
ตอนยังเล็ก แม่เล่าให้ฟังว่าผมกินนมแม่ตั้งหลายเดือนไม่ยอมทิ้งนมแม่ จนแม่ทนไม่ไหวแสบหัวนมไปหมดเลยต้องซื้อนมกระป๋องให้ทาน แถมตอนนอนต้องเปิดแผ่นเสียงให้ฟังด้วยนะ (พ่อชอบของทันสมัยมาก สมัยนั้นบ้านเรามีแผ่นเสียงเป็นบ้านแรก แผ่นเสียงขนาด ๗๒ รอบ ต่อมาเป็นขนาด ๕๔ รอบ แล้วมาเป็น ๓๓ รอบ) ผมมีเพลงโปรด คือโปรดเถิดดวงใจ เวลาจะนอนต้องกล่อมด้วยเพลงนี้เท่านั้น เพราะคนร้องชื่อทูล ทองใจ คนฟังชื่อ ฑูร ทองตัน ฮ่าๆๆ

สมัยเป็นนักเรียน ได้เป็นหัวหน้าชั้นมาตั้งแต่ชั้น ป.๕ จนจบ ม.ศ.๕ มีเป็นรองหัวหน้าชั้นก็ตอน ม.ศ.๔ เข้าไปใหม่ๆมีแต่ผู้หญิง พวกผู้หญิงก็เลยเลือกผู้หญิงเป็นหัวหน้า และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าตอน ม.ศ.๕ และเป็นรองประธานนักเรียน การที่เราได้เป็นหัวหน้าอยู่บ่อยๆมันสั่งสมประสบการณ์ให้เราต้องเป็นผู้นำมาโดยตลอด เพราะมันจะเพาะเชื้อของความมั่นใจให้กับเราเรื่อยๆ และสิ่งที่ไม่ดีจะตามมาคือการเอาแต่ใจตัวเป็นใหญ่ ซึ่งเราต้องรู้จักระมัดระวังตนเองอยู่เสมอ....
สมัยเด็กซนมาก จนถึงขนาดแม่ลงโทษด้วยการจับมัดกับต้นมะกอก เอาสำลีอุดหู อุดจมูก ให้หายใจทางปาก แล้วสอยรังมดแดงมาสุมที่ขา โอ้..แม่เจ้า.... เข็ดเขี้ยวไปนาน กลายเป็นเด็กเรียบร้อยเหมือนผ้าพับได้สักสองสามอาทิตย์ อิอิ ถามแม่ว่าทำไมทำอย่างนั้น แม่บอกว่าปากมันหุบได้ หูกับจมูกหุบเองไม่ได้ ถ้ามดเข้าไปจะแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้ามัวแต่อ้าปากมดมันก็เข้าปากเรายังกัด ยังถ่ม ยังถุยมันได้ อิอิ แถมแม่บอกว่า ถ้าไม่ได้รังมดแดง แกจะได้เป็นอัยการใหญ่โตยังงี้เรอะ...อิอิ จริงครับแม่....แต่ครอบครัวผมทุกครั้งที่มีการตีจะมีการทบทวนเหตุการณ์กันก่อนว่าไปทำอะไรมา ผิดไหม แล้วจึงจะลงโทษ ดังนั้นจึงไม่มีใครหนีเวลาถูกลงโทษ
โตเป็นหนุ่มขึ้นมาเห็นเพื่อนเล่นกีตาร์ เคยขอยืมเพื่อนมาหัดเล่น อยากได้มากแต่ไม่รู้จะทำยังไง เอาไม้กวาดมาทำกีตาร์เล่นเพลงสากลบ้าง ลูกทุ่งบ้าง ตามเสียงเทป บางทีก็เอามาทำเบส พ่อคงทนดูไม่ได้ก็แอบไปซื้อกีต้าร์มาให้ตัวนึงเป็นกีต้าร์คลาสสิค แต่เราก็ไม่รู้จักเพียงสงสัยว่าทำไมกีตาร์เพื่อนคอเล็กของเราทำไมคอใหญ่ ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็เล่นกีตาร์เท่ห์มาก สาวกรี๊ดสลบเวลาเล่นดนตรีร้องเพลง เริ่มร้องเพลงเล่นดนตรีด้วยเพลงสากล ต่อมาเวลาไปเล่นในวงก็ไปร้องเพลงลูกกรุง เล่นไปเล่นมาจึงรู้ว่าจริงๆแล้วชอบเพลงลูกทุ่ง ฮ่าๆ ตอนเล่นดนตรีก็มีเรื่องมันๆ เวลานักร้องกิตติมศักดิ์ขึ้นมาร้องเพลง มักไม่ค่อยรู้จักชื่อเพลง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขอร้องเพลงดาว ถามว่าขึ้นยังไง แกก็ตอบว่าขึ้นด้วย ดาวววว...แต่เราไม่รู้ว่าดาวไหน หัวหน้าวงก็ขึ้นจังหวะออฟบิท คนรุ่นผมจะรู้จักเพลงนี้ดี ดาว...ดาวดวงหนึ่งซึ่งสุดโสภี..ดาวประดับในดวงฤดี..(เพลงเร็ว). ดนตรีขึ้นอินโทรเสร็จ กลองส่งจังหวะให้นักร้อง หัวหน้าพยักหน้าให้นักร้อง แกก็ร้อง ฮือ ฮือ ฮือ.....โอ้.....ดาว...ไร้ราคีคาว....(ของธานินทร์ ซึ่งเป็นเพลงช้า) นักดนตรีแทบจะไม่ต้องเป่ากันเลยหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง..
