หลักปรัชญาศูนยวาท
โดยแท้จริงแล้วจึงไม่เป็นทั้งฝ่ายสัสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ เพราะว่า สรรพสิ่งต่างอิงอาศัยซึ่งกันและกันจึงเกิดมีขึ้น โดยพระนาคารชุนเองเชื่อว่า ผู้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ต้องอยู่ระหว่างกลางของฝ่ายสัสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ ดังนั้นปรัชญาศูนยวาท จึงเรียกว่า สุญญตา , มาธยมิกะ คือการเดินตามทางสายกลาง
เพราะยืนยันว่า สิ่งจริงแท้เป็นสูญ คำว่าสูญ เป็นคำที่มีปัญหามากและสับสนมากในชาวโลกทั่วไปที่เข้าใจว่าสูญคือ ตรงกันข้ามกับความมี หรือสูญหายไปเลย ความจริงศูนยวาท, สุญญตา นี้หมายถึงสิ่งเดียวกับพระนิพพาน ชึ่งเป็นสิ่งสูงสุดตามหลักพุทธธรรม
พระนาคารชุน อธิบายคุณสมบัติของปรัชญาศูนยวาทว่า...ดังนี้...
1 . เป็นปรากฏการณ์จริงที่เราไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้ได้
เป็นประสบการณ์เฉพาะตัวรู้ได้ด้วยตนเอง
2 . มีธรรมชาติที่สงบเย็น
3 . เป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด
4 . เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคิด
5 . เป็นสิ่งที่ไม่มีทวิภาพ
ผมว่า...เมื่อเราอยู่ในครัวทำอาหารมีประสบการณ์เรื่องไฟกับความร้อน ถ้าแยกไฟกับความร้อนมันก็เปลี่ยนไปอย่างอื่น ไฟเป็นธรรมชาติอิสระ เป็นสิ่งจริงในตัวมันเอง ความร้อนเป็นคุณสมบัติของไฟ จะเกิดขี้นได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ไม้ขีด แท่งเทียน ไส้ เป็นต้น นั้นคือ ปรัชญาศูนยวาทละ.
สวัสดีครับ นายประจักษ์
ยังอยู่ในทะเลแห่งสายฝนเสียงฟ้าร้องเปรี้ยง ๆ เลยในเมืองหาดใหญ่ตอนนี้
หลบฝนเลยเข้ามาบันทึกนี้...
มีความสุขมาก ๆ นะครับผม