เมื่อสุกใส ใยเล่าจึงต้องจาก

อาลัยแม่ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 51
*แม่เปรียบเหมือน โซ่ทอง คล้องชีวิต ผู้ลิขิต แต่มแต้ง ให้แดงขาว
ปั้นลูกยา จากดิน ขึ้นสู่ดาว งามวับวาว เกิดสะเก็ด เพชรพรรณราย
*เมื่อสุกใส ใยเล่า จึงต้องจาก ใยต้องพราก จากลูกไกล ลูกใจหาย
ทิ้งความฝัน หวังแม่ชม กลับมะลาย แสนเสียดาย ความหวังต้องพังครืน
*ขอให้แม่ไปดี ที่สุขสันต์ จงลืมวันทิ้งใจร้าว ห่างหายฝืน
ว่าเกิดขึ้นก่อน ตั้งอยู่ มลายคืน ไม่บังอาจ ฝ่าฝืนใน โชคชะตา
*กว่าลูกๆ จะสำนึก พระคุณท่าน ช่างเนิ่นนาน คราชีวา ลาลับล่วง
กว่าจะม้วย จนแทบแย่ สิ้นแดดวง ครานั้นลูก จึงห่วง เอาใจใส่ ในกายา
*ไม่เคยคิด รอให้ตาย จึงกลายใกล้ เป็นศพไป จึงรู้บุญ รู้คุณค่า
เมื่อแม่อยู่ ลูกดูแลท่าน ด้วยศรัทธรา เพื่อทดแทนคุณ เทพเทวามารดาเอย
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา แต่ถ้าหากว่ามันมาเร็ว บางครั้งรับไม่ทัน แต่ทุกอย่าง ขอให้ตั้งสติ เข้มแข็งเข้าไว้ จึงขอให้ทุกคน สร้างความดีไว้ เพราะจากไปเอาอะไรไปไม่ได้ สิ่งที่เหลือไว้ก็คือความดี เท่านั้นอยากชมภาพ เปิดดูที่ไฟล์อัลบั้ม ด้านหลังบล็อกนี้ มีอะไรซ่อนอยู่ หลายเรื่อง
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณแม่ของพี่สุครับ ถึงตัวท่านไม่อยู่แล้วแต่เชื่อว่าท่านคงกำลังมองและคอยดูแลเราอยู่ตลอด เข้มแข็งนะครับคุณพี่ รักษาสุขภาพกายด้วยครับ
กลั่นเม็ดเลือด เม็ดน้อย นับร้อยหยด
จนปรากฎ เป็นหยดนม รสกลมกล่อม
เพื่อหล่อเลี้ยง ทารกน้อย ค่อยอดออม
เฝ้าถนอม ฟูมฟัก รักเมตตา
วันเปลี่ยนวัน เดือนเปลี่ยนเดือน หมุนเคลื่อนคล้อย
จากเด็กน้อย เริ่มมีแรง เริ่มแข็งกล้า
ค่อยสอนเดิน สอนทำ สอนคำจา
สอนปัญญา สอนวิชา สารพัน
ทารกน้อย วันนี้เห็น เป็นผู้ใหญ่
แม่ภูมิใจ ในผลงาน การสร้างสรรค์
ความเหน็ดเหนื่อย กายใจ หายไปพลัน
เมื่อถึงวัน ลูกได้รับ ปริญญา
วันนี้ ลูกของแม่ สุขถ้วนทั่ว
มีครอบครัว อยู่เย็น เป็นฝั่งฝา
แม่คนนี้ ย่างเข้าสู่ วัยชรา
รอเวลา สู่กองฟอน ตอนสิ้นใจ
สวัสดีค่ะ
ขอแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
แม่คือทุกอย่างไม่อาจบรรยายได้..