การจัดการองค์กรและการบริหารงานสไตล์ฮอลลีวูด
ในยุคที่โลกไร้พรมแดนและผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ภายในพริบตาอย่างทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่เราซึ่งเป็นคนใช้เทคโนโลยีที่จะต้องปรับตัวปรับใจ เพื่อให้ก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ว่า หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ก็คงจะอยู่นิ่งๆไม่ได้ ต้องแสวงหาวิธีในการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ เพื่อให้ตอบรับกับตลาดหรือความต้องการของลูกค้า ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและความจำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ทุกวันนี้วิธีการทำงานของหลายองค์กรไม่ต่างจากการทำงานของพนักงานโรงงานผลิตรถยนต์ ที่มีสายการผลิต มีกระบวนการชัดเจน มีเส้นแบ่งหน้าที่ชัดเจนว่างานนี้ของฉัน งานนี้ของเธอ ทำให้ทุกคนทำงานเดิมๆ ที่ซ้ำซาก จนคิดว่าไม่มีใครเก่งหรือเชี่ยวชาญเท่า ไม่สนใจคนอื่น และซ้ำร้ายไม่สนใจด้วยซ้ำว่าลูกค้าหรือประชาชนผู้ใช้บริการต้องการอะไร พูดง่ายๆก็คือ เน้นการทำงานตามกระบวนการที่กำหนดไว้ให้มีประสิทธิภาพ อย่างนี้เองเลยมีคำเรียกขานการจัดองค์กรและระบบงานแบบนี้ว่า การบริหารสไตล์โรงงานผลิตรถยนต์ที่เมืองดีทรอยต์ (Detroit Model of Business)
แต่การที่คุณบอกว่าคุณทำงานเก่งและเชี่ยวชาญนั้นคงจะไม่พอเสียแล้ว เพราะอาจจะมีคนเก่งหรือเชี่ยวชาญกว่าคุณอยู่ในสังคมอีกเยอะ คุณคนเดียวก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือประชาชนได้ทั้งหมด คุณต้องอาศัยความเก่งของคนอื่น หน่วยงานอื่นๆ เข้ามาประกอบกันด้วย การจัดองค์กรและวิธีการบริหารจัดการทุกวันนี้เลยต้องอาศัยเครือข่ายมากขึ้น (Networking Organization) เอาคนเก่ง หรือหน่วยงานอื่นที่เชี่ยวชาญในเรื่องเฉพาะเข้ามาช่วยกันทำงานให้สำเร็จ โดยเราไม่ต้องทำเองทั้งหมด ทุกคน ทุกหน่วยงานที่เข้ามาร่วมทำงานต่างมีเป้าหมายของตัวเอง มีความเชี่ยวชาญที่เป็นเลิศเฉพาะด้าน และถ้ามีโครงสร้างวิธีการจัดการให้บุคคลและหน่วยงานเหล่านี้ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ทุกฝ่ายก็จะมีความสุขเพราะถือว่าอยู่ในสถานการณ์ “ชนะ-ชนะ” กันทุกฝ่าย แถมยังก่อให้เกิดพลังร่วมหรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Synergy คือหนึ่งบวกหนึ่ง มากกว่าสอง การจัดองค์กรและวิธีการทำงานแบบนี้ ต่างจากการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ว่าคล้ายคลึงกับการสร้างหนังในปัจจุบัน ทั้งที่ฮอลลีวูด หรือการสร้างหนังไทยยุคใหม่ของผู้กำกับมือเก๋าหลายท่าน ในทางวิชาการบริหารจัดการเขาเรียกว่า ตัวแบบการจัดการธุรกิจสไตล์ฮอลีวูด (Hollywood Model of Business) ซึ่งเป็นตัวแบบที่นักวิชาการสังเกตเห็น และพูดถึงมานานเป็นสิบปีแล้ว
คนที่ไม่รู้เลยคิดว่าเป็นของใหม่ ยิ่งเห็นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคนเก่าชอบหยิบยกมาพูดเปรียบระบบราชการเหมือนผู้หญิงอ้วนแก่ (ซึ่งมักจะโง่ : ไม่ได้โจมตีใคร) แต่โดยสรุปภาครัฐบาลของไทยก็ได้นำแนวความคิด การจัดการองค์กรและวิธีการบริหารงานสไตล์ฮอลลีวูด มาประยุกต์ใช้ โดยหวังว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนให้การบริหารราชการมีความเป็นองค์รวมมากขึ้น เน้นการดึงศักยภาพและขีดความสามารถของภาคส่วนและหน่วยงานต่างๆ ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผู้บริหารต้องมีสมรรถนะในการจัดการเครือข่าย (Network Management) เพิ่มมากขึ้นด้วย พูดง่ายๆ คือ ลองใช้วิธีการสร้างหนังมาปรับใช้กับการบริหาร แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้ผู้บริหาร ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีไปเป็นผู้กำกับหนังกันจริงๆ ขอยกตัวอย่างวิธีการสร้างภาพยนตร์ของฮอลลีวูด