ทีมวิจัยผมมาปรึกษาเรื่องพัฒนาโครงการวิจัยผู้สูงอายุ ผมเลยคิดถึงคุณยายวง ผู้สูงวัยท่านหนึ่งที่ผมอยากเรียกว่าเป็นผู้ใจสว่างในโลกมืดกว่า 20 ปีในห้วงชีวิตยามชรา
เมื่อตอนวัยรุ่นกว่า 30 ปีแล้ว ผมได้เป็นเด็กวัด วัดเขาวังราชบุรี จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ญาติโยมมักกล่าวถึงว่าเป็นวัดที่เคร่ง ขณะนั้นเจ้าอาวาสคือหลวงปู่ พระครูภาวนานิเทศก์ ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันว่าเป็นพระอาจารย์ที่สอนและให้การศึกษาอบรมเก่ง อีกทั้งเน้นพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดอย่างยิ่งแบบไม่มีข้อยกเว้น จึงจัดเป็นวัดที่โดดเด่นทั้งความเป็นสำนักปฏิบัติแนววิปัสนากรรมฐาน แหล่งการศึกษาพระปริยัติธรรม และให้การศึกษาอบรม กล่อมเกลาคนทุกกลุ่ม-ทุกระดับอย่างได้ผล
ระหว่างที่เป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดราชบุรีนั้น มีแม่ชีสูงวัยอยู่ท่านหนึ่งชื่อยายวง อายุกว่า 80 ปี ท่านเป็นคนตาบอดตาใส สูงวัยมากกระทั่งตาเสื่อมสภาพ แม้ลืมตาอยู่แต่ก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว ทว่า ยายวงกลับทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ไปไหนมาไหนบนวัดเขาวังได้ทั่ว และมีวิถีปฏิบัติในทุกวันที่แสนงดงาม ดำเนินชีวิตในสภาพที่มองไม่เห็นอยู่เกือบ 20 ปี ซึ่งตรงนี้นั่นเองที่เป็นความประทับใจของทุกคนที่เห็นกิจวัตรตลอดช่วงอายุขัยตอนปลายของคุณยาย โดยเฉพาะผม
ทุกๆเช้าและยามเย็น คุณยายวงจะออกเดินหลังงุ้ม มือขวาถือไม้กวาดทางมะพร้าว แล้วก็จะมีแบบแผนการทำกิจกรรมและปฏิบัติ เส้นทางที่ไป และสถานที่ที่ไป อย่างแน่นอนและแม่นยำ โดยผู้คนทั่วไป หากไม่ทราบมาก่อนก็จะไม่รู้เลยว่าทั้งหมดที่คุณยายทำนั้นคุณยายวงตามองไม่เห็น
ตอนเช้า คุณยายจะเดินค่อยๆกวาดลานวัดที่เป็นแนวทางเดินของพระจากแดนพระไปยังศาลาและทางเดินรอบพระอุโบสถ ก่อนจะวนกลับ ยายวงก็จะไปยังหิ้งบูชาพระซึ่งทำขึ้นจำเพาะให้เป็นของคุณยายวง อยู่ข้างพระอุโบสถและวางอยู่บนคาคบของต้นดอกแก้ว ยายวงจะกวาดลานวัดแถวนั้นแล้วก็นั่งลงที่เดิม หันหน้าไปยังพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีหิ้งบูชาพระบนต้นดอกแก้วอยู่เบื้องหน้าคุณยายพอดี
ผนังพระอุโบสถรอบด้านที่กางกั้นนั้น คนตาดีก็จะมองไม่เห็นเป็นอย่างอื่นไปได้นอกเสียจากผนังทึบอันว่างเปล่า ทว่า ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อคุณยายที่จะนั่งสวดภาวนาน้อมสักการะไปยังเบื้ององค์พระประธานในพระอุโบสถที่คุณยายคงเห็นอย่างแจ่มชัดอยู่เสมอ ไม่ใช่ด้วยตาซึ่งบอดไปนานแล้ว ทว่า ภาพพระประธานซึ่งคุณยายประทับฝังแน่นเป็นภาพพิมพ์ใจผ่านการเป็นผู้นั่งใกล้พระศาสนาและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกเมื่อเชื่อวันตลอดชีวิตนั่นเอง ที่ทำให้คุณยายเห็นอย่างแจ่มกระจ่างด้วยใจ

