ประชาชนต้องพัฒนาตัวเองจากรากหญ้า และรากฝอยเข้ามาเป็นคนในระดับรากแก้ว ให้เป็นฐานและที่พึ่งของการพัฒนาประเทศ


เรื่องนี้ ผมได้แกนแนวคิดและแรงบันดาลใจจากงานเขียนของคุณ ยอดชาย ชุติกาโม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์สุโขทัย ใน http://www.giggog.com/education/cat7/news4113/

และนำมาส่งต่อให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทางอีเมล์เมื่อวาน (๑๗ พย ๒๕๕๑) ที่ผ่านมา โดย

 

นายกิตติศักดิ์ สิงหา

นักวิชาการเกษตร 8 (ชำนาญการ) ระดับ 8
ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร สาขาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์
ปฏิบัติราชการที่สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

          ที่สรุปประเด็นสำคัญว่า

ในช่วงระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา

เราได้นำพาประเทศของเราเข้าสู่การพัฒนาโดย การกำหนดเป้าหมายในการเพิ่ม และปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ และในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น”

ทั้งๆที่เป้าหมายหลักในการพัฒนานั้น อยู่ที่ “ภาคประชาชน

โดยมุ่งเน้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในลักษณะที่พึ่งพิงอยู่กับฐานแห่งความถูกต้อง และระบบคุณธรรม อันได้แก่ความอดทนอดกลั้น ความเสียสละ การมีวินัย การมีความคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคม

          แต่ในกระบวนการพัฒนา “เราก็มิได้มีการวิเคราะห์ปัญหาเหล่านั้นจากสภาพความเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขบริบทของสังคมไทย”

แต่ “ใช้ภาพร่างของการพัฒนาตามแนวทางโครงสร้างสังคมของกลุ่มประเทศในโลกที่พัฒนาแล้วที่มีการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทั้งที่บริบททางด้านโครงสร้างทางสังคมของประเทศเหล่านั้นมิได้สอดคล้องกับโครงสร้างของสังคมไทย

 

โดยเฉพาะ “การแบ่งแยกความแตกต่างทางชนชั้น การกดขี่ขูดรีดที่ชนชั้นนายทุนกระทำต่อประชาชนยังคงมีปรากฏให้เห็นอยู่เสมอทั้งในทางตรงและทางอ้อม

ที่ทั่วโลก

  • ยอมรับว่าเป็นสาเหตุสำคัญของความขัดแย้ง และการใช้ความรุนแรงในโลกปัจจุบัน
  • ทำให้วัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนทั้งหลายที่กระจายอยู่ทั่วโลกถูกทำลาย
  • ประชาชนถูกกลืนหายไปกับกระแสแห่งแนวความคิดดังกล่าวภายใต้ชื่อ โลกาภิวัตน์ (Globalization)
  • ประชาชนส่วนใหญ่เคลิบเคลิ้มไปกับการพัฒนาตามแนวทางที่ประเทศมหาอำนาจผู้สร้างลัทธิทุนนิยมเป็นผู้กำหนด

 

ทั้งที่ในแนวทางดังกล่าว

  • ได้มีการเร่งระดมทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างสิ้นเปลืองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อความเปลี่ยนแปลงในอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น
  • ขณะเดียวกันได้ใช้ระบบเศรษฐกิจเงินตราเป็นกลไกในการควบคุมวิถีชีวิตของผู้คนทุกด้าน
    • โดยมอมเมาประชาชนให้หลงเชื่อว่านี่คือแนวทางของการพัฒนาที่ถูกต้อง
  • จนในที่สุดได้กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของการพัฒนาในกลุ่มประเทศโลกที่สาม ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย
  • ที่รัฐบาลหลายชุดในอดีตที่ผ่านมาเชื่อกันว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมจะนำไปสู่การสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่สังคม และจะทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น

