ช่วงที่ผมไม่ได้มาดูก็ไม่ยักกะมีเหตุการณ์อย่างนี้ สงสัยว่าผมจะเป็นอะไรที่ภาษาเหนือเขาเรียกกันว่า "ตัวขึด" หรือเปล่าหนอ

ช่วงนี้ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะกำลังพยายาม promote  การนำ AAR ไปใช้ในหน่วยงาน ซึ่งช่วงที่ผ่านมา หัวหน้าทีม CFT ด้านเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้สนใจที่จะใช้ AAR สำหรับประเด็นการ Start เครื่องโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 13 และได้ติดต่อขอให้ทีม KM ของโรงไฟฟ้าช่วยประสานงานและเป็นพี่เลี้ยงดำเนินการให้

 กระบวนการ Start เครื่องของโรงไฟฟ้า ไม่ง่ายเหมือนอย่าง Start เครื่องรถยนต์ที่เพียงแต่บิดกุญแจแล้วปล่อยให้ถูกจังหวะมันก็ติดได้ แต่ในโรงไฟฟ้ามีระบบย่อย ๆ ซับซ้อนกันอยู่หลายระบบ ต้องค่อย ๆ เริ่มระบบทีละส่วนอย่างถูกขั้นตอนและสอดประสานกัน จึงจะทำให้ติดเครื่องโรงไฟฟ้าและจ่ายไฟเข้าระบบได้ ซึ่งการดำเนินการตั้งแต่แรกเริ่มคือเริ่มเดินระบบย่อยชุดแรก ไปจนจ่ายไฟเข้าระบบได้เต็มอัตรา พร้อมทั้งทดสอบระบบป้องกันอันตรายต่าง ๆ ด้วยนั้น ใช้เวลาราว 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องใช้ Operator ถึง 3 กะทำงานต่อเนื่องกัน

 ในการทำ AAR ไม่สามารถดำเนินการได้ในทันทีหลังเสร็จงาน และทำได้ทีละกะ ไม่สามารถทำพร้อมกันทั้ง 3 กะ เพราะว่าติดปัญหาเริ่องเวลาการทำงาน ซึ่งทำงานในช่วงดึก เมื่อเสร็จงานก็เหน็ดเหนื่อยต้องการจะพักผ่อน จึงได้ทิ้งเวลารอจนกระทั่ง Operation เปลี่ยนช่วงเวลาเข้ากะมาเป็นเข้างานในตอนเย็น แล้วจึงทำ AAR ในตอนเช้าก่อนเข้ากะ (Operator จะมีการหมุนเวียนเวลาการเข้าทำงานที่เรียกว่าเข้ากะ โดยจะเข้ากะเช้า 8-16 น. 5 วัน, กะบ่าย 16-24 น 5 วัน, กะดึก 24-08 น อีก 5 วัน แล้วหยุดพัก 5 วัน) โดยที่ Operator ไม่ได้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการ AAR จึงไม่ได้บันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ไว้มากนัก มีแต่เพียงสรุปภาพรวมว่าได้ดำเนินการในขั้นตอนใดในเวลาใดบ้าง

ในการทำ AAR กะแรกและกะที่ 2 สุนทร (ชื่อใน g2k คือ mmmstd) ไปทำหน้าที่พี่เลี้ยง โดยในการดำเนินการได้แบ่งกระบวนการ Start มา Review ทีละขั้น แต่ผมไม่ได้ไปดู ซึ่งสุนทรกลับมาเล่าว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้งเรื่องบรรยากาศเชิงบวกและผลลัพทธ์ที่ได้ และได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนางาน คนอื่น ๆ ในกะได้ทราบว่าตอนที่เขาต้องรอนั้น คนอื่นได้พบปัญหาอะไร แก้อย่างไร มีเทคนิคเคล็ดลับตรงไหน และได้แนวทางว่าการ Start เครื่องครั้งต่อไปจะปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนอะไรอย่างไร