ซึ่งเมื่อก่อนการสร้างหนังก็ไม่ต่างจากวิธีการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงถ่ายยักษ์ใหญ่อย่าง วอร์เนอร์ บราเธอร์ หรือ เอ็มจีเอ็ม เป็นนายจ้างรายใหญ่ที่ทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่จ้างผู้กำกับ นักแสดง และเจ้าหน้าที่ผ่ายต่างๆไว้ในสังกัดจำนวนมาก ผู้บริหารของโรงถ่ายจะเป็นคนตัดสินใจทางธุรกิจว่าจะผลิตหนังอะไร ให้ใครแสดง จะเปิดตัวอย่างไร เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็จะทำงานตามหน้าที่ที่กำหนด แต่ฮอลลีวูดในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก เราไม่ค่อยได้ยินคำว่านักแสดงในสังกัดมากนัก ไม่ค่อยเห็นโรงถ่ายต้องจ้างหรือมีทุกอย่างไว้เอง เดี๋ยวนี้นักแสดงส่วนใหญ่มีความเป็นอิสระ อย่างดีก็มีเอเจนซี่คอยเป็นนายหน้าติดต่อประสานงานให้ ผู้สร้าง ผู้กำกับ ไล่เรียงไปจนถึงตากล้อง ฝ่ายฉาก ฝ่ายเครื่องแต่งตัว ล้วนเป็นหน่วยธุรกิจที่มีขนาดเล็กและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พูดโดยรวมก็คือ ถ้าจะสร้างหนังสักเรื่อง ก็ไปหาคนที่เก่งๆ เป็นเลิศในแต่ละด้านมาทำงานร่วมกัน พอหนังปิดกล้องก็แยกย้ายกันไปทำหนังเรื่องใหม่หรืองานชิ้นอื่น ถ้ามีการบริหารจัดการเก่ง ก็จะสามารถควบคุมประสิทธิภาพการทำงานได้ และค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปก็จะสอดคล้องกับผลผลิต ด้วย แถมยังไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงานจำนวนมาก จะจ้างเฉพาะพนักงานซึ่งทำงานหลักที่จำเป็นไว้เท่านั้น เหตุที่มีการพูดกันมากในระบบราชการเกี่ยวกับการบริหารสไตล์ฮอลลีวูด ก็เพราะระบบราชการในปัจจุบันไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับความต้องการของประชาชน และยึดการทำงานตามกระบวนการและหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายเป็นหลัก แถมมีปัญหาคือไม่รู้จะหา “ความเป็นเลิศ” มาจากไหน ซึ่งจริงๆ อาจจะมีอยู่ทั้งในและนอกระบบราชการ เราอยากเห็นผู้บริหารทุกระดับในระบบราชการมีขีดความสามารถในการจัดการแบบบูรณาการ เพื่อสร้างผลงานอันเป็นเลิศ การจัดการองค์กรและการบริหารงานสไตล์ฮอลลีวูด จึงอาจเป็นตัวกระตุ้นให้มีการปรับโครงสร้างและกระบวนการบริหาร และการปรับบทบาทของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในภาครัฐ การจัดการองค์กรและการบริหารงานสไตล์ฮอลลีวูด จะประสบความสำเร็จได้ มีเงื่อนไขหลายอย่างค่ะ
1) รูปแบบการจ้างงานจะต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น อาจเป็น “การจ้างเหมา” หรือจ้างมันสมองก็ได้ คือ องค์กรขนาดใหญ่จะจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาทำงานที่องค์กรเคยทำเองมากขึ้น
2) การแตกหน่วยงานใหญ่ ออกเป็นหน่วยธุรกิจเล็กๆ ซึ่งแต่ละหน่วยมีอิสระในการบริหารงาน ลดหรือเลิกช่วงชั้นการบังคับบัญชา เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีอิสระรับผิดชอบงานของตนได้อย่างเต็มที่ และลดการควบคุมจากเบื้องบนลงล่าง
3) “การใช้ทีมงานเฉพาะกิจ” นำคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมทำงานโครงการเฉพาะกิจ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการพนักงานก็จะแยกย้ายไปปฏิบัติภารกิจอื่น รูปแบบการประกอบทีมงานอย่างนี้ บริษัทกฎหมาย บัญชี และที่ปรึกษาใช้กันมานาน
การยึดติดอยู่กับโครงสร้างหรือตัวบุคคล อาจไม่เหมาะสมกับบางลักษณะงานในปัจจุบัน และหากเราจะนำแนวความคิด การจัดการองค์กรและการบริหารงานสไตล์ฮอลลีวูด มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานในองค์กร ดิฉันว่าก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าเราคงต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างในองค์กร เป็นต้นว่า ความสัมพันธ์ในการทำงาน ทักษะและสไตล์ของผู้บริหาร และที่สำคัญที่สุดคือความสามารถและทักษะของตนเอง ที่ต้อง “รู้จริง เก่งจริง” นะค่ะ...