การเรียนรู้จากสภาพพื้นที่จริง เรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ประกอบกับการเรียนรู้ในเชิงทฤษฎี จะทำให้ผู้เรียน ได้รับความรู้ที่ชัดเจนและผลิตผลในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะไปทำหน้าที่ทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม อย่างมีคุณค่าและประโยชน์สูงสุด

 

สืบเนื่องจาก บล็อกนี้

 http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/186637

 Oa0008

ผมได้มีการวางแผนที่จะดำเนินโครงการนำพานักศึกษาชั้นปีที่ ๑ ในหลักสูตรเกษตรศาสตร์ ไปศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อศึกษาระบบการผลิต  การบริโภค และการตลาด ของข้าวอินทรีย์ รวมทั้งระบบเกษตรยั่งยืนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่นักศึกษาจะได้มีกรอบแนวคิดในการศึกษาวิชาต่างๆ ได้ชัดเจนและนำความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง พัฒนาการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมได้

Na0094

 Oa0032

ในปัจจุบัน ระบบการศึกษาของไทย ยังมีพัฒนาการที่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในยุคปัจจุบัน และส่งผลให้ระบบต่างๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ระบบการศึกษาที่ควรมีการเปลี่ยนแปลงอีกปัจจัยหนึ่งคือ การเรียนรู้จากสภาพพื้นที่จริง เรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ประกอบกับการเรียนรู้ในเชิงทฤษฎี จะทำให้ผู้เรียน ได้รับความรู้ที่ชัดเจนและผลิตผลในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะไปทำหน้าที่ทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม อย่างมีคุณค่าและประโยชน์สูงสุด

 Na0108

โครงการพานักศึกษาชั้นปีที่ ๑ จำนวน ๒๐  คนไปเรียนรู้ชีวิตและเรียนรู้ธรรมชาติในพื้นที่จริง  เริ่มขึ้นแล้ว ในช่วง  ระหว่างวันที่ ๑๓-๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวัดป่าสวนธรรมร่วมใจ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร รวมทั้งได้รับความร่วมมือและการดูแลจาก เครือข่ายข้าวอินทรีย์ (โดย พ่อวิจิตร บุญสูง ประธานเครือข่ายข้าวคุณธรรม) ตลอดทั้งสมาชิกกลุ่มและศูนย์ ที่ให้ความร่วมมือทั้งแปลงเรียนรู้ ได้แก่ ระบบการจัดการเกษตรอินทรีย์ การจัดการระบบข้าวคุณธรรม การพัฒนาจิตของตนเอง การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ  เกษตรยั่งยืน การทำเกษตรแบบพอเพียง ตลอดถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรข้าวอินทรีย์ ที่ได้สละเวลาและให้ความรู้แก่นักศึกษาปีที่ ๑ ดังกล่าว

Na0063

รูปแบบการฝึกงานของนักศึกษาปีที่ ๑ ดังกล่าว พอสรุปได้ดังนี้

·       ก่อนเดินทางไปฝึกงาน ได้มีการปฐมนิเทศ เพื่อชี้แจงแก่นักศึกษา เกี่ยวกับสาระสำคัญของการเรียน และการฝึกงานที่สัมผัสของจริงจะทำให้การเรียนมีเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

·       สำหรับการเรียนรู้ในสภาพพื้นที่จริง ณ วัดป่าสวนธรรม และพื้นที่การเกษตรของเครือข่ายข้าวอินทรีย์ ได้ชี้แจงให้นักศึกษา ได้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับต่อการฝึกงานในครั้งนี้ คือ

·        ธรรมะกับชีวิต

·        การเกษตรพอเพียง

·        เกษตรอินทรีย์

·        เกษตรยั่งยืน

·        ชุมชนกับการพัฒนา

·       แม้ว่า การชี้แจงประโยชน์ที่จะได้รับต่อนักศึกษาเหล่านี้ ให้เห็นเป็นเรื่อง ๆ ดังกล่าวข้างต้น นักศึกษายังไม่ค่อยจะเข้าใจว่า จะได้อะไร และได้แล้วจะเอามาทำอย่างไรในชีวิตและความเป็นอยู่ในการพัฒนาตนเองเพื่อจะอยู่กับสังคม ประเทศชาติอย่างไร ???

