นี่ เจออารมณ์ต่าง ๆ เข้ามากระทบก็หงายหลัง อยู่นี่

แล้วก็กำลัง ต้องกลับมานั่งเศร้าอยู่กับการกระทำต่าง ๆ ที่เกิดอยู่นี่เช่นกัน

เห้อ

ก็เวลาอารมณ์ เกิด มันไว จริง + ปรุงแต่งเพิ่ม

พูดง่ายแต่ทำยาก

แต่จะพยายาม


 

คิดยากแต่ทำง่ายนะ...

ทำไปเรื่อย ๆ ฝึกไปอย่างนี้แหละ
อยู่เฉย ๆ ก็ฝึก อยู่ยุ่ง ๆ ก็ฝึก
โกรธก็ไม่เอา ไม่โกรธก็ไม่เอา
สุขก็ไม่เอา ทุกข์ก็ไม่เอา
เราก็จะทำมันไปอย่างนี้แหละ

เหนื่อยเราก็เฉย ไม่เหนื่อยเราก็เฉย

ฝึกให้ปัญญามันแวววาว
มีดนี่นะ ถ้ามันคม ๆ ขโมยเห็นก็วิ่งเหมือนกัน

มีดยิ่งคม เวลาชักออกมาแล้วใช้ฟันศัตรูซึ่งในที่นี้หมายถึง "อารมณ์" มันก็วิ่งหนีเราได้เหมือนกันนะ

แพ้บ้าง ชนะบ้างก็สู้มันไป
เดินไปข้างหน้าบ้าง หยุดอยู่กับที่บ้าง หรือบางครั้งถึงกลับต้องถอยหลังบ้างก็ไม่เป็นไร
เพราะทุกก้าวที่เราก้าวนั้นคือ "ต้นทุน"

ต้นทุนนั้นถ้าจักเรียกให้ดีก็คือ "บารมี"

ทุกลมหายใจที่ได้ฝึกนั้นเป็นบารมี
ทุกย่างก้าวที่ได้เดินนั้นเป็นบารมี

บารมีที่จักสั่งสมให้เราเข้มแข็ง
บารมีที่จักสั่งสมให้เรามีกำลัง

รักษาศีลให้ดี แล้วจิตจะนิ่ง
เจ้าจิตนิ่ง ๆ นี่แหละคือสมาธิ
เมื่อเรดาร์ดี คลื่นชัด อารมณ์มาล่ะก็จับมันให้อยู่
แล้วใช้ปัญญาที่เป็นดั่งศาสตราที่คมกริบ ประหัดประหารมันให้ราบคาบ ปราศนากานต์ไป
เมื่อนั้นอารมณ์ต่าง ๆ ก็จักจางคลายไป
แล้วท้ายที่สุดและสุดท้าย สิ่งทั้งหลายก็เป็นเพียง "อนัตตา"

อารมณ์ก็เป็นอนัตตานะ...!


 

ที่มาจากบันทึก ต้องฝึกกวนจิต "กวนอารมณ์...!"