ในการทำ AAR กะที่ 3 ผมได้มีโอกาสไปดู หลังจากที่ได้เริ่มดำเนินการไปช่วงหนึ่งแล้ว แต่เมื่อได้เข้าไปก็สังเกตุได้ว่า บรรยากาศเคร่งเครียดไปนิด จนกระทั่งพักเที่ยง หลังรับประทานอาหารเสร็จ ก่อนเริ่มช่วงบ่าย ทาง Operator ได้ถามผมว่าจะมีอะไรให้ความเห็นหรือไม่ ผมเลยถือโอกาสขอให้ทีมให้ความห็นกันเองว่าที่ดำเนินการมาในช่วงเช้านั้นได้อะไรบ้าง รู้สึกอย่างไรกันบ้าง

คนแรก ๆ ก็พูดกันว่าตัวเองได้รู้อะไรเพิ่มบ้าง บางคนบอกว่าต่อไปน่าจะจัดเวลา 5 นาทีหลังจากรับงานจากกะก่อนหน้า มาคุยกันให้เข้าใจร่วมกันก่อนว่าตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน จะทำอะไรต่อไป (ผมเริ่มมองเห็นแววว่าจะเกิด BAR ได้เองโดยไม่ต้องนำมาเผยแพร่ให้) จนมาถึงคนสุดท้าย พี่เขาพูดด้วยท่าทางขึงขัง บอกว่า "ผมว่าบรรยากาศแบบเมื่อเช้า มันขัดกับหลักการ AAR นะ" แล้วหันมาลุยคุณอำนวยว่า "คุณอำนวยถามซัก จี้ทำไม ถามรายละเอียด ถามค่า Set Point อย่างนี้ คนเขาจำไม่ได้ มีถ่ายวีดีโอไว้อย่างนี้ด้วย ถ้าเรื่องไปถึงผู้ใหญ่เขาก็เสียหาย ถ้าอยากซักขนาดนี้เอาไว้หลังกล้อง" แล้วหันมาชี้ทางผม "ที่ถูกแล้วคุณควรจะมาเป็นคุณอำนวย" แม้คุณอำนวยจะชี้แจงว่าที่ถามเพื่อจะได้ทราบว่าเขาทราบหรือไม่ ถ้าไม่จะได้ช่วยบอกให้ แต่พี่เขาก็ยังยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นเรื่องเสียหาย ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้น เอาละสิครับ ผมคิดหาทางว่าจะแก้สถาณการณ์อย่างไร ช่วงที่ผมไม่ได้มาดูก็ไม่ยักกะมีเหตุการณ์อย่างนี้ สงสัยว่าผมจะเป็นอะไรที่ภาษาเหนือเขาเรียกกันว่า "ตัวขึด" หรือเปล่าหนอ สุดท้ายเลยตัดสินใจลดความตึงเครียดโดยบอกว่า ถ้าไม่สบายใจ ผมจะเลิกถ่าย และต้องขออภัยที่ไม่ได้เตรียมตัวให้ดี ทำให้เกิดปัญหาอย่างนี้ ครั้งหน้าจะหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอย่างนี้อีก เรื่องก็เลยจบไปได้ และคุณอำนวยได้เชิญให้ออกไปเบรคกันก่อน

 กลับเข้ามาอีกที เขาอารมณ์เย็นขึ้น ก็กลับมา Review ขั้นตอนกระบวนการที่เหลือ ซึ่งบรรยากาศก็ดีขึ้นมาหน่อย และก็ยังได้ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ คือ ได้แนวทางที่จะนำไปปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับการ Start เครื่องในครั้งต่อไป

 ท่านที่เข้ามาอ่านช่วยแนะนำหน่อยครับ ว่าถ้าเจอเหตุการณ์อย่างที่ผมเจอ ท่านจะทำอย่างไรกันดีครับ