แท้จริงพระพุทธเจ้าประกาศว่าทุกสิ่งเป็นศูนยตา, สุญญตา , ศูนยวาท ...

ความคิดเรื่องปรัชญาศูนยวาท

ตามทัศนะของพระนาคารชุนกล่าวทำนองว่า...ความคิดเห็นของคนเราเต็มไปด้วยอคติ  เพราะต่างคิดว่าของตนเท่านั้นถูกต้อง  แท้จริงเป็นความคิดที่ขัดแย้งอยู่ในตนเอง  และในพระไตรปิฏก  เล่มที่ 14 ข้อ 692  ในธาตุวิภังคสูตร  ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า...

แสงสว่างของตะเกียงเกิดขึ้นเนื่องจากผลรวมของน้ำมัน  ไฟ  และไส้ตะเกียง  ในตัวแสงสว่างเองแล้วไม่ได้เป็นอะไร  แสงสว่างไม่ได้มีอยู่ในน้ำมัน  หรือไม่ได้มีอยู่ในไส้ตะเกียง  แต่แสงสว่างมีอยู่ในผลรวมของน้ำมัน  ไฟ  และไส้ตะเกียง ( ม.อุปริ. 14/692 )

  แม้แต่ทุกสิ่งในโลกนี้ก็เกิดขึ้นเองไม่ได้  ไม่มีสิ่งใดอยู่โดดเดี่ยว  ถ้ามีย่อมเป็นฝ่ายสัสตทิฏฐิ ( ความเห็นว่าเที่ยงแท้ คงอยู่ตลอดไป )  แต่ถ้ามีความเห็นว่าสิ่งทั้งปวงเป็นขาดสูญก็เป็นอุจเฉททิฏฐิ  เพราะทุกสิ่งต้องอิงอาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้นมา 

 ดังนั้นทุกสิ่งจึงไม่จริงแท้ ( มายา ) แม้สังขตธรรมและอสังขตธรรม ( นิพพาน ) ก็มีสภาพสูญ   ดังนั้นพระนาคารชุนกล่าวทำนองว่า...แท้จริงพระพุทธเจ้าประกาศว่าทุกสิ่งเป็นศูนยตา, สุญญตา , ศูนยวาท ...นั้นเอง.