ภาพยายวง :
ที่วางแจกันและเครื่องบูชาพระของคุณยายวงวางอยู่บนต้นดอกแก้วข้างพระอุโบสถ
วาดภาพประกอบ :
วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เสร็จแล้วก็กราบ แล้วก็จะค่อยๆกวาดลานวัดต่อไป จากนั้นก็เดินไปยังด้านหน้ากุฏิหลวงพ่อ เมื่อไปถึงตรงบันไดขึ้นกุฏิก็นั่งประนมมือตรงไปยังหลวงพ่อ นั่งสวดมนต์ภาวนา หลวงพ่อก็จะหยุดและนั่งสงบนิ่งเหมือนกับภาวนาเพ่งความใส่ใจไปยังสิ่งที่คุณยายกำลังปฏิบัติไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งเป็นอาการแสดงความเคารพต่อกันที่แสนงดงาม(1) เสร็จแล้วก็กราบ แล้วจึงเดินกวาดลานวัดกลับไปยังแดนของแม่ชี ทำอย่างนี้อย่างไม่มีผิดพลาด
ตอนเย็นก็จะทำอย่างนั้นอีก ทว่า เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือ คุณยายจะเดินเก็บดอกลั่นทมบนลานวัดไปด้วย บางส่วนก็ไม่ลืมที่จะนำไปกองบนหิ้งบูชาพระ แล้วก็ทั้งหมด ก็จะเก็บรวบรวมไปตากให้แห้งขายให้คนที่รับซื้อไปทำน้ำอบแป้งร่ำเพื่อนำสตางค์มาทำบุญ
ถึงแม้ตาบอดมองไม่เห็นและสูงวัยมาก แต่ยายวงก็ยากนักที่จะออกปากให้ใครช่วยเหลือ แล้วก็เป็นเรื่องที่แปลกที่คุณยายกลับมักทักทายคนได้ถูกต้องเสียเป็นส่วนใหญ่ เพียงได้ยินเสียงการเดินและตำแหน่งที่ได้พบปะกันเท่านั้น ท่านจดจำแบบแผนชีวิตของคนรอบข้างไว้ได้อย่างหมดจรด ยิ่งถ้ามีการพูดออกมา คุณยายเป็นจำได้อย่างแม่นยำ
ผ้าขาวที่คุณยายครองเป็นเครื่องนุ่งห่มของแม่ชีนั้น ด้วยความที่คุณยายชราภาพมาก และช่วยเหลือตนเองทุกอย่าง แต่มองไม่เห็น คุณยายเลยไม่สามารถเห็นอย่างที่คนภายนอกเห็น ว่าผ้าห่มที่คุณยายครองนั้นมันกลายจากสีขาวเป็นสีเทาหม่นมอมแมน แต่ก็ไม่มีใครรังเกียจคุณยาย
น้ำเสียงของคุณยายจะแจ่มใส สัมผัสได้ถึงความเบิกบานและบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ส่งออกมาจากข้างใน กระทั่งกล่าวได้ว่า ทั้งผมและคนทั่วไป มองเห็นมนุษย์ผู้ตัวใสสะอาด เบิกบานแจ่มใสซ้อนอยู่ในตัวคุณยาย คอยรักษาร่างที่ทรุดโทรมผุพังให้เขาทำหน้าที่ไปตามสภาพด้วยดี ความเป็นยายวงมีพลังบางอย่างอย่างนั้น
ยายวงเป็นคนเก่าแก่ ศรัทธาแก่กร้า และสมาทานบวชเป็นผู้นั่งใกล้พระศาสนานับแต่ในยุคหลวงพ่อองค์แรก คือหลวงปู่พระครูพรหมสมาจารย์ (สาลี ธรรมสโร)
จากที่ท่านเล่าให้ฟังย้อนหลัง รวมทั้งผู้คนที่รู้จักเล่าให้ฟัง ก็พอจะประมาณได้ว่า ยายวงเป็นโยมที่ศรัทธาในพระศาสนาและเลื่อมใสในวิถีปฏิบัติของวัดเขาวัง นับแต่ยุคหลวงปู่สาลี ซึ่งร่วมสมัยกับยุคสงครามโลกโน๊น คุณยายจึงมีโอกาสร่วมเป็นแรงงาน บุกเบิก และทำงานด้วยสองมือ สร้างวัดให้เป็นหลักฐานมั่นคงร่วมกับพระสงฆ์และญาติโยม นับตั้งแต่ยังเป็นวังร้างอยู่ในป่าเขา คุณยายเลยรู้จักก้อนหินแทบทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น