว้ก่อน ค่อยกลับมาอ่าน
ดูรูปสวยๆๆแล้ว
ขอบคุณมากครับ
อาจารย์ครับ
ผมขออนุญาตโพสภาพสวยๆ ในบันทึกนี้นะครับ
ดีใจครับที่ได้เจออาจารย์...
สวัสดีครับ
แวะมาชมภาพสวยๆ อิๆ ขอบคุณน้องเอกที่มาโพส
ตั้งใจเกาะติดสถานการณ์ทริปญี่ปุ่นตอนที่ 3 แต่มาจ๊ะเอ๋กับ..
ชอบมาก..ก..ก..ก..ก..ก..ก ค่ะ ^^ ขอบคุณคุณเอกด้วย อิอิ ว่าแต่ตอนที่ 4 จะเริ่มฉายเมื่อไหร่คะ? ค่าชั่วโมงเน็ตที่ปายแพงหง่ะ (คืนนี้ฟรี แต่พรุ่งนี้ที่พักใหม่ไม่มีอินเตอร์เน็ตในห้องเสียด้วย) สงสัยต้องรอให้กลับก่อนถึงจะได้ติดตามอ่านนิ
เมื่อกี้ตอบเกือบเสร็จทั้งหมด มือไวไปกดโดนอะไรไม่ทราบนิ๊ดเดียว หายไปหมดเลยค่ะ
เหตุการณ์บ้านเมืองวันนี้เลวร้ายยิ่งขึ้น ไม่ทราบว่าจะคลี่คลายได้อย่างไร ได้แต่สวดมนต์แผ่เมตตาให้โมหะจริต โทสะจริตของผู้คนเจือจางลงมากๆโดยเร็วค่ะ
แต่ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมากลัดกลุ้มจนจิตตกไปอีกคน ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในชีวิตประจำวันค่ะ
คิดเช่นอาจารย์
Handy ค่ะว่าเมื่ออะไรมันปลอดโปร่ง ผ่อนคลายจะกลับไปเยือนอีก ญี่ปุ่นมีเสน่ห์ผสมผสานวัฒนธรรมกับเทคโนโลยีได้อย่างกลมกลืนมากนะคะ นี่บอกคนข้างกายไว้แล้วค่ะว่าจะขอไปญี่ปุ่นให้ครบสี่ฤดู
ขอบพระคุณที่อาจารย์มาเติมข้อมูลเทศกาลชมดอกซากุระ มาแซวอาจารย์ปรีดา น่ารักเชียวค่ะ
คุณ
ธ.วั ช ชั ย ต้องตามไปดูนินจาในสวนสนุกค่ะ เช่น Edo wonderland เที่ยวนี้พี่ไม่ได้แวะร้านหนังสือเลยค่ะ แต่ครั้งก่อนได้แวะ ร้านหนังสือเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าคนชาตินั้นๆสนใจอะไรนะคะ เวลาพี่ไปต่างแดนก็ชอบแวะร้านหนังสือ แม้จะเป็นภาษาที่เราอ่านไม่ออก
อิ อิ มาชมภาพรอบหลัง ที่ว่าภาพสวยๆน่ะ ไม่ใช่ภาพจากญี่ปุ่นใช่มั้ยคะ (คนบ้ายอ)
ชอบใจวลีของอาจารย์
Preeda สนุกจังสตังอยู่ครบ.... ขอบพระคุณอาจารย์ที่ชมค่ะ ภาพคนญี่ปุ่นเยอะๆ มีให้ชมค่ะ ...ในตอนต่อๆไปนะคะ (หลอกให้ติดตามค่ะ ^___^ )
น้องซูซาน
Little Jazz นี่น่าจะชวนไปกับพี่จัง จะได้เป็นตาให้พี่ คนสูงวัย ตาไม่ค่อยดี สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคม Coin-operated machine จังคะ อะไรๆก็หยอดเหรียญ กดปุ่ม จนงงไปหมด
เจ้าโกโบคืออย่างไรพี่ไม่รู้จักค่ะ แต่นี่คงเป็นหัวไชเท้าแน่ๆ หัวใหญ่เท่าท่อนแขน ขาวอวบน่ากินมาก เวลาออกนอกเมืองจะเห็นเขาแขวนตากแดดห้อยเป็นแผงเลยค่ะ
บอกว่าชอบใบแปะก๊วย เลยขอมอบให้อีกภาพค่ะ
คุณน้อง
เกษตรยะลา มาอ่านได้ตามสะดวกค่ะ พี่ว่าจะทำเป็นเล่มแจกดีมั้ยคะ
ขอบคุณคุณเอก
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร มากค่ะ ฝีมือถ่ายภาพเยี่ยมจริงๆ ทำให้สิ่งที่ถูกถ่ายดูดีจัง จะขอใช้ภาพไปเปลี่ยนภาพประจำบล็อกนะคะ
ดีใจที่ได้พบกันอีกและได้ร่วมงานกันค่ะ
คุณต้อม
