สืบเนื่องจากการบ้านของครูบา ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ถือกำเนิดมาเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนด้วยความงุนงงอยู่พอสมควร   สิ่งที่งุนงงนั้นมิใช่เรื่องอะไร หากแต่เป็นเรื่องที่ฉงนใจกับความทรงจำของตัวเอง สิ่งที่ฉงนก็คือ ทำไมฉันจึงรำลึกภาพของเด็กน้อยคนนั้นได้เพียงลางเลือนหนอ  ฉันขอบอกเพียงว่าเรื่องที่ได้เขียนเล่าออกมานี้เป็นเพียงบางส่วนที่รำลึกถึงเด็กคนนั้นได้ ณ วันนี้ค่ะ

มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีสมาชิกในบ้านอยู่สี่คน พ่อ แม่ ลูกชายและหญิง พ่อเป็นชายที่มีอารมณ์ดีมากๆๆๆๆ ตลอดชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ ไม่เคยเห็นพ่อมีอารมณ์โกรธเกรี้ยว ทุกข์ใจ  ใบหน้าของพ่อนั้นมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พ่อเป็นลูกชายคนที่ห้าในบรรดาพี่น้องทั้งหมดสิบเอ็ดคน แม่เป็นหญิงที่สวยงามมากคนหนึ่งในบรรดาหญิงสาวที่อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน แม่เป็นลูกสาวคนที่สองของครอบครัว เป็นลูกคนกลางของครอบครัว สาวๆของครอบครัวนี้ล้วนเป็นสาวสวยค่ะ หลักฐานที่ยืนยันได้ก็คือ ลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัวนี้ ได้มงกุฎนางงามมาครองจากเวทีแห่งหนึ่งของสาวงามในสมัยนั้น  ส่วนพ่อนั้นหล่อเหลาหรือไม่ ก็ให้ท่านทายเอาเอง หล่อไม่หล่อก็ไม่รู้นะ รู้แต่ว่าลุงของเด็กน้อยคนหนึ่งมีสาวๆติดกันเกรียวขนาดมีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายหลังพร้อมกัน  และเวลาที่พ่อไปไหนๆก็มักจะมีคนมาตู่ว่าเป็นลุงก็แล้วกัน  นอกจากพ่อก็มีอาอีกคนที่ถูกตู่ว่าเป็นลุงเช่นกัน สามคนพี่น้องนี้นะเวลาไปไหนพร้อมๆกันจะมีคนทักผิดทักถูกอยู่เรื่อยเลยค่ะ

พ่อและแม่เจอกันอย่างไรไม่เคยมีใครเล่าให้เด็กน้อยฟัง เด็กน้อยเคยได้ยินแต่เรื่องเล่าว่า พ่อเคยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ซึ่งเหล่ากุมารากุมารีทั้งหลายไปเข้าเรียนภาษาจีนกัน โรงเรียนแห่งนี้ปัจจุบันปรับปรุงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เลื่องชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตค่ะ แม่เคยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนใกล้บ้านที่เด็กน้อยถือกำเนิดมา เด็กน้อยจำได้ว่าเวลาไปไหนมาไหน เมื่อผู้ใหญ่ถามไถ่ว่า เป็นลูกใคร เมื่อเอ่ยชื่อพ่อและแม่ออกไป ใครๆก็จะร้อง อ๋อ! คำอุทานนี้มันบอกให้เด็กน้อยรู้ว่า พ่อแม่ของตนนั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของใครอยู่ไม่เบาทีเดียว  ความที่แม่เป็นคนสวย พ่อซึ่งมีประวัติที่แสนซนและเฮี๊ยวจนเกือบจมน้ำที่ท่วมถนนใกล้บ้านตายจึงตามจีบไม่เลิก เวลาไปจีบก็ถีบจักรยานไปหาที่โรงเรียน ตามไปถึงบ้าน ตามไปหาตามที่เพื่อนส่งซิกอะไรอย่างนี้ จนในที่สุดแม่ใจอ่อนยอมตกร่องปล่องชิ้นด้วย

