หนังสือดรุณศึกษา วิธีแก้ไขเด็กอ่านไม่ออก
คุณครูหรือผุ้ปกครองท่านใดมีปัญหาเรื่องเด็กอ่านหนังสือไม่ออก
สำหรับ ชั้นอนุบาลหรือประถมต้น
ลองหาซื้อหนังสือดรุณศึกษามาลองประกอบการสอนอ่านนะคะ
เคยเห็นที่ศึกษาภัณฑ์สาขาถนนราชดำเนิน
ดิฉันเคยเรียนสมัยก่อนด้วยหนังสือดรุณศึกษาตั้งแต่ ชั้นป.เตรียม ป.1 ป.2 อ่านได้หมดทั้งสามเล่มตั้งแต่ยังไม่ขึ้นป.1 ค่ะ อ่านวันละหลายๆรอบ
เมื่อสอบปลายปี ดิฉันไปสอบรวมกับรุ่นพี่ ป.1 ทำข้อสอบได้หมด อ่านหนังสือได้ทุกเล่ม เลยขึ้นป.2 โดยไม่ต้องเรียนป.1
วันนี้คิดถึง โรงเรียนกฤตศิลป์วิทยาที่ทำให้ดิฉันรู้จักหนังสือชุดนี้เลยเขียนถึงค่ะ
อยากให้เด็กๆทดลองอ่าน เป็นการประสมคำโดยจำกัดพยัญชนะ และสระ
ต่อจากนั้น แต่งคำง่ายๆ กลายเป็นประโยค และเป็นเรื่องราวชวนให้เด็กๆ ติดตาม
ถ้าเด็กๆผ่านหนังสือชุดนี้ก่อนในช่วงที่ 1 จะสนุกกับการอ่าน และไม่เป็นปัญหาในช่วงต่อๆไป
เห็นเด็กมัธยมอ่านหนังสือช้าๆแล้วเสียดายเวลาค่ะ ลองอ่านบทความของ
โรงเรียนอัสสัมชัญดูก่อนนะคะแต่งจะโรงเรียนต้นกำเนิด ของผู้แต่งหนังสือดรุณศึกษาค่ะ
ท่านเจษฎาจารย์ ฟ.ฮีแลร์นับเป็นบุคคลหนึ่งผู้มีบทบาททางการศึกษา
โดยท่านแม้เป็นชาวต่างชาติ ก็มิได้ย่อท้อในอันที่จะเห็นความเจริญทางการศึกษาของเยาวชนไทยในสมัยนั้น
ได้เพียรเร่งรัดตนเองมุมานะที่จะอ่านออกเขียนได้ในภาษาไทยจนถึงได้แต่งตำราดรุณศึกษาขึ้นใช้แทนตำราไทยของไทย
ในสมัยนั้นคือ มูลบทบรรพกิจ ทั้งๆที่เวลานั้นท่านเพิ่งอยู่เมืองไทยได้เพียง 8ปีและหนังสือดรุณศึกษา
ก็ได้กลายมาเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของท่านที่ได้สร้างสรรค์ไว้แก่เยาวชนไทยแก่การศึกษาไทยมาตราบจนทุกวันนี้
มูลเหตุแห่งการนิพนธ์หนังสือดรุณศึกษา
"ฟ.ฮีแลร์ ท่านได้เคยเล่าให้ฟังว่า ใจหนึ่งก็กลัวเด็กไทย ใจหนึ่งก็อยากเรียนภาษาไทยเวลาแรกสอนภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศสอยู่ห้องหนึ่งนั้น
หูมักพยายามเงี่ยฟังว่าห้องถัดไปเขาสอนภาษาไทยว่าอย่างไร "
การที่ ฟ.ฮีแลร์มีความสนใจในภาษาไทยสามารถอ่านมหาชาติได้อย่างเข้าใจแสดงถึงความมีอัจฉริยภาพความเป็นนักปราชญ์ความไพเราะของจังหวะจะโคน
ตลอดจน ลีลาของภาษาไทยที่นักเรียนท่องจากมูลบรรพกิจชวนให้ท่านเพิ่มความอุตสาหะที่จะศึกษาเรียนรู้คำศัพท์จนรู้ความหมาย และทำให้ท่านทวีความเพียรที่จะแต่งตำรา ภาษาไทยให้เด็กนักเรียนใช้เป็นตำราเรียนภาษาไทยในโรงเรียนอัสสัมชัญ
