ด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมวันศุกร์ที่24ตุลาคมพ.ศ. 2551เวลา13.30 น. ณห้องประชุมกระทรวงยุติธรรมชั้น 28 อาคารกระทรวงยุติธรรมถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี ศาสตราจารย์กิตติคุณ อมรา พงศาพิชญ์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ในฐานะผู้อำนวยการในการประชุมฯ ได้กล่าวถึงความเป็นมา สภาพปัญหาและข้อเสนอเพื่อเปิดประเด็นอภิปรายในที่ประชุม ที่ประชุมประกอบด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ทางคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนในการประชุมครั้งที่ 3/2551 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2551 ได้มีมติเห็นชอบตามที่นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย อนุกรรมการฯ ได้เสนอ ในการนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างไม่ได้มาร่วมประชุม ที่ประชุมได้อภิปรายอย่างกว้างขวางโดยเสนอแก้ไขกฎหมายประกันสังคมเกี่ยวกับความเป็นอิสระจากอำนาจบังคับบัญชาจากรัฐของคณะกรรมการประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ผู้เข้าร่วมประชุมได้อ้างอิงงานวิจัยของสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นต้นแบบในการพัฒนาข้อเสนอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ โครงสร้างของคณะกรรมการประกันสังคม โครงสร้างของคณะกรรมการประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ. 2533ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้นั้นจะพบว่าอำนาจสิทธิขาดอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานซึ่งแม้กระทรวงแรงงานจะมีการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขแต่ก็พบว่าอำนาจสิทธิขาดยังอยู่ในหน่วยงานภาครัฐคือในส่วนของที่มาของกรรมการซึ่งมาจากสามส่วนคือส่วนของกรรมการโดยตำแหน่งส่วนที่สองจากฝ่ายนายจ้างและส่วนที่สามจากฝ่ายลูกจ้างในส่วนของประธานกรรมการนั้น ให้ปลัดกระทรวงแรงงานดำรงตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง จะมาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีอันเป็นอำนาจสิทธิขาด จึงได้มีข้อเสนอที่จะเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญดังกล่าวเป็นดังนี้คือโครงสร้างของกรรมการยังเป็นสามส่วนเช่นเดิมแต่ในส่วนของประธานกรรมการนั้นจะมีที่มาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาในส่วนของกรรมการโดยตำแหน่งนั้นยังคงรูปแบบเดิมไว้แต่ในส่วนของกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างนั้นเปลี่ยนจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีมาเป็นการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาซึ่งคณะกรรมการสรรหามีที่มาจากสี่ฝ่ายคือจากภาครัฐผู้แทนฝ่ายนายจ้างผู้แทนฝ่ายลูกจ้างและนักวิชาการซึ่งเห็นว่าจะทำให้กระบวนการได้มาซึ่งจะทำให้ได้กรรมการมีความเป็นอิสระมากขึ้น ที่มาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยมีความเห็นว่าประธานกรรมการประกันสังคมโดยตำแหน่งตามพระราชบัญญัติประกันสังคมคือปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานโดยตำแหน่งนั้น มีภาระในตำแหน่งหน้าที่มาก การที่จะมาทำหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับงานประกันสังคมย่อมไม่อาจเกิดประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่จึงมีข้อเสนอว่าตำแหน่งประธานกรรมการกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการประกันสังคมนั้นควรที่จะมาจากการสรรหาจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญความเข้าใจในการบริหารจัดการงานประกันสังคม ที่มาของคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการสรรหาจำนวน๑๓คนจะประกอบด้วยปลัดกระทรวงแรงงานเป็นกรรมการสรรหาโดยตำแหน่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ๓คนและนักวิชาการ๖คนโดยแบ่งเป็นนักวิชาการทางด้านกฎหมายหรือการบริหารงานภาครัฐ๒คนด้านแรงงานและสวัสดิการสังคมงานประกันสังคม๒คนและด้านบริหารการลงทุนจำนวน๒คน