จากประสบการณ์ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๓๐ ต.ค. ๒๕๕๑ สืบเนื่องจากการที่พี่น้องเกษตรผู้ปลูกข้าวโพด จ.น่าน เสนอข้อเรียกร้องแล้วปิดถนนตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ ๒๐ ต.ค.ถึงบ่าย ๒ โมงเศษ วันที่ ๒๓ ต.ค. ผมได้เข้าไปเรียนรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ประสบการณ์พอสมควร
ครูอู๋ เป็นครูศูนย์ GTXNAN2 ขอให้ผมเป็นวิทยากรพิเศษ ภายใต้หัวข้อที่ว่า เมื่อน้ำมันหมด วิธีการถ่ายทอดความรู้แก่เด็ก ๆ จะให้เด็กศูนย์ฯ อ่านเอกสาร จำนวน ๖ แผ่นไปก่อน จากนั้น ครูอู๋จะนั่งสนทนากับเด็ก ๆ และใช้ภาษาอังกฤษแทรกเหตุการณ์ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้เรื่องน้ำมันหมด
จังหวะเหมาะที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ จ.น่านต้องรับผลกระทบจากการปิดถนน ทำให้รู้สึกไปกว้างขวาง ว่า ปั้มน้ำมันในตัวจังหวัดและต่างอำเภอ น้ำมันที่สำรองจำหน่ายถูกขายไปจนเกลี้ยง อันที่จริงในการหลักการทุกปั้มต้องสำรองน้ำมันไว้ร้อยละ ๑๐ กลับไม่มีประเด็นข่าวดังกล่าว เราได้ความรู้จากอดีต ผวจ.น่าน ดร.สุวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล
หากเราไม่คิดถึงการสำรองน้ำมันตามระเบียบแล้ว ถือตามที่เห็นเป็นความจริงว่า น้ำมันน่านหมดไปแล้ว เพราะแทบทุกปั้มปิดหมด ผู้ใช้น้ำมันจำนวนมากเป็นรถยนต์ รถจักรยนต์ การเดินทางของรถยนต์ลำเลียงน้ำมัน ต้องลำเลียงมาตามเส้นทางอ้อม ขึ้นเขาสูง นับเป็นอุปสรรคมาก ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการลำเลียงสูงขึ้น น่านน้ำมันหมด ทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้ มีความตระหนักและรู้จักตัวเองมากขึ้น
ถ้าน่านน้ำมันหมด... ไม่เป็นไรครับ เรายังมีจักรยานวิ่งได้ เพราะที่น่านเขาแบ่งลู่วิ่งจักรยานโดยเฉพาะ
เราต้องตระหนักถึงแผนการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ และต้องหาทางแก้ไขปัญหา ให้ชาวน่านอยู่ด้วยตนเองให้มากที่สุด...
ปกติที่ผมทราบคนน่านจะอดทนสูงมาก และผมก็ชื่นชมกับการอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามของเมืองน่านเอาไว้ได้ดี จนได้ข่าวว่าจะทำเมืองน่านให้เป็นเมืองมรดกโลกยิ่งดีใจใหญ่เลยครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงปัญหาของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน จึงจะนำพาให้บ้านเมืองสงบสุข
เหตุการณ์น่าน้ำมันหมด อยู่เมืองน่านพอดีค่ะ แล้วจะเดินทางต่อไปที่เชียงราย ต้องเข้าแถวยาวหาน้ำมันเต็มถังตุนไว้กอนค่ะ ลำบากมาก