·       การเริ่มฝึกงาน ในวันแรก เป็นกิจกรรมการสัมผัสชีวิตภายในวัดเพื่อฝึกจิต สมาธิ และการปฏิบัติธรรม

·       วันที่ ๒-๔ มีการแบ่งกลุ่ม ให้นักศึกษาแยกย้ายไปพักแรม ณ แปลงเรียนรู้ของศูนย์ ที่เป็นเครือข่ายข้าวคุณธรรม ตามพื้นที่ต่างๆ ศูนย์ละ ๓-๕ คน โดยแต่ละศูนย์มีสภาพความเป็นอยู่ แปลงเรียนรู้ที่แตกต่างกัน อันได้แก่

o   ศูนย์หนองยอ  อำเภอกุดชุม  จังหวัดยโสธร

o   ศูนย์ศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

o   ศูนย์หนองเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร

o   ศูนย์โนนค้อทุ่ง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ

o   ศูนย์น้ำปลีก  อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ

o   ศูนย์ดงสวาง อำเภอป่าติ้ว  จังหวัดยโสธร

o   ศูนย์วัดป่าสวนธรรม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

o   ฯลฯ

·       วันที่ ๕ ของการฝึกงาน ได้จัดให้มีการประเมินผล หลังจากมีการปฏิบัติตน เพื่อสัมผัสและเรียนรู้ ณ แปลงเรียนรู้ตามศูนย์ต่างๆ ซึ่งผมได้เดินทางไปร่วมประเมินผล ณ วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ จังหวัดยโสธร (ดังภาพ)

 

 

·      ผลการประเมิน นักศึกษาทุกคน ได้รับความรู้และเข้าใจในการเรียนรู้ชีวิตจริง ตามที่ได้สัมผัสจริงในแปลงเรียนรู้ ดังนี้

·      ได้ความรู้ในการทำเกษตรแบบวิธีบูรณาการ

·      ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง

·      ได้รู้เรื่องการทำนาแบบไม่ไถก็สามารถดำได้

·      รู้จักการอยู่อย่างพอเพียง

·      สัมผัสห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ

·      รู้จักความเชื่อมโยงของธรรมชาติ

·      ได้รู้ได้เห็นของจริงนอกตำรา ซึ่งทำให้รู้สึกของธรรมชาติอย่างแท้จริง

·      รู้จักการผสมผสานระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติเรื่องการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

·      การทำนาเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงที่สอดประสานกับระบบของครอบครัว

·       ได้เรียนรู้ การพึ่งพากันของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ พืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ที่มีความสมดุล และเชื่อมโยงในการพึ่งพาอาศัยกันอย่างเป็นระบบ ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างลงตัว

·       วันที่ ๖-๗ เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ตามศูนย์ต่างๆ อีกครั้ง เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ในส่วนที่ยังต้องค้นหาเพื่อการเรียนรู้

·       วันที่ ๘ (วัดสุดท้าย) นักศึกษา เตรียมตัวเดินทางกลับ

 

ผมพอสรุปและประเมินผล จากการพานักศึกษาฝึกงาน ในครั้งนี้ ได้ว่า

ความเข้าใจเมื่อได้มาเห็นและสัมผัสจริงๆ นั้น จะทำให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจต่อการเรียนหลักสูตรทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อม แบบบูรณาการ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะได้มีการเปรียบเทียบถึงการเรียนรู้แบบธรรมชาติของนักศึกษาฝึกงานในรุ่นดังกล่าวนี้ จะมีพัฒนาการที่แตกต่างจากนักศึกษารุ่นก่อน ๆ (ที่ไม่ได้เข้ารับการฝึกงานเช่นนี้) อย่างไรบ้าง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการดังกล่าวนี้  จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาโดยตรง และคงจะมีโครงการลักษณะเช่นนี้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งจะได้มีการประเมินผลทั้งระยะสั้น ระยะยาว ในโอกาสต่อไป

และขอขอบพระคุณ

·       วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ที่อนุเคราะห์เรื่องสถานที่พักของนักศึกษาฝึกงาน

·       พ่อวิจิตร บุญสูง  คุณนิคม  เพชรผา และประธานศูนย์ ของเครือข่ายข้าวอินทรีย์ ทุกศูนย์ ที่ให้ความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ รวมถึงวิถีชีวิตอย่างพอเพียง และยั่งยืน

·       ฯลฯ

ขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือผู้สนใจ หากมีโครงการฝึกงาน เพื่อเรียนรู้สภาพชีวิตจริงที่คุ้มค่า กรุณาติดต่อได้ที่ เครือข่ายข้าวคุณธรรม ณ วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้