Five Minds for the Future
ผมกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเรื่อง Five Minds for the Future เขียนโดย Howard Gardner ผู้ประพันธ์หนังสือ Changing Mind, Frame of Mind, Multiple Intelligences และอีกมากมาย ผมเคยเขียนถึงหนังสือเล่่มหนึ่งของท่าน ตั้งชื่อบทความว่า "สรรพปัญญา นานาจิตตื่นรู้"
![]() |
Howard Gardner เป็น John H. and Elizabeth A. Hobbs Professor of Cognition and Education ณ Harvard Graduate School of Education รวมทั้งเป็น senior Director ของโปรเจคซีโร (Harvard Project Zero) ซึ่งอาศัยการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ตามแนวทางความถนัดเป็นหลัก โฮวาร์ด การ์ดเนอร์เคยได้รับรางวัล MacArthur Fellowship และปริญญากิตติมศักดิ์อีก 21 ดีกรี จากผลงานของเขาที่มีผลต่องานการศึกษา ศาสตร์ว่าด้วยการเรียนรู้ทั่วโลก |
ยังอ่านไม่จบดี แต่อยากคุยก่อน เพราะลำพังแค่ประเด็นที่เป็นโครงร่างของหนังสือเล่มนี้ ผมคิดว่ามีอะไรที่เราอาจจะนำมาเชื่อมโยงเรื่องราวของเราเองได้ไม่น้อยทีเดียว
"ปัจจุบัน" เป็นยุคที่มีโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างของสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้วิธีแก้ไขปัญหาเก่าๆ ความเชื่อ หรือแม้กระทั่งคุณค่าแต่เดิมบางอย่าง อาจจะเผชิญปัญหา และไม่สามารถจะแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแต่เก่าก่อน เราจึงต้องการทักษะบางประการ เป็นต้นทุนในการเผชิญปัญหาในนิเวศน์ใหม่ของอนาคตอันใกล้ ศักยภาพหลายอย่างต้องอาศัยเวลา ความมุ่งมั่นตั้งใจ และฉันทาคติ ในการบ่มสร้าง ไม่ใช่จู่ๆเราคิดอยากจะมีก็เดินไปซื้อมาได้จากโลตัส คาร์ฟู เราลองมาพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ guru ด้านการจิตวิทยา หรือจิตตปัญญาการเรียนรู้่ท่านนี้ อยากจะนำเสนอ
- The Disciplinary Mind
- The Synthesizing Mind
- The Creating Mind
- The Respectful Mind
- The Ethical Mind
เรา ควรจะมีทักษะและปัญญาในสาขาหลักแต่เดิม (อาทิ คณิตศาสตร์ตรรกศาตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษา) และบวกกับอย่างน้อยหนึ่งสาขาของ professional craft The Synthesizing Mind เป็น ความสามารถในการเชื่อมโยง บูรณาการ ความคิด ปัญญา ศาสตร์สาขาต่างๆเพื่อก่อกำเนิดมิติองค์รวมแห่งความรู้ (coherent whole of knowledge) แค่นั้นยังไม่พอ ยังต้องสามารถสื่อสารศาสตร์ที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันนี้ให้กับผู้อื่นได้ ด้่วย The Creating Mind ความสามารถในการจินตนาการ ค้นพบ แจกแจง "ปัญหาใหม่ๆ คำถามใหม่ๅ ปรากฏการณ์ใหม่ๆ" The Respectful Mind การตระหนักรู้ และการยอมรับความแตกต่่างของมวลมนุษยชาติ The Ethical Mind การมีความรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ในฐานะมนุษย์ ต่อครอบครัว สังคม งาน และมนุษยชาติ
The Disciplinary Mind
โดยส่วนตัวขอผมเองนั้น แนวคิดของ Howard Gardner ในหนังสือเล่มนี้มีความเป็นองค์รวม และคำนึงถึงอิทัปปัจจยตา ความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง และหน้าที่ของหัวใจ มาบูรณาการกันเป็นพิเศษ แตกต่างจากเล่ม multiple intelligences ที่ค่อนข้างจะ concrete (แต่ก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ฝ่ายการศึกษาจำนวนมากมหาศาล) concept คราวนี้เป็นเชิงสังคมศาสตร์ที่ค่อนข้างจะสนุกทีเดียวที่จะเชื่อมโยงและคิดต่อ ในแต่ละ "Mind" ที่ได้เสนอมา
คงจะต้องมีต่อภาคต่อไปครับ

Howard Gardner ได้วิจารณ์ (หรือพยากรณ์ ใคร่ครวญ....) ว่า ในอนาคต ถ้าใครมีทักษะและสภาวะจิตที่มี dramatis personae ทั้ง 5 ประการนี้ครบครันก็จะ "พร้อมกว่า" ที่จะเผชิญหน้าปัญหาอนาคตที่กำลังเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว จากอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่าการเปลี่ยนแปลงในสมัยก่อนอย่างมาก ทั้งปัญหาที่ "คาดว่าจะเกิด" และนอกเหนือกว่านั้นคือ "ปัญหาที่ไม่ได้มีการคาดฝันมาก่อน" ว่าจะเกิด