        เมื่อเวลาผ่านไป

  • หลายประเทศต้องตกอยู่ในสภาพล้มละลายทางเศรษฐกิจ
  • ประชาชนต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างลำบากยากแค้น
  • ขณะที่บรรดาชนชั้นนำทางการเมืองในรัฐบาลยังคงเดินหน้าบริหารประเทศตามแนวนโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยมต่อไปอย่างดูเหมือนจะไม่สนใจความเดือดร้อนที่มีในสังคม
  • ทั้งๆที่ การทำงานพัฒนาดังกล่าว นั้น เป็นแค่
    •  มายาภาพของการพัฒนา (Delusion of development)
      • ยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไร ก็ยิ่งด้อยพัฒนามากขึ้นเท่านั้น
      • ในทางรัฐศาสตร์เรียกว่าตกอยู่ใน ภาวะของการพึ่งพา (Dependency)
      • ซึ่งเป็นวิธีการที่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วใช้ในการเอารัดเอาเปรียบกลุ่มประเทศที่ด้อยพัฒนา และกำลังพัฒนา มาเป็นเวลาอันยาวนาน

          ดังนั้นการพัฒนาที่แท้จริงนั้น สมควรตกเป็นของประชาชน

  • ที่ต้องพัฒนาตัวเองจากรากหญ้า และรากฝอยเข้ามาเป็นคนในระดับรากแก้ว ให้เป็นฐานและที่พึ่งของการพัฒนาประเทศ
  • คนเหล่านี้มีสิทธิหรือไม่ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น สามารถประคับประคองชีวิต และสร้างครอบครัว ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
  • สามารถรวมกลุ่มกันเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองให้กับกลุ่มของตนเอง
  • ประชาชนเหล่านี้สมควรจะเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนา

 

จากหลักการข้างต้น

          การพัฒนาที่แท้จริงจึงควรเริ่มต้นมาจาก

  • ความต้องการของประชาชน
  • ความคิดริเริ่มจากประชาชน
  • ต้องเกิดการรวบรวมพลังของภาคประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการเจรจาต่อรองกับกลุ่มชนชั้นนายทุนที่อยู่บนจุดยอดของสังคม
  •  ซึ่งจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของความสัมพันธ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ตลอดจนรูปแบบของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ

          การเปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างเหล่านี้จะต้องดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในทางสังคมของประชาชนในท้องถิ่น

ผลจากการพัฒนาดังกล่าวจึงจะมีความยั่งยืน และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

  • มิใช่การลอกแบบมาจากหลักการ หรือแนวคิดทฤษฎีอันสวยหรูที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้คิด หรือกำหนดขึ้น
  • มิใช่เป็นเพียงผู้รองรับผลของการเปลี่ยนแปลงที่ถูกกำหนดมาจากกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งเป็นคนชั้นสูงในสังคมที่ถูกครอบงำด้วยแนวทางพัฒนาตามแบบเศรษฐกิจทุนนิยมจากประเทศตะวันตกเท่านั้น

ขณะเดียวกัน “องค์กรภาคประชาชนที่สนับสนุนคนรากแก้ว” จะต้องได้รับการสนับสนุนให้มีการสร้างความเข้มแข็ง และส่วนร่วมทางการเมืองในการพัฒนาประเทศอย่างถูกทาง

เพื่อให้เครือข่ายดังกล่าวเป็นหัวหอกสำคัญในการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนในระดับรากแก้วผ่านไปยังรัฐบาล หรือกลุ่มผู้มีอำนาจในสังคม

รวมทั้งเป็นแนวร่วมที่ดีและมีประสิทธิภาพในฐานะหน่วยสนับสนุนที่สำคัญในกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          ซึ่ง

  • เป็นวิถีทางของการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลความเจริญให้ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  • เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้อย่างเรียบง่าย ยั่งยืน และมีการพัฒนาไปตามแนวทางที่ถูกต้อง และ
  • เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย
  • โดยที่วิถีชีวิตของคนในแต่ละท้องถิ่นจะไม่ถูกทอดทิ้งไปจากกระแสของการพัฒนา

ซึ่งน่าจะทำให้สังคมและชุมชนต่างๆ ที่หลากหลายในประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ และสามารถพัฒนาจนดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมอารยประเทศ (ที่เราลอกแบบเขามาด้วยความเข้าใจผิด)

โดยเริ่มจากฐานชุมชนคนรากแก้วครับ