สมัยเป็นนักเรียนอยู่อำนวยศิลป์ เพื่อนๆซื้อสลากเป็นแผงมาขาย ได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ เราอยากได้มั่งก็ฝากเพื่อนซื้อเอามาขาย รู้ว่าผิดระเบียบโรงเรียนแต่ก็ยังฝ่าฝืนเพราะจะได้มีเงินซื้อลูกชิ้นปิ้งกินเพิ่ม วันนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าเรียน มีชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะ เพื่อนก็เอาไปเล่นกัน ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เวลาพักก็ไม่เอาออกมาขาย แต่เพื่อนเอาไปขาย จนถูกครูจับได้ก็เลยถูกทำโทษ คราวนี้เพื่อนมันซัดว่าของหัวหน้าก็มี ครูก็ถามว่าว่าไงหัวหน้ามีกับเขาไหม ผมก็ปฏิเสธว่าไม่มีแต่เพื่อนมันก็บอกครูว่าค้นในกระเป๋าเลย อยู่ในกระเป๋า ครูหันมามองหน้าผมซึ่งตอนนั้นซีดเป็นไก่ต้ม ครูบอกว่าครูเชื่อในเกียรติของหัวหน้าไม่ค้น ไม่ว่าอะไร ผมรู้ว่าครูรู้ แต่ครูให้เกียรติเรา ครูสอนว่าอย่าเล่นการพนันเพราะการพนันไม่ดี จะทำให้เราฉิบหาย ตั้งแต่วันนั้นผมเลิกซื้อสลากมาขาย เลิกทำผิดระเบียบของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด และมันส่งผลมาถึงการทำงานที่ให้อภัยคนมาโดยตลอด เพราะคนเราผิดพลาดกันได้ แต่ก็ไม่ควรทำความผิดซ้ำ เพราะถ้าทำซ้ำผมไม่ยอม ใครมาขอก็ไม่ยอมช่วยเป็นอันขาดเพราะถือว่าเขารู้แล้ว มันได้โอกาสแล้ว ยังทำอีก
ตอนอยู่อำนวยศิลป์ อยากหาเงินซื้อของเล่นไปฝากน้องก่อนกลับบ้านตอนปิดเทอม ก็เลยสมัครไปขายสลากกาชาดแต่งชุดลูกเสือไปขายได้มา ๒๐๐ กว่าบาท ซื้อปืนของเล่นอย่างดีให้น้อง ๑ กระบอก ภูมิใจมากๆที่หาเงินซื้อของเล่นให้น้องได้ น้องคนนี้เป็นลูกของอา ชอบเล่นปืนมาก อาก็มีปืนหลายกระบอก ต่อมาน้องคนนี้ได้เป็นตำรวจ และตายด้วยอาวุธปืนของลูกน้อง รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ซื้อปืนเด็กเล่นให้น้องเพราะเราก็เป็นผู้สนับสนุนให้น้องเล่นปืนคนหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีโอกาสเขียนบทความจึงได้เขียนเรื่อง “ปืน อาวุธที่ควรมีไว้ในบ้าน?” ต่อต้านแม้กระทั่งปืนเด็กเล่น ลูกผมก็ไม่ให้เล่นปืนของเล่นอีกเลย
