หลังจากเจอพิษม็อบข้าวโพดเมืองน่านไปแล้ว หลายวันมานี้ชักอืด ๆ ไม่กระเตื้องเอาเสียเลย ทางออกก็เลยมาหาแนวคิด นั่งคิด นั่งเขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อย โดยจุดมุ่งหมายที่ค้นหาคือ ทักษะการแก้ไขปัญหา...
เราปฏิเสธการเผชิญปัญหาไม่ได้ แต่เราก็มีทางเลือกในการแก้ไขปัญหา แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์มักจะแก้ไขปัญหาที่ผล โดยไม่สนใจที่เหตุ
จากการพูดคุย ค้นคว้า หาแนวคิดหลายมุมมองมักจะเป็นรูปแบบเดียวกันคือ แก้ที่ผล เมื่อค้นหาคำตอบแล้วมักจะพบว่าการแก้ไขที่ผลง่ายกว่าแก้ไขที่เหตุ เพราะบางครั้งเหตุเกิดจากอะไรยังไม่รู้ แต่ผลมันเกิดขึ้นแล้วก็แก้ในสิ่งที่เห็นนั่นแหละ
ง่ายและเร็วแต่ไม่ยั่งยืน...
การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เป็นสิ่งที่ยากถ้าหากไม่รู้จักวิธีแยกแยะ และวิเคราะห์ปัญหา และต้องรู้ก่อนว่า ปัญหาคืออะไร
ปัญหา คือ ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ควรเป็นและสิ่งที่เป็นอยู่
หรือถ้าเป็นแนวคิดของนักบริการคือ ปัญหาคือ อัตราส่วนของผลที่ได้รับกับความต้องการ ถ้าอัตรส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ปัญหาก็ไม่เกิด แต่ถ้าเมื่อใดความต้องการมากกว่าสิ่งที่ได้รับเมื่อใดแล้วก็เกิดปัญหา...
ผล คือ สิ่งที่เกิดจากเหตุ และ เหตุ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดผล
เหตุ อาจก่อให้เกิดผลหลายอย่าง และ ผล อาจจะเกิดจากหลายเหตุได้เช่นกัน
ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ
การแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ คือ การหาวิเคราะห์หาเหตุของปัญหาและแก้ไขปัญหาด้วยเครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นอีกในอนาคต หรือจะสามารถรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นอีก
สำหรับองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถสร้างระบบการแก้ไขปัญหาได้ และควรจะสร้าง โดยกำหนดให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปเลยว่าต้องมีระบบการแก้ไขปัญหาทุกด้าน
วัฒนธรรมองค์กรจะเกิดขึ้นได้จากอะไร?
คงยากจะชี้ชัดว่าอะไรหรือใครจะก่อให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร แต่วัฒนธรรมจะเกิดจากกลุ่มชนใด กลุ่มชนหนึ่งร่วมกันสร้างระเบียบปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วยึดถือปฏิบัติการมาและมีการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นวัฒนธรรมดีหรือเลวก็ได้
แล้วองค์กรของคุณล่ะต้องการให้เกิดวัฒนธรรมแบบไหน
แต่จากประสบการณ์ผู้เขียนมักจะประสบปัญหาในการสร้างระบบการแก้ไขปัญหา และการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนานัปการ แต่เชื่อหรือไม่เหตุส่วนใหญ่มักจะมาจากผู้บริหารระดับสูงเป็นเสียเอง...
ถ้าเราต้องการสร้างระบบการแก้ไขปัญหาเราต้องมีการประชุมร่วมหลายฝ่ายเพื่อกำหนดแนวทางและนโยบาย แต่ผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจและสั่งการมักจะละเลย ไม่เข้าร่วมประชุม หรือมองว่าไม่ควรจริงจังอะไรมากนัก ระบบก็ไม่เกิด
ถ้าเราสร้างระบบเรียบร้อยแล้วและมีการประกาศใช้ แต่ผู้บริหารไม่เป็นผู้นำในการใช้งานไม่ช้าไม่นานระบบก็ถูกลืมไปเอง
เห็นไหมครับ เพียงแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าหากจะนำมาสาธยายกันแล้วก็เจียรไนกันไม่หมด ดังนั้นหากผู้บริหารหน่วยงานใดต้องการให้เกิดสิ่งใดกับองค์กรก็ต้องพิจารณาจากสิ่งที่เป็นอยู่และสิ่งยึดปฏิบัติของท่านผู้นำเองว่าเป็นไปในทิศทางไหน เพราะถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก... หัวนิ่ง หางก็หลับ หัวไม่ขยับ หางมีหรือจะเคลื่อนไหว... ขยับเถอะครับเพื่อความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น...สวัสดีครับ...
เอ้าช่วยขยับกันหน่อย ท่านผู้ใหญ่ ....หันดี ๆ ให้ถูกที่ ถูกทาง เพื่อเมืองไทยที่รักของเรา
Wake up!Wake up! ปลุกเป็นภาษาอังกฤษ เผื่อจะกระดิกบ้างค่ะ