ดูแล.. ใส่ใจ

 อันที่จริงแล้ว   น่าจะให้ความสนใจกับโรคเบาหวานมาตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา  กลับเฉย ๆ ไม่รู้สึกอยากรู้มากนัก แต่เมื่อคุณพ่อ(ป่วยเป็นเบาหวาน ตัดขา...ต่อมาไม่นานก็เสียชีวิต) ใจก็ยังคิดว่าเขาก็เป็นกันทั่วไป เมื่อสิ้นคุณพ่อ...ไม่นาน... คุณแม่มีอาการเหนื่อยง่าย  ปัสสาวะบ่อย และน้ำหนักลด จึงไปตรวจ พบว่าเป็นเบาหวานอีกเช่นกัน (ใกล้ตัวเข้ามาอีกแล้วสินะ) พอรับรู้ข้อมูล ว่า ปี 2550 พบผู้ป่วยเบาหวานแล้วถึง 246 ล้านคน โดยผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก 4 ใน 5 เป็นชาวเอเชีย (เราก็เอเชียนี่นา...) และได้สืบค้นข้อมูลจากหลายแห่งจึงขออนุญาตบอกเล่าชาว go to Know  ค่ะ
    เบาหวาน
เป็นความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ อันส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน โรคนี้มีความรุนแรงสืบเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม  (ขอบคุณสารานุกรมเสรี วิกีพีเดีย)

                         
 

    เบาหวานสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 
     
ชนิดที่  1  เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำลายเซลล์ ซึ่งสร้างอินซูลินในส่วนของ ตับอ่อนทำให้ร่างกายหยุดสร้างอินซูลิน ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่  1 จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดระยะยาว
     ชนิดที่ 2  ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด  แต่มีส่วนเกี่ยวกับพันธุกรรม และยังมีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักตัวมาก และขาดการออกกำลังกาย + วัยที่เพิ่มขึ้น

          


   ใครที่ควรจะต้องเจาะเลือดหาโรคเบาหวาน (http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/endocrine/DM/intro.htm)
 ผู้ที่สมควรได้รับการเจาะเลือดตรวจตรวจหาเบาหวาน คือ 

  • ประวัติครอบครัวพ่อแม่ พี่ หรือ น้อง เป็นเบาหวานควรจะตรวจเลือดแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการ
  • อ้วน ดัชนีมวลกายมากกว่า27% หรือน้ำหนักเกิน20%ของน้ำหนักที่ควรเป็นสำหรับประเทศในเอเซียเราพบว่าเมื่อดัชนีมวลกายมากกว่า 23 จะพบผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานมากดังนั้นแนะนำว่าควรจะเจาะเลือดตรวจเบาหวานเมื่อดัชนีมวลกายมากกว่า 25 อยากทราบว่าดัชนีมวลกายเท่าไรคลิกที่นี่
  • อายุมากกว่า45ปี
  • ผู้ที่ตรวจพบ IFG หรือ IGT
  • ความดันโลหิตสูงมากกว่า140/90 mmHg
  • ระดับไขมัน HDL น้อยกว่า35 มก%และหรือ TG มากกว่า250 มก.%
  • ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเด็กแรกคลอดมากกว่า4กิโลกรัม

       มีอีกสารพัดโรคที่จะตามมาคือ  ความดันโลหิตสูง   หลอดเลือดสมอง  หัวใจ  ไขมันในเลือดสูง  ร่างกายขาดน้ำ  ไตวาย   
       เป็นอย่างไรบ้างคะ พอจะทำให้เกิดความกลัวในอัตราเสี่ยงหรือยังเอ่ย  แต่หากจะป้องกันโรคเบาหวานก็พอมีวิธีมาฝากกันค่ะ  จาก  http://www.siamhealth.net/public_html/news/endocrine/dm20070516.html
เขาบอกว่า   รับประทานผักและแมกนีเซียมจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่2

    สมาคมโรคเบาของอเมริกาและประเทศยุโรปได้ให้คำแนะนำว่าให้รับประทานผักและผลไม้เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน แต่ยังขาดหลักฐานสนับสนุุนประเทศทางยุโรปได้จัดทำการศึกษาที่ชื่อว่า the European Prospective Investigation Into Cancer and Nutrition–Potsdam study โดยศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง cereal ผัก และผลไม้ต่อการป้องกันโรคเบาหวานโดยศึกษาคนจำนวน 176117 คนใช้เวลาศึกษาเฉลี่ย 7 ปี อายุเฉลี่ย 49 ปีโดยการสัมภาษชนิดและปริมาณอาหารที่รับประทาน พบว่า

  • มีผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 844 คน
  • การรับประทานผักและผลไม้ไม่ได้ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน
  • การรับประทาน cereal จะลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน
  • การรับประทานขนมปังธัญพืชก็ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน
  • การรับประทานแมกนีเซียมก็ไม่ได้ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน

และได้ศึกษาการศึกษาลักษณะแบบเดียวกันที่ตีพิมพ์ปี 2006

  • พบว่าการรับประทาน cereal ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน
  • การรับประทานแมกนีเซียมช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน

    วันนี้ มี Cereal ในอาหารแต่ละมื้อหรือยัง สำหรับ แมกนีเซียมมีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ได้แก่ เนื้อสัตว์  อาหารทะเล  ปลาน้ำจืด นมโมลาส  ข้าว  ข้าวกล้อง  ข้าวบาร์เล่ย์  ข้าวโพด  จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง มะม่วงหิมพานต์  อัลมนต์ งา  ผักสีเขียว(จัด) และผลไม้เปลือกแข็ง

   ... ดูแล ...
   ... ใส่ใจ ...
   ...ห่วงใยคนที่คุณรัก เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวใจของคุณไปนานตราบเท่านานนะคะ