ในส่วนของผู้แทนของฝ่ายลูกจ้างนั้นมีความเห็นว่าควรที่จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้ประกันตนในระบบสัดส่วนโดยเป็นการลงคะแนนตามจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานเช่นเดียวกับในส่วนของคณะกรรมการประกันสังคมในส่วนของผู้แทนฝ่ายลูกจ้างนั้นก็ควรที่จะมาจากการเลือกตั้งโดยเป็นการเลือกตั้งในระบบสัดส่วน๕๐คนต่อหนึ่งเสียงและมูลนิธิต่างๆหรือองค์กรที่ผู้ประกันตนก็ควรที่จะมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงสัดส่วนของผู้หญิงในคณะกรรมการดังกล่าวด้วย ที่มาของกรรมการประกันสังคมประเภทกรรมการโดยตำแหน่ง ไม่มีประเด็นที่จะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงแต่ประการใดแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการโดยตำแหน่งในส่วนของผู้แทนกระทรวงแรงงานไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงานซึ่งมีความเหมือนกันทั้งในส่วนของร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมของรัฐบาลและร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ที่มาของกรรมการประกันสังคมประเภทกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง พระราชบัญญัติประกันสังคมฯ ได้กำหนดให้กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง มาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีข้อเสนอว่าควรที่จะมาจากกระบวนการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา และที่มาของกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างนั้นควรจะมีกระบวนการได้มาที่เหมือนกันกระบวนการบัญญัติควรที่จะมีหลักเกณฑ์เดียวกันซึ่งหากฝ่ายลูกจ้างเสนอว่ากรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างต้องมาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายนายจ้างเองก็ควรที่จะมาจากการเลือกตั้งเช่นกันเพราะฝ่ายนายจ้างก็มีสมาคมนายจ้างซึ่งเทียบได้กับสหภาพแรงงานของฝ่ายลูกจ้าง ดังนั้น จึงควรที่จะมีสิทธิเช่นเดียวกันส่วนจะเป็นกลุ่มใดนั้นจะใช้วิธีการกำหนดคุณสมบัติในภายหลังและมีความเห็นว่าควรจะมีการให้นิยามคำว่านายจ้างให้มีความหมายกว้างเพื่อให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อให้นายจ้างที่มิได้อยู่ในสภานายจ้างมีส่วนในการดูแลกองทุนประกันสังคมด้วยเช่นกันเนื่องจากในปัจจุบันนั้นจะหมายเฉพาะแต่นายจ้างที่เป็นสมาชิกของสภานายจ้างเท่านั้นนอกจากนี้ควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าในขณะนั้นได้เป็นการกระทำในฐานะใดระหว่างในฐานะนายจ้างหรือในฐานะลูกจ้างเพราะจะมีผลต่อสิทธิในการเลือกตั้งผู้แทน สิ่งที่ที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะต้องดำเนินการต่อคือการกำหนดคุณสมบัติของนายจ้างที่จะมีสิทธิเลือกผู้แทนของตนโดยการเลือกตั้งทางตรง นอกจากนี้ ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยแนวทางและวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในคณะกรรมการไตรภาคี พ.ศ. 2551 ได้กำหนดรายละเอียดขยายการมีส่วนร่วมเข้าไปในแนวทางละวิธีการให้มากยิ่งขึ้น แต่ยังจำกัดอยู่ที่ตัวแทนองค์กร ในการนี้ ที่ประชุมเสนอให้ผู้ประกันตนและนายจ้างทั้งหมดทุกคนมีส่วนร่วมโดยไม่จำต้องขึ้นกับองค์กรใด และจะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของนายจ้างและลูกจ้างให้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่า ระเบียบดังกล่าวขัดกับบทบัญญัติมาตรา 84 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย ที่มาของกรรมการประกันสังคมประเภทกรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง พระราชบัญญัติประกันสังคมฯ ได้กำหนดให้มาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตามข้อเสนอของทั้งงานวิจัยของสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นมีข้อเสนอว่าควรจะมาจากการสรรหาแต่ข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยนั้นเห็นควรว่าให้มาจากการเลือกตั้งโดยระบบสัดส่วน