(Human Resource Development)

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 
 (
Human Resource Development)

               

                หมายถึง การเสริมสร้างให้บุคลากรขององค์การมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learning) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในการทำงานได้ และสามารถที่จะรับผิดชอบงานที่สูงขึ้นได้ในอนาคต

                สามารถสรุปได้ว่า  HRD คือ การดำเนินกิจกรรมต่างๆขององค์กรทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเพื่อเพิ่มพูนความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) และปรับทัศนคติ (Attitude) ของบุคลากร เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

 

                การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

                ภายในองค์กร      -      การเตรียมบุคลากรให้เหมาะกับงาน

-          การวางแผนอาชีพ

-          การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร

-          การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีภายในองค์การ

ภายนอกองค์การ

-          เศรษฐกิจ ภายใน และภายนอกประเทศ

-          สังคม  วัฒนธรรม  การเมือง

-          เทคโนโลยี

-          สภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยา ฯลฯ

 

ความหมายของ Training & Learning

                การฝึกอบรม (Training) หมายถึง กระบวนการที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อหาทางให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และ / หรือทัศนคติของพนักงานเพื่อทีจะให้สามารถปฏิบัติงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและให้เกิดผลสำเร็จต่อเป้าหมายขององค์การ

                แผนการจัดอบรมที่เป็นทางการ นับได้ว่าเป็นความพยายามของผู้บังคับชาหรือของเจ้าของกิจการที่ให้โอกาสต่อพนักงาน ในการที่จะให้เกิดความชำนาญในงานที่ทำนั้น ๆ ตลอดจนให้มีทัศนคติที่ดี และมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น

               

การเรียนรู้ (Learning) หมายถึง การกระทำซึ่งบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับความชำนาญเพิ่มขึ้นหรือมีความรู้เพิ่มขึ้น และมีความสามารถมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมอย่างถาวร

 

Training กับ Learning แตกต่างกันอย่างไร

                การฝึกอบรมเป็นโลกทัศน์แบบ top – down เน้นการให้ความรู้โดยมีวิทยากรมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ แต่การเรียนรู้เป็นโลกทัศน์ใหม่ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการเรียนจากการปฏิบัติ จากการปฏิบัติสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มผู้ปฏิบัติและนำไปสู่การปฏิบัติใหม่ หมุนเวียนไม่รู้จบ 

การฝึกอบรม มีลักษณะเป็นการมาเข้า course นั่งฟังบรรยายหรือมีการเดินทางไปดูงานบ้าง แต่ในกระบวนทัศน์ของ learning mode การเรียนรู้เป็นการเรียนรู้โดยการปฏิบัติงานตามปกตินั้นเอง เป็น action learning

 

TRAINING ROAD MAP  คืออะไร

บางองค์กรแปลคำนี้ว่า "เส้นทางความก้าวหน้าในการฝึกอบรม" หรือ "แผนที่ความก้าวหน้าในการพัฒนาบุคลากร" หรือ "แผนที่เส้นทางเพื่อการพัฒนาและฝึกอบรม" และอาจจะมีชื่อเรียกอื่นๆที่แตกต่างกันออกไป แต่ประเด็นเรื่องการเรียกชื่อนี้ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมากนัก เพราะทุกชื่อยังอยู่บนหลักการเดียวกัน

TRAINING ROAD MAP หมายถึง เอกสารที่กำหนดเส้นทางการพัฒนาและฝึกอบรมของบุคลากรแต่ละตำแหน่งว่าเขาควรจะได้รับการพัฒนาและฝึกอบรมเรื่องอะไรบ้าง ควรจะอบรมเมื่อไหร่ อบรมอะไรก่อน อะไรหลัง

TRAINING ROAD MAP นี้ถือเป็นเครื่องมือการบริหารจัดการด้านการพัฒนาและฝึกอบรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะถ้าองค์กรใดไม่จัดทำเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เท่ากับว่าการพัฒนาและฝึกอบรมขาดกรอบในการดำเนินงาน การพัฒนาและฝึกอบรมจะออกมาสะเปะสะปะ หาหลักยึดไม่เจอ ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าทำไมคนๆนี้ต้องอบรมเรื่องนั้น ทำไมตำแหน่งงานนั้นต้องอบรมเรื่องนี้ ทำไมต้องอบรมหลักสูตรนั้นก่อนที่จะเข้าอบรมหลักสูตรนี้ ฯลฯ

 

ส่วนประกอบของหลักสูตรการพัฒนาและฝึกอบรมใน TRAINING ROAD MAP จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้

1.   ตำแหน่งงานนี้ต้องอบรมเรื่องอะไรบ้างจึงจะทำงานนี้ได้?

(On the Job Training/Job Requirements)

-   สิ่งที่เราจะได้จากการตอบคำถามนี้คือ ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ทุกคนต้องได้รับการปฐมนิเทศก่อน ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure) วิธีการปฏิบัติงาน (Work Instruction) คู่มือการทำงาน (Manual) ระเบียบปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง (Rules & Regulations) ขององค์กร ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงาน

2.   ตำแหน่งงานนี้จะควรจะอบรมเรื่องอะไรบ้าง จึงจะพัฒนาและปรับปรุงงานได้?

 (Job Enhancement)

-   สิ่งที่เราจะได้จากการตอบคำถามนี้คือ ความสามารถ(JOB COMPETENCY) ที่กำหนดไว้ในใบกำหนดหน้าที่งาน เพราะถ้าเขามีความสามารถในเรื่องที่กำหนดไว้แล้ว จะช่วยให้เขาสามารถปฏิบัติงานในข้อ 1. ได้ดียิ่งขึ้น

 

3.     ตำแหน่งงานนี้จะควรจะอบรมเรื่องอะไรบ้าง จึงจะสามารถเติบโตขึ้นไปในตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้นไปได้? (Career Development)

-   คำตอบที่จะได้จากคำถามนี้คือ ความสามารถของตำแหน่งงานที่สูงขึ้นไป ทั้งในแง่ของความสามารถในงาน (TECHNICAL COMPETENCY) และความสามารถในการบริหารจัดการ (GENERAL COMPETENCY) เป็นการบอกว่าถ้าผู้ดำรงตำแหน่งงานนี้จะเติบโตขึ้นไปในตำแหน่งงานที่สูงกว่านั้น เขาจะต้องมีความพร้อมในเรื่องอะไรบ้างนั่นเอง