อย่าเชื่อก่อนที่ตนเองจะตริตรองพิจารณาให้ดี

การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีของมอทักษิณ เมืองสงขลาในช่วงสองวันมานี้ นับเป็นหน้าที่โดยตรงของอาจารย์ที่ทำงานในมหาวิทยาลัยช่วงเปิดเทอม 

 ยูมิเองทำหน้าที่อย่างนี้มาอย่างต่อเนื่อง  ถามว่าคิดอย่างไรกับหน้าที่นี้  คงตอบได้ว่าเป็นงานที่ตนเองทำได้และพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตนเองสามารถทำได้ในขณะที่งานอย่างอื่นคงยากแล้วถ้าให้ไปทำงาน  เพราะอายุและโอกาสวันเวลายิ่งผ่านไปวัยแห่งชีวิตก็หมุนเวียนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง  

 งานที่เหมาะกับตนคงไม่ไปทำอย่างอื่นแล้วนอกจากงานทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย  ถามว่าแล้วเลือกทำงานนี้หรือ...คงตอบได้ว่า...เดิมที่ไม่ได้เลือกที่จะเป็นอย่างนี้แต่ความรู้และโอกาสมันเอื้อที่ต้องทำงานอย่างนี้นะ 

 วันนี้อีกวันกับวิชาแรกเป็นวิชาสายศาสนาและคาบแรกพร้อมกับเจอนิสิตครั้งแรกในห้องนับได้ 60 คนเป็นนิสิตปี 1 ส่วนมาก และเกินมาจากที่กำหนดจะเข้าลงทะเบียนเรียนวิชานี้ ( คงอยากเจออาจารย์ใหม่อย่างยูมิมั้ง...อิ อิ อิ )

และยังจะขอมาลงทะเบียนเข้าเรียนด้วยอีกจำนวนหนึ่งไหนว่าวิชาเกี่ยวกับศาสนามีผู้สนใจเรียนน้อย  ช่วงเดินไปห้องสอนสายตาทุกคู่จ้องมองมายังยูมิเหมือนว่าเป็นอาจารย์ใหม่ที่แรกเข้ามาสอนพวกเราต่างเรียนรู้ร่วมกัน  พร้อมท้าทายให้เกิดมุมมองโดยบอกว่าอย่าเชื่อก่อนที่ตนเองจะตริตรองพิจารณาให้ดี 

 เพราะสิ่งที่ยูมิพูดไปอาจจะผิดก็ได้..?ผมยิงคำถามไปให้ผู้เรียนคิดคือ...จงปิดคัมภีร์เสียเถิดแล้วมองทุกสิ่งตามความเป็นจริง...ผมยิงคำถามออกไปว่า...คุณเชื่อหรือไม่ว่ามีมนุษย์คนแรกในโลก..?บรรพบุรุษของมนุษย์เป็นใครมาจากไหน..? 

 คุณรู้จักพระเจ้าไหม..?  คุณเห็นพระองค์ไหม..?  คุณเข้าใจอย่างไรในสิ่งที่ร้อนที่สุดนั้นมีเย็นที่สุด..? คุณเข้าใจมุมคิดหยิน-หยางไหม..? ฯลฯ  ในการปะทะมุมคิดกันช่วงหนึ่งมีผู้เรียนกล่าวถึง...สายน้ำไม่ไหลกลับ...

ผมบอกผู้เรียนว่า...สายน้ำย่อมไหลกลับเสมอ...มันเป็นไปได้ยังไงอาจารย์  ก็เราลองพิจารณาดูนะ  สายน้ำที่ไหลไปอยู่นั้นปะทะความร้อนก็กลายเป็นไอน้ำแล้วจับตัวเป็นก้อนเมฆแล้วมันก็เป็นสายฝนตกลงไหลกลับเป็นสายน้ำวนเวียนเป็นวัฎฎะจักร์อยู่อย่างนี้ไม่ใช่หรือ...

ถ้าคุณเข้าใจคำตอบเหล่านี้  นั้นหมายถึงคุณเรียนจบวิชานี้แล้วละ...ตอนหมดคาบสอนมีผู้เรียนหลายคนร้องถามว่า...อาจารย์ชื่ออะไร..? ชื่อรึเดี๋ยวคาบหน้าก็แล้วกัน...อิ อิ อิ.