ซึมซับอยู่ในความทรงจำ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการหล่อเลี้ยงชีวิตโดยธรรมและนำตนเองด้วยความทรงจำที่สร้างสมให้กับตนเองแบบน้ำซึมบ่อทรายระหว่างเส้นทางแห่งชีวิตนั้น มีพลังเพียงพอที่จะพาปัจเจกฝ่าข้ามขีดจำกัดทางกายภาพ และเป็นหนึ่งกับภาะสูงสุดของตนได้อย่างสมบูรณ์ หากสรุปบทเรียนวิถีชีวิตคุณยายวงก็คงจะได้อย่างนี้
ถึงแม้จะสามารถกินข้าวก้นบาตรและรับการดูแลจากคนอื่นได้อย่างแน่นอน แต่คุณยายวงก็หุงหาข้าวปลาอาหารกินเองด้วย ทว่า เนื่องจากคุณยายมองไม่เห็น กระบวนการต่างๆในการทำครัว หุงข้าว และทำข้าวปลาอาหาร ก็เลยจะทำให้ข้าว กับข้าว ขี้เถ้า และก้อนถ่าน ถูกจับมาปรุงผสมปนเปกันไปหมด แต่คุณยายก็ทำกินได้ เพราะเอารสชาดและการกินได้เป็นตัวตั้ง รูปลักษณ์ของอาหารจะเป็นอย่างไร ก็มองไม่เห็นให้เป็นอุปสรรค
ดอกลั่นทม หรือลีลาวดี
ลานวัดที่ปูลาดด้วยหินศิลาแลงและอาณาบริเวณวัดเขาวังราชบุรี บนเขาสัตนาถ
จังหวัดราชบุรี
ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์
ผมมีความสุข ที่จะได้ไปทำหน้าที่ทำครัว เตรียมอาหารใส่บาตร และจัดเตรียมสำรับถวายหลวงปู่ ซึ่งเป็นครัวแห่งเดียวกับที่คุณยายวงก็ต้องทำอาหาร ผมกับคุณยายจึงเป็นคนที่มักจะตื่นเช้าและกลับออกจากครัวทีหลังใครๆ คุณยายกับผมเลยตะโกนคุยกันอยู่เสมอ และเป็นเพื่อนสนิทสนมกันที่สุด บางครั้งคุณยายจะไม่คุยทักทายใคร และหากมีความจำเป็น ก็ไม่ค่อยรับความช่วยเหลือจากใครง่ายๆ ซึ่งเป็นวิถีปรกติของคนที่อบรมตนเองมาอย่างเข้มข้น ที่มักเรียนรู้การพึ่งตนเองก่อนและอยู่แบบเป็นภาระผู้อื่นให้น้อยที่สุด แต่สำหรับผมแล้ว คุณยายจะทั้งคุยทักทาย และยอมให้ผมดูแลสิ่งต่างๆให้อย่างไม่เกรงใจ
คุณยายชอบทำอาหารสูตรพิเศษอย่างหนึ่ง คือ แกงคั่วปลาทูใส่ยอดมะขามอ่อน ใส่น้ำกระทิซึ่งคั้นจากมือท่านเอง ซึ่งแน่นอนว่า มันจึงต้องปนเปขี้เถ้าลงไปด้วย แกงคั่วของคุณยายเลยมักจะเป็นสีมอๆ คุณยายจะทำอาหารสูตรเดิมๆอยู่อย่างนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง มีแปลกไปบ้างคือ อาจเติมสายบัวลงไปในบางวัน ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นสูตรพิเศษที่สุดแล้ว
หลายครั้ง ผมเห็นว่าแกงของคุณยายมันอาจจะปนไปด้วยขี้เถ้าสักครึ่งต่อครึ่ง ผมเลยอดไม่ได้ที่จะไปขลุกช่วยคุณยาย ทำโน่นทำนี่ คุณยายเลยเอ็นดูและเมตตาผมมาก ที่ชอบและอบอุ่นมากที่สุดเลยก็คือ พอช่วยคุณยายทำอะไรเสร็จ ก่อนจะอำลากัน คุณยายก็จะนั่งประนมมือ แล้วก็พูดให้ศีลให้พร ให้ความรู้สึกได้รับสิ่งอันเป็นมงคลที่สุดแก่ตนเอง
แต่วันหนึ่ง คุณยายก็เลื่อนขั้นการให้บำเหน็จรางวัลผมครับ คือ พอผมช่วยทำอาหาร คุณยายก็อยากเผื่อแผ่ฝีมือแกงคั่วครับ คุณยายบอกให้ผมชิมและจะทำเผื่อให้ด้วยหนึ่งมื้อ