เมื่อเด็กน้อยเติบโตขึ้นมา เธอเคยถามแม่ว่า ทำไมไม่มีน้องให้หนูเหมือนคนอื่นบ้าง แม่เล่าให้ฟังว่า กว่าแม่จะให้กำเนิดเด็กน้อยได้ แม่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก โดยแม่ก็ไม่ได้บอกว่าความพยายามที่ว่านั้นคืออย่างไร  เด็กน้อยจึงรับรู้แต่ว่า เธอหมดหวังที่จะมีน้องไว้เป็นเพื่อน  มีเรื่องที่ก่อความสงสัยให้กับเด็กน้อยเหมือนกันในเรื่องของครอบครัว  ด้วยว่าเมื่อมีเสียงพูดคุยทักทายถามไถ่ระหว่างแม่กับเพื่อนของแม่ เธอมักจะได้ยินป้าๆเหล่านั้นพูดว่า เธอเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ แต่ไหงเมื่อเธอเติบโตขึ้นมานั้น เธอกลับพบว่าเธอมีผู้ที่เธอเรียกว่า "พี่" อยู่ร่วมบ้านอีกคนหนึ่ง ซึ่งพี่คนนี้เขามีชื่อพ่อและแม่ปรากฎหราในทะเบียนบ้านเป็นชื่อเดียวกับพ่อแม่ของเธอเองซ๊าด้วย

เมื่อถือกำเนิดมาจนจำความได้ พ่อและแม่ของเด็กน้อยมิได้ประกอบอาชีพครูแล้ว  เด็กน้อยไม่รู้ว่าเธอถือกำเนิดที่บ้านหลังไหน ได้แต่เดาเอาว่าคงจะเป็นบ้านหลังที่เธอเติบโตมานั่นเอง บ้านหลังนี้มีบ้านเลขที่ประกอบด้วยตัวเลขสองตัว คือ เลขหกและเลขสองค่ะ ที่เด็กน้อยใช้คำว่าเดาก็ด้วยว่า น้าสาวเล่าให้ฟังว่าเธอเคยช่วยแม่เลี้ยงเด็กน้อยให้เติบโตขึ้นมา แล้วตัวน้าสาวนะไม่เคยอยู่ที่บ้านเลขที่หกสิบสองเลย เธออาศัยอยู่ในเหมืองแร่แห่งหนึ่งที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาตะหาก แล้วน้าสาวก็เป็นผู้ที่แม่ของเด็กน้อยได้อุ้มชูเลี้ยงดูแทนตายายตลอดมา  สำหรับ "พี่ชาย" นั้น เด็กน้อยมารู้ภายหลังว่า แท้ที่จริงแล้ว เป็นลูกของป้าซึ่งคลอดเขาออกมาแล้วจำเป็นต้องมีชื่อพ่อแม่ไปลงทะเบียนเกิดให้ลูกแต่ตอนที่เขาเกิดลุงหนีหายจากไปตามตัวกันไม่ได้ ลุงจะหนีหายไปด้วยเหตุใดไม่มีใครพูดถึงให้ได้ยินเลย  ฉันเพิ่งมารู้เมื่อทำงานแล้วว่า ที่แท้ในตอนนั้นพ่อของเด็กน้อยมิได้เต็มใจที่จะรับ "พี่ชาย" ไว้เป็นลูกชายสักเท่าไร แต่ด้วยความรักที่มีต่อแม่ พ่อของเด็กน้อยจึงได้ยินยอม

บทเรียนรู้จากชีวิตจริง

การได้รำลึกถึงความเป็นเด็กน้อยๆ เป็นความสุขที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งมีอยู่ ถ้าเข้าใจมัน

การได้รำลึกภาพของเด็กน้อยทำให้เข้าใจความเป็นมาและตัวตนเดิมของผู้ใหญ่คนหนึ่งได้ชัดเจนขึ้น

การเป็นลูกคนเดียวนะเหงานะ

การได้ยินเรื่องราวของพ่อและแม่ที่มีความสุข ทำให้เด็กน้อยมีความสุขมากๆ

เด็กไม่รู้เหตุผลของผู้ใหญ่ และไม่กล้าถาม

ความอบอุ่นในวัยเด็กทำให้เด็กน้อยยืนหยัดอยู่ได้

Keywords : พ่อแม่คือผู้สร้างความสุขในใจให้กับลูกตั้งแต่แบแบะ