คลังรับสภาพเศรษฐกิจซบ หมดสิทธิ์ตั้งงบประมาณเพิ่ม

คลังรับสภาพเศรษฐกิจซบ หมดสิทธิ์ตั้งงบประมาณเพิ่ม อ้างขาดดุลแล้ว 4.3 แสนล้านบาทเฉียดเพดานเงินกู้ ยอมรับรายได้งบปี 52 อาจไม่ถึงเป้า 1.56 ล้านล้านบาท สั่งเจ้าหน้าที่เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2552 หลังจากที่รัฐบาลเพิ่มงบประมาณกลางปีอีก 1 แสนล้านแล้ว คงไม่สามารถที่จะตั้งงบประมาณเพิ่มเติมได้อีก เนื่องจากรัฐบาลได้ตั้งงบขาดดุลไป 3.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) บวกกับการตั้งงบชำระหนี้อีก 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ขณะนี้ขาดดุลงบประมาณ 4.3 แสนล้านบาทซึ่งเกือบเต็มเพดานระดับ 4.4 แสนล้านบาทที่เป็นไปตามพ.ร.บ.งบประมาณกำหนดไว้ว่า สามารถตั้งงบขาดดุลได้ไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายบวกกับการตั้งงบชำระต้นเงินกู้อีก 80% ของงบชำระเงินกู้ "ปัจจุบันตั้งขาดดุลไว้ 4.3 แสนล้านบาท เกือบเต็มเพดานที่กฎหมายกำหนดดังนั้น จึงห่วงเรื่องรายได้ว่า จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าเท่าไร่ แต่คาดว่าทั้งปีจะต่ำกว่าเป้าเพียงเล็กน้อย" นายสมชัยกล่าว

นายสมชัยกล่าวว่า นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นห่วงเรื่องการจัดเก็บรายได้ในปี 2552 มาก จากปัญหาเศรษฐกิจที่จะชะลอตัว โดยคาดว่า จะจัดเก็บได้ไม่เข้าเป้าที่ตั้งไว้ 1.56 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบกับกรอบวงเงินงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น จึงสั่งให้คณะกรรมการติดตามการจัดเก็บรายได้ ซึ่งมีผู้อำนวยการ สศค.เป็นประธาน ติดตามการจัดเก็บรายได้อย่างใกล้ชิดแบบรายเดือน "คณะกรรมการไม่ได้เข้าไปบี้ให้แต่ละหน่วยงานจัดเก็บรายได้ให้ได้มาก ๆ เพราะเข้าใจว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว การเก็บรายได้ย่อมกระทบแน่นอน แต่ก็จะพยายามควบคุมให้รายได้แต่ละเดือนเป็นไปตามเป้า"

นายสมชัย กล่าวว่า ในปีนี้ผลกำไรของธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างดี โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กำไรทั้งระบบอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2550 ทั้งปีอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ทั้งระบบอยู่ในระดับต่ำที่ 6% มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือ บีไอเอส ประมาณ 15.6% ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในปีงบประมาณ 2552  อย่างไรก็ตาม สศค.ยังคงประมาณจีดีพี ในปี 2551 ไว้ที่5% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนการขยายตัวจากครึ่งปีแรกที่ขยายตัวสูงถึง 5.7% ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง ดุลบัญชีเดินสะพัด ทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีมาก ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ระดับต่ำ 4.6% หรือประมาณ 5 แสนคน ต่อจำนวนกำลังแรงงานทั้งหมดประมาณ 35 ล้านคน ขณะที่ในปี 2552 ประมาณการว่า จีดีพีจะขยายตัวได้ 3-4% หรือไม่ต่ำกว่า 4% ซึ่งขยายตัวได้ต่ำกว่าปี 2551 เพราะชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือนธันวาคม

แนวหน้า  โลกวันนี้  ผู้จัดการรายวัน 18 พฤศจิกายน 2551