ท่านทำด้วยความเมตตาจริงๆ ครับ ทว่า ผมเห็นกะตาอยู่ตลอดเวลาว่า กับข้าวคุณยายมันมักปนเปไปด้วยขี้เถ้า อีกทั้งเล็บ และมือไม้ของคุณยายก็ด๊ำ-ดำ พูดด้วยความสัตย์ก็คือ หากให้เลือกละก็ ผมทานไม่ลงครับ แต่ผมก็ผูกพันกับคุณยายมาก จะถือว่าท่านมองไม่เห็น แล้วก็ทำเป็นเออออ แต่ไม่ได้ทานจริงๆ ก็ทำอย่างนั้นไม่เป็น อีกทั้งทำอย่างนั้นกับคุณยายไม่ได้ ผมก็เลยต้องชิมและนั่งกินแกงคั่วปลาทูยอดมะขามอ่อนของคุณยาย
คำแรกก็ขนคอลุกครับ พูดอย่างไม่กลัวบาปกินหัวก็คือ อยากคายทิ้ง แต่ก็ทำไม่ได้ เลยนั่งเคี้ยวและทำกรรมฐานไปในตัว เคี้ยวจนได้รสหวานและรู้สึกว่ามันเป็นแกงคั่วไปในที่สุด คุณยายวงดีใจมาก และมักทำแกงคั่วปลาทูยอดมะขามอ่อนเผื่อผมไปด้วยเสมอ
ผมออกจากการเป็นเด็กวัดเขาวัง กระทั่งมาเติบโตอยู่ในกรุงเทพ ทำงานทำการต่อจากนั้นมาอีกนับสิบปี กระทั่งคุณยายวงอายุขัยล่วง 90 ปี ทว่า ด้วยการปฏิบัติธรรมหรือเหตุปัจจัยหลายอย่างที่งดงามมากมายในชีวิตของคุณยายหรืออย่างไรก็สุดจะทราบ คุณยายวงท่านมีสภาพเหมือนต้นไม้ที่ค่อยๆแห้งและยืนต้นตายไป ราวกับระวังไม่ให้ล้มทรุด กระทบแมกไม้ใบหญ้าใดๆรอบข้าง แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต คุณยายดับขันธ์ไปด้วยความสงบ
ก่อนคุณยายสิ้นไปไม่กี่ปี วันหนึ่ง อาว์ผมซึ่งบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดเขาวังราชบุรีนั้นด้วย ก็บอกกล่าวให้ผมได้ทราบถึงความเป็นไปของคุณยาย และบอกว่า คุณยายวงถามถึงผม ซึ่งนั่นเป็นเวลาผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว ผมตระหนักรู้ถึงการให้น้ำใจและขวัญชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ผมของคุณยาย ผมรู้
วิถีคุณยายเป็นผู้ผ่านทาง ผ่านมาเพื่อสร้างปัจจัยการเข้าถึงธรรม แล้วก็ผ่านไป ความละวางและเปล่าว่างขนาดนั้น จะมีสิ่งใดให้สัมผัสถึงกันได้อีกนอกจากให้การรำลึกถึงด้วยดวงจิตสุดท้าย นับว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับผม
ยามใดที่ผมกราบรำลึกถึงคุณยายวง รวมไปจนถึงวิถีแห่งศรัทธาของคุณยาย ก็มักจะได้รำลึกถึงคุณยายด้วยความทึ่งและศรัทธาต่อความเป็นผู้มีใจสว่างในโลกมืด ตลอดชีวิตในบั้นปลายของคุณยาย....ยายวงผู้น่าทึ่ง.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(1) ตามพระธรรมวินัย พระภิกษุจะไม่สามารถรับไหว้อุบาสก อุบาสิกา และฆราวาส การแสดงอาการแห่งความเคารพต่อคุณยายวงของหลวงพ่ออย่างงดงามดังกล่าวนี้ จึงเป็นทั้งการสามารถเอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย และมีความงดงามต่อคารวธรรมที่แสดงต่อองค์ธรรมในตัวผู้อยู่ในเพศฆราวาส อีกทั้งบอกถึงความแยบคายลึกซึ้งและธรรมอันสูงส่งของหลวงพ่อ ในการน้อมลงให้แก่ธรรมะและความดีงามที่สะท้อนอยู่ในตัวบุคคล
เป็นเรื่องเล่าทรงพลัง..