เนปาลี อยู่ปาย เที่ยวให้มีความสุขค่ะ อย่าเพิ่งมาอ่านบล็อกเลย อยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด สัมผัสอากาศแห่งหุบเขาและสายน้ำให้แช่มชื่นนะคะ
มาเติมข้อมูลวัดอะซะคุสะแคนนอน หรือวัดเซนโซจิ อีกนิดค่ะ เขามีตำนานเล่าว่า ในราวปีค.ศ.628 มีชาวประมงสองคนพี่น้องไปหาปลาในแม่น้ำสุมิดะ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของโตเกียว แล้วได้เทวรูปKannon, the goddess of mercy หรือ เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าแห่งความเมตตากรุณาขึ้นมาหลายครั้ง ทุกครั้งสองพี่น้องนี้ก็ทิ้งเทวรูปนี้กลับลงแม่น้ำ แต่เทวรูปก็จะกลับมาหาสองพี่น้องนี้เสมอ (สมัยนั้นคนคงไม่เห็นของเก่าว่ามีคุณค่าและมีราคาอีกด้วย หากเป็นสมัยนี้สองพี่น้องคงไม่ทิ้งเทวรูปลงน้ำตั้งหลายครั้ง) ดังนั้นจึงมีการสร้างวัดเซนโซจิ ตรงบริเวณที่ท่านกลับไปหาสองพี่น้องนี้
เดี๋ยวกลับไปจะเขียนเล่ามั่ง รับรองพี่ๆ จะต้องสงสารน้องตัวกลมๆๆ ฮือๆๆ ชีวิตรันทดเหลือเกิน ตั้งกะแพลนล่ม แม้กระทั่งเช้านี้ก็..ทั้งเจ็บและอาย เอ๊ะ..หรือพี่ๆ จะขำขันกับสิ่งที่ต้อมเจอกันนะ อืม......
วันนี้ที่กะว่าจะตะลอนๆ กลายเป็นว่าต้องอยู่อย่างสงบๆ แล้วเจ้า
มารายงานตัวก่อนนะคะว่าสนามบินปิด ดาวลูกไก่เลยพลาดทริปญี่ปุ่นของพี่นุชค่ะ เดี่ยวขอเวลาดีๆ จะแพคกระเป๋าเดินทางเริ่มต้นทัวร์บันทึกเที่ยวกับพี่นุชตั้งแต่เริ่มต้นนะคะ ช่วงนี้งานเข้าหนักมากเลยค่ะ
คุณต้อมเจ้า
เนปาลี ที่หัวเราะน่ะไม่ใช่เพราะอยากซ้ำเติมนะคะ ก็มันออกจะขำอย่างช่วยไม่ได้ นึกภาพน้องขี่มอเตอร์ไซค์มีคนซ้อนหอบเป้ใบใหญ่ อืม...มันไม่ใช่ภาพของสาวน้อยขี้อายเลยนะ
หวังว่าคงหายเจ็บแผลแล้วนะคะ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ต่อจากนี้จะโชคดีไปทุกอย่างค่ะ
คุณ
ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี จัดการงานให้เพลาๆลงก่อนแล้วค่อยทำใจสบายๆ จิบชาเขียวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันก็ได้ค่ะ
เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้น่าเศร้าใจมาก เชียงใหม่ก็ไม่พ้น นอกจากสวดมนต์ขอพรให้คนมีสติและปัญญาแก้ปัญหาที่ยุติความเสียหาย เราเองก็คงต้องประคองใจทำทุกสิ่งเบื้องหน้าเราให้ดีที่สุดนะคะ
เวลาพักใจมาเขียน มาอ่านเรื่องเพลิดเพลินบ้างก็ดีค่ะ
พี่นุชขา..
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ
ชอบใบแปะก๊วยจัง ตอนเอไปซากุระที่อุเอโนะใกล้จะโรยแล้ว
อ่านแล้วอยากไปญี่ปุ่นอีก อิอิ มีกิเลสอีกแล้ว
คราวที่แล้วไม่ได้ทานเครปเลย เห็นคนต่อคิวยาวมาก สู้ไม่ไหว
สุดท้าย..ภาพพี่นุช สวยมากค่ะ พี่นุชเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย
ถ้าได้มาที่ สวทช. พี่นุชคงตกใจน้องๆแถวนี้อ้วนขึ้นกันเป็นแถว อิอิ
พี่นุชขา..
มาตอบช้า แบบว่าตกหล่นน่ะค่ะ ขออภัยด้วยค่ะอาจารย์อ็อด