ประมาณ 1700 ปี ที่พระพุทธศาสนาส่องแสงแห่งพุทธธรรมในชมพูทวีป

ภายหลังพุทธปรินิพพาน  พระสงฆ์ได้จัดประชุมสังคายนา ( เป็นการจัดหมวดหมู่แห่งหลักพุทธธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ) ครั้งที่ 1, 2  และที่เจริญรุ่งเรืองเผยแผ่ไปยังชาวโลกมากที่สุดคือ  ครั้งที่ 3  มีพระเจ้าอโศกมหาราช  ให้การอุปถัมภ์  และอาราธนาพระสงฆ์ออกเผยแผ่พุทธธรรม 

 ราชวงศ์นี้ปกครองดินแดนภารตะได้ 7 พระเจ้าแผ่นดินก็สิ้นสูญ 

มีราชวงศ์สุงคะตั้งขึ้นมาแทน  เป็นสายพราหมณ์-ฮินดู  ดังนั้นความเป็นพระพุทธศาสนาสายมหายานจึงได้ส่องแสงโดดเด่นขึ้นมามีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองปุรุษปุระ  ( ในปากีสถานปัจจุบัน )

เป็นยุคของพระเจ้ากนิษกะ  ให้การอุปถัมภ์  ทำสังคายนาสายมหายานครั้งที่ 3  ( เหมือนยุคอโศก ) คือส่งพระสงฆ์สายมหายานออกเผยแผ่พุทธปรัชญามาหายานสู่ชาวโลก มีจีน  มองโกล  ธิเบต ฯลฯ

ต่อมาช่วง พ.ศ. 860-1000  ปี เป็นยุคของราชวงศ์คุปตะ  แต่มหาอำมาตย์เป็นชาวพุทธเลยได้รับการอุปถัมภ์บ้างเช่นกรณีมหาวิทยาลัยนาลันทาอันโด่งดัง และกองทัพชาวฮั่นก็เข้ามารุกรานทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางไม่เว้นแม้แต่พระพุทธศาสนา

ชาวพุทธที่หลบหนีรอดชีวิตไปได้มีเป็นส่วนน้อย

ต่อมาอีกใน พ.ศ. 1150-1190  ถึงยุคราชวงศ์ของพระเจ้าหรรษวรรธนะ ปกครองดินแดนภารตะ ประทับอยู่ที่เมืองกระโนธ( อยู่ระหว่างเมืองลักเนา-อัคราในปัจจุบัน ) พระองค์นับถือพระพุทธศาสนามหายาน

ต่อมา พ.ศ. 1300-1700 ปี ก่อเกิดราชวงศ์ปาละ  ปกครอง  มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองปาฏลีบุตร  เป็นยุคที่พระพุทธศาสนาสายมหายานโดดเด่นขึ้นมาอีก และในปี พ.ศ. 1700 นั้นเองพระพุทธศาสนาก็ถูกทำลายไปหมดสิ้น 

 ด้วยกองทัพชาวมุสลิมได้กรีฑาทัพเข้ามารุกราน อินเดีย  ชาวภารตะคนใดอยากมีชีวิตรอดต้องหันไปนับถือศาสนาอิสลาม และได้ตั้งราชวงศ์โมกุล  ปกครองอินเดียอยู่ประมาณ 500 ปี ( พ.ศ. 1700-2250 ) จากนั้นอังกฤษเข้ามาปกครองอยู่จนถึง พ.ศ. 2490 ชาวภารตะจึงได้รับอิสรภาพ

มีการกล่าวถึงสาเหตุที่คาดว่าทำให้พระพุทธศาสนา สูญสิ้นไปจากอินเดียด้วยเหตุ 2 ประการ  คือ

1 . สาเหตุภายใน  คือชาวพุทธมีจิตใจกว้างจนหลงลืมหลักของตนเอง  ลืมหน้าที่ของพุทธบริษัทในการปกป้องหลักพุทธธรรม

2 . สาเหตุภายนอก  คือการมีอคติของศาสนิกในศาสนาอื่นมองว่า  พระพุทธศาสนาเป็นของคนเผ่ามองโกล  ทำให้กษัตริย์ที่มาปกครองต่าง ๆ เช่น  เป็นชาวฮินดูไม่ใส่ใจอุปถัมภ์

นี่แหละเข้ากับกฎไตรลักษณ์เลยคือทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้แน่นอน.