ถ้าปราศจาก dramatis personae นี้แล้ว เราก็จะตกเป็นผู้ถูกกระทำ และขึ้นอยู่กับความปรานี (ถ้ามี) ของ Force ที่เราจะไม่มีความเข้าใจเลย เราจะปั่นป่วนสับสนในมหาสมุทรแห่งข้อมูล ทำอะไรยากที่จะสำเร็จเพราะสายใยพัวพันจากกระแสองค์รวม สุดท้ายเราก็จะไม่มีความสามารถในการตัดสินใจอย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงานอาชีพของเรา

สวัสดีครับ
อ. handy
ครับ
ทันอกทันใจดีมากเลยครับ (ได้แรงอก... สำนวนท่านบังหีม)
ตัวสำคัญสองตัวท้ายนี้ (respectful mind และ ethical mind) กำลังสถท้อนสังคมไทยในปัจจุบันนี้ด้วยครับ เพราะ "แรงต่างจากอนาคต" ที่เราไม่คุ้นเคย ก็คือ การที่โลกแคบลง ความเป็นปัจเจกแต่เดิมจะถูกกระทบมากที่สุด ปราศจากสอง minds สุดท้าย chaos และ anarchy ก็จะเป็นชะตากรรมที่กำลังเข้าใกล้มาทุกทีครับ
สวัสดีครับ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่คิดเห็นว่า The Respectful Mind การตระหนักรู้ และการยอมรับความแตกต่่างของมวลมนุษยชาติ The Ethical Mind การมีความรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ในฐานะมนุษย์ ต่อครอบครัว สังคม งาน และมนุษยชาติ ไม่ใช่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ ในบุคคล ถ้าบุคคลนั้น ๆ มิได้มีพื้นฐานจาก การรู้สึกเสียสละ รู้สึกว่า คนอื่นนั้นมีความหมายมากกว่าตัวเรา ...ผมจำกลอนบทหนึ่งของครู โกมล คีมทองที่ว่า
" เวลานี้ เราขาดคน ที่ยอมตนเป็นก้อนอิฐ
ก้อนแรกที่ทิ้งลงจนจมมิด
เพื่อให้สิทธิ์ก่อนอื่นยืนทะนง"
สวัสดีครับ คุณเอกราช
ครับผม เห็นด้วยครับ แต่ที่โฮวาร์ด การ์ดเนอร์เสนอมานั้น ไม่ได้บอกว่าทั้งห้าประการนี้เราจะบ่มสร้างได้โดยง่าย แต่ความสำคัญก็คือ เราไม่อาจจะอยู่รอดได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต "ถ้าปราศจาก" มิติทั้ง 5 ของสมรรถภาพทางจิต
และ "จิตอาสา" หรือ "เสียสละ" (จาคะ) นั้น เป็นจิตที่สูงกว่า respectful mind และ ethical mind เสียอีกครับ เพราะ respectful mind นั้น เป็นการตระหนักรู้และพยายามเข้าใจและเคารพในความแตกต่าง ส่วน ethical mind นั้น เป็นการตระหนักในหน้าที่และบทบาทของตนเอง แต่จิตอาสา หรือจิตเสียสละนั้นเป็นเสมือนการนำเอาความทุกข์ของผู้อื่น เป็นพันธกิจส่วนตัวที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไข เป็นระดับจิตของแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ ซึ่งไม่ว่ายุคนี้ หรือยุคไหน ก็จะเป็นจิตที่จะหลุดพ้นเฉกเช่นเดียวกัน
ตามความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ
อา... ขอบพระคุณครับที่เป็นห่วง
ผมได้รับความกรุณาติดห้อยสอยตามท่านองคมนตรีธานินทร์กลับมาถึง กทม.ครับ ยังไม่ถึงหาดใหญ่ แต่เตรียมซื้อตั๋วรถไฟกลับเอาไว้แล้วในวันเสาร์นี้ (เพราะตั๋ววันนี้และวันศุกร์หมดไปแล้ว)
โชคดีเป็นของผมด้วยที่ได้เจอชาวยุพราชที่น่ารักทั้ง 21 โรงพยาบาลครับ ทุกคนมีจิตแจ่มใส มุ่งมั่น และเบิกบาน เป็นชุมชนที่ทรงพลังจริงๆ
ps: ถ่ายรูปเก่งมากครับ (มองไม่เห็นพุง อิ อิ)
ตามมาศึกษาค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ มาฟังคำชี้แนะเพิ่มเติมครับ ...ดูข่าวแล้วก็อดห่วงหาดใหญ่ บ้านอาจารย์น้ำท่วมไหมครับ...
สวัสดีครับ คุณเอกราช
วันนี้ฝนหยุดตก (หมายความว่าหยุดตกจ้ักๆ) ฟ้าดูโปร่งขึ้นมาหน่อยนึงครับ
บ้านผมอยู่ใน ม.อ. ติดเชิงเขาครับ ถ้าท่วมก็แปลว่าในหาดใหญ่อาจจะถึงคอหรือมิดหัว แต่น้ำเอ่อมาจากอ่างเก็บน้ำที่ใช้่เป็นที่วิ่งออกกำลังเลยทีเดียว (ดังรูป)
ขอบพระคุณที่เป็นห่วงครับ
ที่การ์ดเนอร์กล่าวถึงจิตทั้ง 5 นั้น เป็นเรื่องของจิตสาธารณะหรือไม่ เคยอ่านจากวารสารเคยมีผู้เขียนบางท่านใช้คำว่า จิตสาธารณะทั้ง 5 ไม่ทราบว่าการ์ดเนอร์ใช้แค่คำว่า mind หรืออย่างอื่นร่วมด้วย