สิ่งที่เห็นชินตาเมื่ออยู่กับพ่อแม่ก็คือ พ่อมักไปช่วยงานสังคมไม่ขาด เป็นสมาชิกสโมสรไลออนส์พังงา คบค้าสมาคมกับข้าราชการ เพราะเรามีสินค้าที่ขายกับส่วนราชการ และเห็นข้าราชการที่ชอบเอารัดเอาเปรียบพ่อค้า ทำให้คิดว่า สักวันหนึ่งเมื่อเราจบการศึกษาถ้าจะรับราชการจะไม่รับราชการในตำแหน่งเล็ก แต่จะใหญ่ทีเดียวเพื่อให้ข้าราชการเหล่านั้นเกรงใจไม่กล้ารังแกพ่อเรา มีทางเลือกอยู่สองทาง ไม่เป็นผู้พิพากษาก็เป็นอัยการ แต่อัยการสอบก่อน แต่ตอนนั้นเป็นทนายก่อนประมาณสามปี จึงสอบเข้ารับราชการเป็นอัยการ และไม่มีใครกล้ามายุ่งกับพ่ออีก
แม่เป็นคนมีนิสัยสนุกสนาน อารมณ์ดี เวลาโมโหพวกเราจะโดนเรียงเป็นลูกระนาด ดังนั้น เวลาแม่ทำโทษน้องเราต้องไม่โผล่ไปให้เห็นหน้า ไม่งั้นจะถูกหางเลขไปด้วย เช่น กำลังทำโทษน้องอยู่ เราไปยืนดูน้องด้วยความสะใจ กำลังด่าน้องอยู่ดีๆ ก็จะแว๊บมา “บัณฑูร ก็เหมือนกัน วันก่อน...ทำอย่างนั้นอย่างนี้” .จ๊าก...ก็คราวนี้ผมไม่ได้ทำผิดด้วยอ่ะ แม่....คราวนี้ไม่ได้ทำแต่วันก่อนแกทำฉันยังไม่ได้คิดบัญชี ไปโน่น.... อิอิ แม่จะมีเพื่อนมาก เวลามีงานศพ งานบุญ สิ่งที่เราเห็นเจนตาก็คือแม่จะถือมีดห่อกระดาษไปวัดที่เขามีงานหรือบ้านงานศพ ไปช่วยอยู่ในครัว แล้วแม่ก็จะเล่านิทานทะลึ่งให้บรรดาแม่ครัวฟัง ผมติดมาจากแม่...อิอิ
ผมชอบงานศิลปะ ตอนเด็กๆอยู่ชั้นประถม ๔ ชอบเอากระดาษมาวาดรูป ผมรู้สึกว่ารูปมิตร ชัยบัญชา ที่สวมหน้ากากอินทรีแดงวาดง่ายมาก วาดยังไงก็เหมือน วาดแจกเพื่อนยังได้เลย ผมยังจำความรู้สึกว่า “ตูวาดเหมือน”ได้เลย ถ้าไม่รู้ว่าผมวาดเหมือนยังไง ก็วาดแบบนี้แหละ ผมว่ามันเหมือนจริงๆ ง่ายมาก พอโตขึ้นมา ถามตัวเองว่า “เอ็งรู้สึกได้ไงว่าเหมือนวะ..” อิอิ
ผมอยากจะเรียนเพาะช่าง แต่พ่อไม่ชอบเพราะมองไม่เห็นอนาคตว่าจบมาแล้วจะทำอะไรกิน เหมือนกับเล่นดนตรีสมัยนั้นก็คือพวกเต้นกินรำกินไม่มีอนาคต แต่พอมาถึงน้องชาย(โกไข่)ผมผลักดันพ่อได้สำเร็จให้น้องได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ และเขาก็ก้าวหน้าในวิชาชีพของเขามาโดยตลอด เขาเป็นครูก็เพราะเขาเรียนดนตรีมาและเข้าถึงมันจริงๆ ขนาดเขาจบปริญญาตรี แต่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเชิญเขาไปเป็นอาจารย์พิเศษให้เขาเขียนหลักสูตรเองได้เลย ทุกวันนี้พ่อก็จะภาคภูมิใจในตัวน้องมาก ถ้าน้องมาเล่นคอนเสิร์ตแถวบ้านพ่อจะไปดูเสมอ...