ประเด็นผู้ประกันตนที่ไม่สามารถจัดตั้งสหภาพได้หรือที่มิได้เป็นสมาชิกสหภาพควรที่จะมีสิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนของเขาด้วยโดยรูปแบบการเลือกตั้งนั้นจะเป็นในรูปแบบของการเลือกตั้งทางตรงหรือไม่ในประเด็นนี้เห็นว่าผู้ประกันตนควรที่จะมีสิทธิเลือกผู้แทนของตนไม่ควรที่จะจำกัดเฉพาะสมาชิกสหภาพเท่านั้น สิ่งที่ที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะต้องดำเนินการต่อคือการกำหนดคุณสมบัติของลูกจ้างผู้ประกันตนที่จะมีสิทธิเลือกผู้แทนของตนโดยการเลือกตั้งทางตรง ที่มาของที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมฯ ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอาจแต่งตั้งได้ไม่เกินห้าคนซึ่งในความเป็นจริงนั้นทางรัฐมนตรีมักจะตั้งบุคคลที่มีความใกล้ชิดเข้ามาดำรงตำแหน่งจึงมีข้อเสนอในการแก้ไขว่า กรรมการผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนห้าคนดังกล่าวนั้นควรที่จะมาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาจากรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านละห้าคนซึ่งมาจากการเสนอของกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างและเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพผู้หญิงด้วย คณะกรรมการสรรหา มีข้อเสนอว่าควรจะมีที่มาจาก 4 ฝ่าย คือ 1. ผู้แทนจากภาครัฐ ได้แก่ ปลัดกระทรวงแรงงาน 2.ผู้แทนจากฝ่ายลูกจ้าง3คนซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้ประกันตนในระบบสัดส่วน การลงคะแนนตามจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงาน 3. ผู้แทนจากฝ่ายนายจ้าง3คนโดยมาจากผู้แทนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้แทนสมาคมธนาคารไทย 4. นักวิชาการจำนวน6คนโดยมาจากด้านกฎหมายหรือการบริหารงานภาครัฐ๒คนด้านแรงงานสวัสดิการสังคมงานประกันสังคม2คนและด้านการบริหารการลงทุน2คน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ว่ากรรมการสรรหาควรจะมาจากการเลือกตั้งนั้นเห็นว่าเป็นหลักการที่ดีแต่มีข้อเสียคือกว้างเกินไปจึงมีข้อเสนอดังนี้คือ 1. ควรมีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการสรรหาและเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้วก็ให้เลือกกันเองอีกครั้งหนึ่ง 2. ควรจะมีกระบวนการคัดเลือกอื่นที่สะดวกง่ายเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายนอกเหนือจากการเลือกตั้ง 3. กรรมการสรรหามาจากองค์กรที่หลากหลายอาทิเช่นสภาทนายความ องค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs)กรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นต้น 4.มอบหมายให้คณะกรรมการประกันสังคมกำหนดรายละเอียดวิธีการในการคัดเลือก ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า ควรกำหนดคุณสมบัติไว้ให้ชัดเจนเช่นเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านแรงงาน มีประสบการณ์การทำงานด้านแรงงานเชิงประจักษ์ไม่มีส่วนได้เสีย ไม่มีลักษณะต้องห้าม กรรมการสรรหาอาจเป็นคนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงคือเป็นบุคคลที่นอกเหนือไปจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง เช่นสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สภาทนายนักวิชาการสื่อมวลชนโดยที่ประชุมเห็นควรให้กรรมการสรรหาเป็นแบบอิสระและ ในการนี้ที่ประชุมได้ขอให้นางสาววิไลวรรณแซ่เตีย นายไพโรจน์ พลเพชร นางสาวสุเพ็ญศรีพึ่งโคกสูง นางสาวอรุณีศรีโต และนายบัณฑิตย์ธนชัยเศรษฐวุฒิ ดำเนินการในรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา และนำมาเสนอต่ออนุกรรมการพิจารณากฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการประกันสังคม ข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยนั้นเสนอว่ากรรมการต้องมีวาระในการดำรงตำแหน่งไม่เกินสองวาระ
การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
ประกันสังคม
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น