เป็นความทรงจำทรงคุณค่า..
เป็นชีวิตอันควรแก่การเอาเป็นเยี่ยงอย่าง..
อ่านแล้วสะเทือนไปถึงหัวใจ..
ขอกราบคารวะคุณยายวงจรดผืนดินด้วยค่ะ
(ไม่มีภาพดอกลั่นทม จึงขอใช้ภาพทุ่งดอกไม้สีเหลืองอมส้มกราบคารวะคุณยายวงแทนค่ะ)
สวัสดีค่ะอ.วิรัตน์
ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ค่ะ ทำให้ระลึกถึงคุณแม่ของตัวเองเช่นกันค่ะ....
เป็นที่น่าสังเกตคือ...ยิ่งสูงอายุจะยิ่งไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระกับคนอื่น การให้ความช่วยเหลือของลูกหลานจึงต้องระแวดระวัง ใส่ใจ และมีความละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ
ในช่วงวัยหนึ่ง ทุกคนต้องเดินไปถึงจุดนั้นเช่นเดียวกัน วัยสูงอายุ วัยที่ร่างกาย สังขารถดถอย โรคภัยคุกคาม ... (หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง) เพียงแต่ใครจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้พร้อมมากกว่ากันเท่านั้น
ชื่นชมอาจารย์ค่ะ ... น้ำใจที่อาจารย์ให้แก่คุณยายวง ทำให้ท่านยังระลึก ถามไถ่ถึงอาจารย์ แม้ในยามใกล้ลาสังขาร....
ขอกราบคุณยายด้วยความเคารพและชื่นชม ... ผุ้แม้อยู่ในโลกมืด หากใจสว่าง และเป็นแสงส่องปัญญาให้คนรุ่นหลังเช่นเราค่ะ
พูดอย่างไม่กลัวบาปก็คือ อยากคายทิ้ง แต่ก็ทำไม่ได้ เลยนั่งเคี้ยวและทำกรรมฐานไปในตัว เคี้ยวจนได้รสหวานและรู้สึกว่ามันเป็นแกงคั่วไปในที่สุด คุณยายวงดีใจมาก และมักทำแกงคั่งปลาทูยอดมะขามอ่อนเผื่อผมไปด้วยเสมอ มีผมคนเดียวเท่านั้นที่กินกับข้าวของคุณยายได้
คุณยายได้สอน กรรมฐานหมวด อาหาเรปฏิกูลสัญญา ไว้ให้นะครับ :)
อ่านเรื่องนี้ อย่าง ทึ่งจริงๆค่ะ คุณยาย เป็นบุคคลที่พิเศษจริงๆค่ะ

อ่านว่าอย่างไรเนี่ยเจ้าโก๊ะจิจัง ให้ความรู้อาจารย์หน่อย
สวัสดีค่ะ อาจารย์วิรัตน์
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์อาจารย์ณัฐพัชร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
เห็นภาพนี้แล้วทำให้คิดถึงยาย(แม่เฒ่า)แม่เฒ่าใส่บาตรทุกเช้าเป็นกิจวัตรประจำวันพวกเราลูกหลานชอบกินข้าวที่เหลือจากใส่บาตรแล้วอร่อยดีมีรสเค็ม ๆ
ก็รู้สึกสุขใจดีที่ได้เห็นคุณยายวงในวันแม่นี้ต้องขออนุโมทนาขอบคุณอาจารย์ณัฐพัชร์ที่ช่วยมีความสุขและให้ได้คิดถึงใครได้อีกหลายคนในวันนี้
วัดเขาวังผ่านบ่อยแต่ไม่ได้ขึ้นไปถึงที่วัดเลยสักที แต่มีพระรุ่นน้องที่รู้จักกันท่านมีบุคลิกเป็นพระกรรมฐานทราบข่าวว่าท่านได้เปรียญ ๙ แล้วขอนุโมทนาด้วย
วันนี้วันแม่ขอรำลึกพระคุณแม่แทนท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยบทกลอนบทหนึ่งมาฝาก
แม่ โดย ศ.สียวน
แม่มีท้องต้องลำบากไปฝากท้อง โตก็ต้องฝากโรงเรียนเพียรศึกษา
พอจบเรียนเพียรฝากงานมีหน้าตา แม่ชราขอฝากไข้ไม่ใจมาร
แม่มีแต่ให้ไม่คิดรับ แม่ให้ทรัพย์ให้ชีวิตให้อาหาร
ยามเมื่อแม่แก่เฒ่าชรากาล ไม่อ้างงานทิ้งท่านเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ.