ถอดบทเรียนชีวิต
๑.การให้เด็กฟังเพลงตั้งแต่เล็กๆ และเป็นเพลงไพเราะจะทำให้เขาเติบโตเป็นคนอารมณ์ดี คิดในแง่บวก
๒.การมีอำนาจจะทำให้คนเหลิงในอำนาจ ควรที่คนมีอำนาจจะต้องทบทวนตัวเองอยู่เสมอ เรามักจะเห็นคนเป็นยักษ์มารเมื่อขึ้นสู่อำนาจเสมอ เพราะเขาไม่รู้จักมองดูตัวเอง
๓.จะให้ลูกเติบโตอย่างมีเหตุผล การลงโทษลูกก็ต้องมีเหตุผลให้เขารู้ว่าเพราะเขาทำผิดเขาจึงต้องถูกลงโทษ
๔.คนเล่นดนตรีจะเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย จึงควรจะต้องมีสติกำกับเพราะความสนุกสนานเช่นนั้นไม่ยั่งยืน
๕.ดนตรีใช้กล่อมเกลาคนให้มีความสุขและระบายความทุกข์ได้ถ้าใช้เป็น อย่าใช้เสียงเพลงทับถมความทุกข์ที่มี
๖.คนเราไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิด ดังนั้นหากอภัยให้เขาได้อภัยให้เขาเถอะเพราะถ้าเขาสำนึกเขาจะเป็นคนดีได้เหมือนกัน
๗.สิ่งที่เรียกว่าอาวุธไม่ควรสะสมไว้ในบ้าน เพราะอาวุธมันไม่มีอะไรดีเลยมีแต่ใช้ฆ่าประหัตประหารกัน
๘.คนเป็นพ่อแม่ถ้าไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ลูกก็มีความสุขและจะทำให้เขาพัฒนาศักยภาพเขาได้อย่างเต็มที่
๙.พ่อแม่อารมณ์ดี ลูกจะอารมณ์ดี และมองโลกในแง่ดี
๑๐.อย่าไปยัดเยียดสิ่งที่พ่อแม่อยากเป็นให้ลูก ให้เขาได้เป็นตามที่เขาต้องการ
เห็นไหมผมบอกแล้วว่าให้เล่าแล้วมันยาว...ดูๆไปผมยังมองไม่เห็นตอนจบเลยนะเนี่ย..ฮ่าๆๆ
จองๆๆๆๆๆ อิอิ ก่อนทำงานค่ะ เดี๋ยวมาอ่านครับผม
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
อิอิ มาแบบไม่ต้องจองเพราะได้อ่านครับ เอิ๊กๆๆๆ
ดนตรีทำให้เรามีอารมณ์ที่บวกๆๆจริงๆครับ ตอนเด็กๆแม้จะอยู่เพียงลำพังแต่ก็มีเพลงครับที่เป็นเพื่อนยามเหงาใจ ได้จากเพลงนี้ล่ะครับ ได้ทำอะไรไปด้วย ฟังเพลงไปด้วยใครว่าคิดไม่ออก ผมว่าทำให้อะไรๆ ดูเป็น สีสันดีครับ ไม่เงียบเหงา ไม่งั้นเค้าจะบอกให้เปิดเพลงให้สัตว์เลี้ยง ให้พืชผัก ได้ฟังกันหรือครับ อิอิ แถวบ้าน เลี้ยงหมูกันเยอะมาก(แต่เปิดมากไปก็ตีกันป่าวๆ สู้บ้านใครเปิดดังๆ แล้วบ้านถัดไปก็อาศัยเสียงจากบ้านนั้นดีกว่า ไม่ต้องแข่งกันครับ)
มาถึงตอนนี้ ปัจจุบัน การฟังเพลงของผมของเริ่มเปลี่ยนแนว
มาเป็นแนวclassic แบบต้องใช้บันไดปีนเพื่อจะฟังครับ
ประเภท โมสาร์ท บีโธเฟ่น (รับประกันครับ ทำงานแล้วสุขใจจริงๆ)
ขอบคุณครับ
คนพลัดถิ่น
สวัสดีครับท่านอัยการ ผมต้องส่งข้อสอบบทเรียนนี้ มั้ยครับ
///หลายปีที่จากบ้านมานานครัน
///ได้อัยการกับหมอช่วยต่อความคิด
///ถอดบทเรียนเรื่องราวของชีวิต
///ลิขิตบทเรียนมาแลกเปลี่ยนกัน //ขอบคุณอย่างอนันต์นับครับผม
สวัสดีค่ะ