ผู้มีคุณูปการในการศึกษาภาษาไทยของ ฟ.ฮีแลร์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ในชั้นต้นในการเรียนภาษาไทยของท่าน ฟ.ฮีแลร์ ก็คือครูวันซึ่งภายหลังได้เป็นพระยาวารสิริ
และอีกท่านหนึ่งก็คือท่านมหาทิม และครูฟุ้ง เจริณวิทย์ ฟ.ฮีแลร์ได้ยกย่องผู้มีคุณูปการต่อท่านมากเห็นจะเป็นท่านมหาศุข ศุภศิริ
ด้วยท่านนี้ เป็นผู้มีอุปนิสัยเยือกเย็นและมีความรู้ลึกซึ้งกว้างขวาง เป็นผู้ที่คอยช่วยขัดเกลาบทร้อยกรองของ ฟ.ฮีแลร์ ดรุณศึกษาเมื่อแรกแต่ง
สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระเมตตาต่อท่าน ฟ.ฮีแลร์เป็นอย่างยิ่งด้วยว่าพระองค์ท่านจะทรงตรวจแก้ไขงานที่ฟ.ฮีแลร์แต่ง
ขณะนั้นคือดรุณศึกษา ด้วยจะใช้เป็นตำราแทนตำรามูลบทบรรพกิจ ครั้นเอาความไปเล่าให้บาทหลวงกอลมเบต์ฟัง ท่านก็เห็นด้วย ครั้นสมเด็จฯเสด็จมาที่โรงเรียน
ท่านบาทหลวงจึงนำเฝ้าและเล่าเรื่องถวายท่านเลยทีเดียว ท่านว่าอายก็อาย ดีใจก็ดีใจ ที่ สมเด็จฯ ตรัสเรียกเอาต้นฉบับไปทอดพระเนตร แต่ที่ไหนได้ทรงแก้ไขประทาน และตรัส ชมเชยมามาก เป็นเหตุให้ท่านเกิดกำลังใจ ครั้นตีพิมพ์ออกไปใครต่อใครก็ยกย่องสรรเสริญมาก
ท่านเลยแต่งต่อจนครบ 5 เล่ม
หนังสือดรุณศึกษาเมื่อแรกแต่งมีทั้งหมด 3 เล่ม ได้แก่
1. ดรุณศึกษาตอน กอ ขอ
2. ดรุณศึกษาตอนกลาง และ
3. ดรุณศึกษาตอนปลาย
กาลต่อมาท่านเห็นว่าดรุณศึกษาตอน กอ ขอ มีขนาดรูปเล่มหนา กว่าจะเรียนจบหนังสืออาจจะชำรุดไปมาก ดังนั้นในการพิมพ์ครั้งที่ 4 จึงได้แบ่งเป็น 2 ตอนกล่าวคือ
ตอนที่ 1 ยังคงกล่าวถึง ก ข จนจบแม่ ก กา ตอนอากู๋ และใช้ชื่อหนังสือ ดรุณศึกษาตอน กอ ขอ
ส่วนที่ 2 เรียกว่า ดรุณศึกษาตอนต้น อีกทั้งท่าน ฟ.ฮีแลร์ยังได้ปรับปรุงสำนวนภาษาให้เข้าใจง่าย
สวัสดีค่ะ
น่าสนใจดีค่ะ เคยเห็นหนังสือนี้แต่ไม่ทันได้เรียน จะลองไปค้นในห้องสมุดโรงเรียนดูเผื่อจะมี
ขอบคุณนะคะ ^__^
สวัสดีค่ะครูตุ๊กแก ดีใจค่ะที่ "กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย " ถ้าทดลองแล้วได้ผลยังไงเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
สสวัสดีค่ะวันนี้อากาศน้าว......!หนาว:D
อยากให้วันนี้หนาวสักครึ่งของวันนั้น
ผมเด็กอัสสัมที่ท่าน ฟ.ฮีแลร์เป็นผู้ดูแล
ยินดีเป็นอย่ายิ่ง