ด้วยวิบากแห่งกรรมที่กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่เป็นจริง พระโพธิสัตว์และเหล่าศิษย์ต้องเสวยทุกข์ในอบายภูมิเป็นเวลานาน แม้ในปัจจุบันด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ พระพุทธเจ้าและสงฆ์สาวก จึงถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่านางสุนทรี
วิบากกรรมของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน
ที่เกี่ยวกับเรื่องของวจีกรรม
กรรมที่ต้องกระทำทุกรกิริยา
ในสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อ โชติปาละ
ไม่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
ทราบว่าพระกัสสปะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวว่า
"การตรัสรู้ของสมณะโล้น จักมีมาแต่ที่ไหน"
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น
พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายภูมิเป็นเวลานาน
ด้วยเศษกรรมยังเหลืออยู่ แม้ในภพสุดท้ายก่อนจะได้ตรัสรู้
พระองค์ยังต้องหลงเดินทางผิด
บำเพ็ญทุกรกิริยาทรมานพระองค์เองด้วยวิธีการต่างๆ
อันเป็นวัตรของเดียรถีย์ มีการอดอาหาร เป็นต้น
จนสรีระผอมเหลือแต่กระดูก
ได้รับทุกขเวทนากล้าอันเกิดจากความเพียรเป็นเวลานานถึง ๖ ปี
กว่าจะได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ
กรรมที่ทำให้ถูกกล่าวตู่
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนักเลงสุราชื่อ มุนาลิ ได้กล่าวตู่
พระนันทะ สาวกของพระสัพพาภิภู ปัจเจกพุทธเจ้าว่า "เป็นสมณะทุศีล"
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น
พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายภูมิเป็นเวลานาน
แม้ในปัจจุบันจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
ด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ พระพุทธเจ้าจึงต้องถูกกล่าวตู่โดยนาง
จิญจมาณวิกา
เรื่องมีว่าเหล่าเดียรถีย์เกิดความริษยา
ที่เห็นพระพุทธเจ้ามีบุคลลเลื่อมใสศรัทธาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
ทำให้ลาภสักการะของพวกตนน้อยลง
จึงหาทางทำลายพระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า ด้วยการใช้นางจิญจมาณวิกา
สาวิกาของพวกตน เป็นผู้ดำเนินการตามอุบาย กล่าวคือในตอนเย็น
ขณะที่เหล่าชนกำลังเดินทางกลับเข้าเมือง ก็ให้นางเดินสวนทางออกไป
ตอนเช้าขณะเหล่าชนเดินทางออกจากเมือง
ก็ให้นางเดินสวนทางกลับเข้ามา
ทำเช่นนี้เป็นประจำ จนชาวเมืองเกิดความสงสัย
ถามว่านางออกไปนอกเมืองทุกเวลาเย็นด้วยเหตุอันใด นางตอบว่า
เราออกไปตามความประสงค์ของพระสมณะโคดมผู้เป็นศาสดาของพวกท่าน
และพำนักอยู่ในพระคันธกุฏีในพระเชตวัน เวลาล่วงมาหลายเดือน
นางจิญจมาณวิกาจึงนำท่อนไม้มาผูกติดเอว สวมเสื้อคลุมทับไว้
ทำประหนึ่งว่าตนกำลังมีครรภ์เดินเข้าไปหาพระพุทธเจ้าในพระเชตวันวิหาร
ท่ามกลางบริษัทที่กำลังพระธรรมเทศนา กล่าววาจาตู่พระพุทธเจ้าว่า
เป็นผู้ที่ทำให้นางตั้งครรภ์ พระพุทธเจ้ามิได้โต้ตอบแต่ประการใด
ทำให้ชนบางกลุ่มในที่นั้นเกิดความสงสัย คิดว่าหากไม่เป็นความจริง
นางคงมิกล้ากล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้ามหาชนเป็นอันมากแน่นอน
พระอินทร์ทราบความ จึงแปลงร่างเป็นหนูไปกัดเชือกที่นางผูกเอวไว้ขาดออก
ท่อนไม้หลุดลงมาทับเท้าของนางจนหลังเท้าแตก
เหล่าชนในพระเชตวันวิหารเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น พากันขับไล่นางออกไป
เมื่อพ้นประตูวิหาร
นางก็ถูกเปลวเพลิงนรกฉุดลงไปสู่อเวจีมหานรก
กรรมที่ทำให้ถูกกล่าวหา
ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ ชื่อ สุตวา
บวชเป็นดาบสสั่งสอนศิษย์ในป่าหิมพานต์ ต่อมามีดาบสผู้สำเร็จอภิญญา ๕
สมาบัติ ๘ มายังสำนักของตน
ด้วยความริษยาที่เห็นว่ามีวิชาความรู้มากว่าตน จึงกล่าวหาดาบสนี้ว่า
"ดาบสนี้หลอกลวง ดาบสนี้บริโภคกาม"
และยังแนะให้ศิษย์ของตนกระทำตาม
ด้วยวิบากแห่งกรรมที่กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่เป็นจริง
พระโพธิสัตว์และเหล่าศิษย์ต้องเสวยทุกข์ในอบายภูมิเป็นเวลานาน
แม้ในปัจจุบันด้วยเศษกรรมที่ยังเหลืออยู่ พระพุทธเจ้าและสงฆ์สาวก
จึงถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่านางสุนทรี
เรื่องมีว่า
เหล่าเดียรถีย์ยังคิดที่จะทำลายพระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า ต่อมา
จึงใช้ให้นางสุนทรี สาวิกาของพวกตนอีกคนหนึ่งไปดำเนินการ
ตามวิธีเช่นเดียวกับนางจิญจมาณวิกา
จากนั้นได้ว่าจ้างเหล่าโจรให้ฆ่านาง นำศพไปหมกไว้ใกล้พระเชตวันวิหาร
แล้วส่งคนของตนไปร้องเรียนต่อพระราชาว่า สาวิกาผู้หนึ่งของพวกตนหายไป
พระราชาจึงมีรับสั่งให้ค้นหา พบศพหมกอยู่ใกล้พระเชตวันวิหาร
เหล่าเดียถีย์จึงนำศพวางบนแคร่หาม ออกเดินประกาศไปทั่วพระนครว่า
"เหล่าศากยะสมณะร่วมกันฆ่านาง" พระอานนท์ทูลความให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ
พระพุทธองค์ตรัสว่า อีก ๗ วัน เรื่องนี้จะปรากฏความจริง
ฝ่ายพระราชา แม้จะมีหลักฐานปรากฏเช่นนั้นก็ยังไม่แน่พระทัย
รับสั่งให้เจ้าัพนักงานออกทำการสืบสวนหาความจริง
เจ้าพนักงานไปพบกับเหล่าโจรซึ่งกำลังเมามาย
ต่างก็อวดตัวว่าเป็นคนฆ่านางสุนทรี จึงคุมตัวไปเฝ้าพระราชา
ทรงสอบถามจนได้ความจริงว่า เหล่าเดียรถีย์เป็นผู้ว่าจ้างพวกตน
พระราชามีรับสั่งให้จับเหล่าเดียรถีย์คุมตัวไปเดินประจานไปทั่วพระนคร
พร้อมทั้งให้ร้องประกาศว่า "พวกตนเป็นผู้สั่งให้ฆ่านาง
มิใช่เป็นการกระทำของเหล่าศากยสมณะ"
จากนั้นจึงนำตัวไปลงโทษสถานหนักทั้งหมด
ชื่อว่า "กรรมชั่ว" แม้จะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม
เมื่อถึงวาระที่กรรมนั้นให้ผล แม้แต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ประเสริฐสุดในไตรภพ
ก็ยังมิอาจหลีกเลี่ยงให้พ้นไปได้ด้วยประการฉะนี้
ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๓ อรรถกถาพุทธวรรค พุทธาปทาน, ขุททกนิกาย
อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓
ขอให้มีความสุข
ความเจริญในอาริยศีล
ธรรมรักษา
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เนต


แวะมาอ่านเพื่อเตือนใจค่ะ
สาธุ
นมัสการค่ะ
แวะมาอ่านธรรมะ
กราบลาค่ะ
นมัสการเจ้าค่ะพระปิยธรรม
พอดีหนูเปิ้ลแวะเข้าพบ
ธรรมะนี้ดีจริงๆเลยนะคะ
อยากให้อยู่คู่โลกตลอดไปจัง
หากบุคคลใดมีธรรมะอยู่ในใจและพึงปฏิบัติ
บุคคลผู้นั้นก็จะมีชีวิตที่มีความสุข ความสบายกาย ความสบายใจ
กราบลาเจ้าค่ะ
นมัสการพระคุณเจ้า
เรียนพระคุณเจ้า ได้ความทางพุทธมากครับ
นมัสการพระคุณเจ้า
ได้ข้อคิดไว้ย้ำเตือนตนค่ะ..สาธุ
นมัสการค่ะ
ไม่ได้กราบท่านนานมากแล้ว หลังจากเหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง...(แม้จะเป็นการสงบแบบชั่วคราวก็ตาม)
ท่านสบายดีนะคะ
สาธุค่ะ
นมัสการเจ้าค่ะ