สช. ว่าจ้าง HITAP ทำงานวิจัย “องค์กรและการจัดการเชิงระบบในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมในต่างประเทศเลือกศึกษา ๗ ประเทศ

 

หัวใจคือคำว่า ระบบ   เป็นการศึกษาวิธีทำงานเชิงระบบ   ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบ

 

และหัวใจของการจัดการระบบ คือการมีองค์กรรับผิดชอบ   กับมีกลไกการทำงานและวิธีทำงาน เพื่อให้ระบบสุขภาพเป็นระบบของทุกคนเพื่อทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วม

หลุมดำของระบบสุขภาพ ที่สำคัญคือมันตกอยู่ใต้อาณัติของคนเพียงบางกลุ่ม   เช่นของนักวิชาชีพ หรือของธุรกิจ (เช่นสหรัฐอเมริกา)  หรือของประเทศที่เข้าไปช่วยเหลือ และดึงดูดเอาทรัพยากรบุคคลออกไปจากประเทศ (เช่นของประเทศอูกานดา)  ไม่เป็นระบบเพื่อผลประโยชน์ของคนทุกคน   

 

กรณีประเทศอูกานดา ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่ม LIC (Low Income Country) ประเทศเดียวที่ศึกษา   และข้อมูลจากท่านอดีต รมต. สาธารณสุข (มงคล ณ สงขลา) ในการประชุมนำเสนอผลการศึกษา ทำให้เราได้เห็นจุดอ่อนของประเทศ LIC ที่ระบบสุขภาพดูจะเป็นระบบของ donor organization / country   มากกว่าของประเทศนั้นๆ   และความช่วยเหลือนั้น ก็ไม่แน่ว่าใครช่วยใคร   เพราะดูจะเป็นการไปเลือกเอาทรัพยากรบุคคลของประเทศนั้นๆ ออกไปใช้งานนอกประเทศ   

 

ระบบสุขภาพที่ดี จะมีลักษณะอย่างหนึ่งคือ Good health at low cost   คือประเทศใช้จ่ายด้านสุขภาพไม่มากนัก แต่ได้ผลผู้คนมีสุขภาพดี   ประเทศที่รายได้ไม่สูง แต่สุขภาพของผู้คนดีมาก คือ คิวบา กับศรีลังกา  

 

แปลกที่ศรีลังกามีสงครามกลางเมืองมาถึง ๒๕ ปี   และยังรบกันอยู่   แต่เขามีระบบสุขภาพที่ดีมาก   โครงสร้างพื้นฐานคือการกระจายอำนาจการปกครองประเทศ   การมีขบวนการสรรโวทัย สร้างประชาสังคม   การมี National Health Council   การมี Annual Health Forum (ครั้งแรกปี ๒๕๕๐  ได้รับเงินสนับสนุนจาก WB)   การจัด Provincial Health Summit   

 

คิวบา เน้นใช้สุขภาพเป็นเป้าหมายของสังคม   ไม่ใช่เอาเศรษฐกิจเป็นเป้าหมาย   ความอยู่ดีกินดีของประชาชน อันดับ ๖ ของโลก   มี Health Council (1995)   มีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง   ระบบสุขภาพเน้น holistic   ป้องกัน > รักษา   เน้นการมีส่วนร่วมของ ชุมชน   

 

ระหว่างนั่งฟังระบบของบราซิล ผมปิ๊งแว้บว่า   ระบบสุขภาพต้องจัดให้เข้าไปใกล้ชิดประชาชนให้มากที่สุด   มีระบบย่อยที่ให้อำนาจ/ส่วนร่วมของประชาชน    

 

เดนมาร์ก ไม่มีองค์กร แต่น่าจะมีกลไก ผมมองที่ Health Information & Communication Systems   มี Healthy Public Policy ที่เข้มแข็ง  สนับสนุนโดยระบบ HIA   เรามองว่าระบบสุขภาพของเดนมาร์กเข้มแข็งจนคืนสู่สามัญคือไม่ต้องมีองค์กรขับเคลื่อนระบบสุขภาพแยกออกมาต่างหาก   เพราะกลไกด้านสุขภาพมันบูรณาการอยู่กับระบบการปกครองประเทศ    อยู่กับวัฒนธรรมประเพณีของสังคม  

 

สังคม/ระบบสุขภาพ ที่มีประชาชน/พลเมือง ร่วมกันเป็นเจ้าของ  ไม่ใช่รัฐบาลเป็นเจ้าของ   ไม่ใช่หน่วยราชการเป็นเจ้าของ คือคำตอบ

 

การศึกษา (education) และความเป็นธรรม (equity) เป็นแกนหลัก

 

วิจารณ์ พานิช

๑๓ พ.ย. ๕๑