* เข้ามาอ่านปอกเปลือกตอน ๓
* โปรดเถิดดวงใจ โปรดได้ฟังเพลงนี่ก๊อน (นี้ก่อน)...เพลงบทเรียนชีวิต
* ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีน้องพอลล่า
วีดีโอเมื่อเช้าดีมากๆ แต่คงต้องเฉลยให้รู้ว่าที่มาเป็นอย่างไรเพราะผู้เข้าชมจะได้อารมณ์จากการชมมากกว่าดูเฉยๆครับ
สวัสดีครับคุณคนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)
เชื่อไหมครับผมฟังเพลงทุกประเภท ตั้งแต่เพลงพื้นบ้านไปจนถึงคลาสสิค แต่มันแล้วแต่อารมณ์นะครับและไม่ได้ฟังแบบศึกษาลึกซึ้งในทุกเรื่อง บางอารมณ์นั่งฟังดนตรีไทยได้ทั้งวัน บางอารมณ์ก็ฟังร๊อคได้มันๆ บางอารมณ์ก็ป๊อบได้เต็มที่ บางอารมณ์ก็คลาสสิคอยู่คนเดียว แจ๊สก็โปรดนะครับ
เหมือนการอ่านหนังสือเลยครับ วันดีคืนดีอยากอ่านธรรมะ ของท่านพุทธทาสเล่มปกแข็งเล่มใหญ่อ่านจบได้เหมือนกัน บางครั้งอยากอ่านวิทยาศาสตร์รู้รอบตัวนี่อ่านเป็นปีเลยครับ บางช่วงก็บ้าสารคดีมีเป็นตั้งๆ บางช่วงบ้านิยายก็อ่านแต่นิยายแปล นิยายจีน บางโอกาสอ่านเรื่องสั้นก็บ้าเรื่องสั้นเป็นพักๆ วันดีคืนดีอยากอ่านภาษาอังกฤษก็มีครับ บางทีก็เอาหนังสือที่ตัวเองเขียนแจกชาวบ้านมาอ่านดู เออ..สนุกดี อิอิอิ
บังหีมครับ
อย่ารีรอ ส่งเลยเพราะเรื่องราวของแต่ละคนล้วนเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นทั้งเพ อยู่ที่คนอ่านเขาหยิบไปใช้ได้หรือไม่เพราะไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา เพียงแต่เราเล่าประสบการณ์ของเราให้เขาไปคิดเอง แต่เราอาจนำเสนอความคิดของเราให้เขารู้ว่ามุมมองของเราเป็นพรือครับ
รออ่านครับ
สวัสดีครับ อ.พรรณา
ขอบคุณที่ยังตามมาอ่าน ว่าแต่ว่าตอนต่อไปจะตามอ่านอีกไหมครับ มีอีกหลายตอนนะครับ อิอิ
สวัสดีครับท่าน ศน.ลำดวน
เรื่องที่เล่าเป็นเรื่องจริง ที่นึกถึงทีไรยังขำไม่หาย พอเจอหน้านักดนตรีชุดนั้นเล่าเรื่องนี้ทีไรได้หัวเราะกันทุกที
กรุณาตามอ่านตอนต่อไป จะถึงชีวิตรักแล้ว อิอิอิ
มาติดตามภาค 3 ^^ รสแซบ..บ..บ มาก ท่านอัยการวีรกรรมเยอะจังเลยนะคะ
แวะมาปอกเปลือกอีกรอบครับ
เปลือกหนา (ความรู้)ต้องปลอกนาน ๆ
อิอิ
หวัดดีน้องต้อม
ยังมีอีกเยอะ ถ้าไม่มีวีรกรรมเยอะ ก็ไม่สามารถสั่งสมประสบการณ์ได้เยอะ การว่าความก็ไม่สามารถตามทันความจริงได้เหมือนกัน การรู้ถูกรู้ผิดการค้นหาความจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตมนุษย์นะ จะรออ่านตอนต่อไปไหมนี่..อิอิ
เปลือกผมเหมือนข้าวโพดแฮะ..ปอกชั้นหนึ่งเจอชั้นสอง ปอกชั้นสองเจอชั้นสาม ปอกชั้นสามเห็นขน เปิดขนเห็นเม็ด...น้องโย่งมองตามความเป็นจริงของข้าวโพด อย่าจินตนาการนอกเรื่องล่ะ...อิอิอิอิ