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการ พระคุณเจ้าพระมหาแล ขำสุข(อาสโย) และอรุณสวัสดิ์อาจารย์ ดร.วิรัตน์ค่ะ
สวัสดีครับ ทุกๆท่าน แม้ล่วงเลยมานานนับสิบๆปี ผมยังหวลระลึกกลิ่นดอกลั่นทมที่ร่วงหล่น และโรยรา ... แทบตลอดทางลาดขึ้นวัด จำไม่ผิดมีสองทาง แถมมีระเบียงแนวรั้วทำนองนั้น เก่าคร่ำมีทั้งหญ้ามอส เฟิร์นขึ้นเกาะเป็นหย่อมๆ ทางเดินเป็นแผ่นหินตัด ... ผมชอบวิ่งนำหน้าคุณแม่ไปไกลๆ แล้ววิ่งไหลลงมาแบบไวๆแล้วมาเบรคกึกๆหน้าคุณแม่ ... ที่บ้านแวะไปวัดเขาวังอยู่บ่อย จนรู้สึกคุ้นๆ วิ่งเล่นจนไม่หลง ... เรามีญาติผู้ใหญ่ท่านปวารณาตนเป็นอุบาสก อุบาสิกา พำนักที่เรือนไม้สีเทา ข้างๆเขา มองออกไปเป็นวิวเมืองราชบุรี ... เดินย้อนไปอีกทิศ น่าจะเป็นด้านถนนเลี่ยงเมืองปัจจุบัน ไม่แน่ใจนัก จะผ่านที่พักของแม่ชี เป็นอาคารตึกชั้นเดียวน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง หมาเยอะมากเห่าโบ๊งเบ๊ง แม่ชีต้องถือไม้ออกมาไล่เยิ้วๆ วิ่งกระเจิง ... ทุกครั้งที่ขึ้นมาที่นี่เราต้องแวะมาทุกครั้งเพื่อไปกราบไหว้กระดูกบรรพบุรุษที่ขึ้นมาสร้างบ้านหลังเล็กๆพอตัว เพื่อปฎิบัติธรรมที่นี่ ... จำได้ว่าครั้งขึ้นมาเผาศพคุณก๋งคุณยายที่นี่ยังทำเป็นเมรุลอยสวยงาม วัดนี้เพิ่งจะมีเมรุเผาศพแบบเตาเผาเมื่อไม่นาน .... เมื่อต้นเดือนผมได้มาราชบุรี เพื่อมาเผาศพญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่วัดสัตนาถปริวาส ผ่านหน้าวัดเขาวังดูแปลกตาไปมากแทบไม่เหลือเค้าเดิมตามที่กล่าวมาแต่ต้น ... ก็ต้องทำใจ ไม่มีสิ่งใดมายั้งได้ ทุกอย่างล้วนอนิจจังครับทุกท่าน ... สวัสดี
จดจำและถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างมากมายอย่างนี้ ต้องนับว่าเป็นคนรุ่นหลานที่ใกล้ชิดและผูกพันกับวัดเขาวังมายาวนานนะครับ ยิ่งพูดถึงตั้งแต่ยุคมีหญ้ามอสและเฟิร์นเกาะตามทางเดินที่เป็นแผ่นหินน่ะครับ
ดีใจจังเลยครับ กลุ่มศิษย์วัดเขาวังและกลุ่มชาวบ้านที่เป็นกลุ่มศรัทธาของวัดเขาวังที่อยู่แถวเจ็ดเสมียนนั้นมีเยอะครับ มีความเป็นส่วนหนึ่งของวัดเขาวังอย่างหนักแน่นและยาวนานครับ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปทำกิจกรรมที่สวนศิลป์ ลูกศิษย์ของภัทราวดี ศรีไครรัตน์ที่เจ็ดเสมียนด้วยครับ เป็นค่ายศิลปะเพื่อประเมินและติดตามผลเด็กๆหลังการผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่ แวะไปชมได้ครับ มีความสุขนะครับ
ไม่ทราบว่าท่านทราบหรือยังว่าหลวงพ่อพระราชวรเมธี (ยุ้ย อุปสนฺโต)ท่านมรณภาพแล้วเมื่อวันที่7 ธ.ค. 52
ตอนนี้มีทางวัดมีอีเมลสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆแล้ว [email protected]
สวัสดีครับ
จาก เด็กวัดเขาวัง(เหมือนกัน)