มุมมอง
สถานที่เดียวกัน แต่ต่างกาละ
ปรากฏเป็นภาพ ให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่าง
ภูเขาหัวโล้นแห้งแล้งท่ามกลางแดดกล้า กลับดูนุ่มนวลราวบุด้วยผืนผ้ากำมะหยี่
เพียงเพราะแสงอาทิตย์ตกกระทบด้วยมุมที่ต่างกัน
.. ..
กรรมเดียวกัน กลับดูแตกต่าง ด้วยมุมมองที่ต่างไป
ช่องเขาลินดิส
๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑


จากอุทยานแห่งชาติอาวราคี-ภูเขาคุก ผมขับรถลงใต้ตามทางหลวงหมายเลข ๘ มุ่งไปยังวานาคา (Wanaka) ในเขตโอตาโกตอนกลาง (Cental Otago) โดยจะต้องผ่านช่องเขาลินดิส (Lindis Pass)* ซึ่งเดเรคย้ำนักย้ำหนาก่อนผมออกจากบ้านว่า จะต้องขับรถผ่านช่องเขานี้ช่วงเย็นๆให้ได้
ผมมาถึงช่องเขานี้ตอนประมาณ ๕ โมงเย็น สองข้างทางเป็นทิวเขาโล่งๆมีแต่หญ้าพื้นเมือง tussock grass ขึ้น ไม่มีต้นไม้ใหญ่แม้แต่ต้นเดียว แสงจากพระอาทิตย์ช่วงบ่ายที่ส่องทำมุมกับภูเขา ทำให้มองเห็นเหมือนเทือกเขาแถบนั้นทั้งหมดถูกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีทองตามภาพข้างบน สวยแปลกตาจริงๆ
มันทำให้ผมคิดไปถึงนวนิยายสุดโปรด..เพชรพระอุมา ตอนที่ผมชอบอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ช่วงที่บรรยายถึงเทือกเขาพระศิวะ ..
..ปิ่นพระศิวะฉายแสงเรืองรองขึ้นเมื่อใด ถันพระอุมาเทวีจะปรากฏ..
แน่นอนครับ ถ้าผมขับรถผ่านช่องเขานี้ตอนเที่ยง แดดเปรี้ยงๆกลางหัว คงไม่มานั่งจิตนาการบรรเจิดได้ถึงขนาดนี้แน่
* ช่องเขาลินดิส (Lindis Pass) สูงจากระดับน้ำทะเล ๙๗๑ เมตร ตั้งชื่อตาม Lindisfarne ในสกอตแลนด์ มีชื่อในภาษาเมารีว่า โอคาฮู (O Kahu) แปลว่า ถิ่นของเหยี่ยว
หลบมาเที่ยวเกาะใต้ให้ครบทุกมิติ ก่อนไปเกาะเหนือ ลูกตะลอนทัวร์ พร้อมแล้วค่ะ:)
เพิ่งได้พบมุมมองที่แตกต่างอย่างเข็มขัดสั้นจริงๆ ค่ะอาจารย์หมอเต็ม ตรงฉากเมื่อเทียบกับเพชรพระอุมา .. กลายเป็นบทอิโรติกแบบเนียนๆ
ทำให้ปูนึกถึงช่วงศึกษางาน ปราสาทเขมร ทั้งหลายก็มักจะแทรกภาพจำหลักลายแนวอิโร ด้วยเช่นกัน .. ทั้งสองภาพสวยงามแปลกตา สีเหลืองทอง คล้ายๆ ภูเขาหญ้าเมืองระนอง