เรียนท่านอัยการ
ชอบมากคะ ขอบคุณนะคะที่ถอดบทเรียนได้สุดยอดคะ
ขอนำไปใช้คะ ซักสามสี่ข้อนะคะ
สวัสดีครับคุณ ประกาย~natachoei
ยินดีให้นำไปใช้ไม่สงวนลิขสิทธิ์เลยครับ ตำนานผมเยอะครับ สำคัญว่าจะตามอ่านหรือเปล่า อิอิ
สวัสดีครับ Col.boonyarit
ขอบคุณที่แวะเข้ามานะครับ ผมก็คนธรรมดาที่มีถูกมีผิดครับ ทำความเข้าใจกับชีวิตมนุษย์เพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆที่เกิดขึ้น พยายามทำตัวให้เป็นกลางที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดอคติในการทำงานครับ
สวัสดีค่ะ คุณอัยการชาวเกาะ
ถอดบทเรียนชีวิตของท่านในภาคสามนี้ทำให้ศิริวรรณอดใจไม่ไหว ให้คล้อยตามไปหมดเลย โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับดนตรี เพระตัวเองคลุกคลีกับเสียงดนตรีมาตลอด อยู่วงดนตรีตั้งแต่มัธยมจนจบมหาวิทยาลัยไปทำงานแล้วก็ยังร่วมทำวงของโรงเรียนอีก แถมเวลาอ่านหนังสือ/ทำการบ้านต้องฟังเพลงจึงจะจำ/ทำได้ดี แต่ที่ต้องระวังก็อย่างว่านั่นแหละ...คนเล่นดนตรีจะเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย จึงควรจะต้องมีสติกำกับเพราะความสนุกสนานเช่นนั้นไม่ยั่งยืน ....แล้วก็...ดนตรีใช้กล่อมเกลาคนให้มีความสุขและระบายความทุกข์ได้ถ้าใช้เป็น อย่าใช้เสียงเพลงทับถมความทุกข์ที่มี ...เพราะเมื่อไหร่ที่ฟังเพลงที่มีเนื้อหากินใจ น้ำตาก็พาลจะไหลอยู่เรื่อย แม้จะแก่ป่านนี้แล้วก็ยังไม่วาย เดี๋ยวนี้ก็เลยฟังแต่เพลงบรรเลงเป็นส่วนใหญ่ ฟังแต่ดนตรี ไม่ต้องเอาเนื้อหา เดี๋ยวได้เรื่อง แต่ก็ไม่วายนะ เพลงบรรเลงบางเพลงเป็นจอมขุดคุ้ย สามารถขุดคุ้ยอารมณ์ได้อย่างดี (ทั้งอารมณ์สนุกสนาน และเศร้าซึม)
แล้วก็เรื่องคนทำผิดนี่ ขอบอกว่า มีแต่ต้องให้อภัย ...ตราบใดที่ยังไม่หมดกิเลส โอกาสจะผิดพลาดมีได้เสมอ...ให้กำลังใจกันไปดีที่สุด..ประคับประคองกันไป
เรื่องอาวุธนี่..น่ากลัว ..พ่อเคยทำปืนลั่นเกือบโดนน้องชาย หวาดเสียวมาก แล้วก็สมัยพ่อลาไปเรียนต่อปริญญาตรี พวกเราอยู่ในความดูแลของแม่เพียงลำพัง มีโจรเข้าบ้าน พ่อทราบเรื่องก็จัดการทำระเบิดขวดแขวนไว้ที่ประตูหลังบ้าน วางระบบให้แม่เสียบปลั๊กก่อนเข้านอนทุกคืน ... วันหนึ่งยังไม่เข้านอน ขณะกินข้าวมื้อเย็น น้องสาวเกิดขยันทั้งๆที่ไม่เคยทำ(ไม่ใช้หน้าที่)ไปเสียบปลั๊กก่อนเวลา แม่ไม่รู้..เปิดประตูหลังบ้าน..ผลก็คือ..ระเบิดทำงาน..โดนสะเก็ดระเบิดไปตามๆ กัน แม่หนักหน่อยต้องส่งไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลพังงา ...หลอนไปอีกนาน...เลิกเลย
สรุปว่า
เห็นด้วยทั้งหมดนั่นแหละ
สาธุ
ศิริวรรณ
สวัสดีครับ