ลักษณะของคนถ่อย
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต วสลสูตรที่ ๗
[๓๐๖]
๑. คนมักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่อย่างเลว มีทิฐิวิบัติ และมีมายา พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย
๒. คนผู้เบียดเบียนสัตว์ที่เกิดหนเดียว แม้หรือเกิดสองหนไม่มีความเอ็นดูในสัตว์ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๓. คนเบียดเบียน เที่ยวปล้น มีชื่อเสียงว่า ฆ่าชาวบ้านและชาวนิคม พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๔. คนลักทรัพย์ที่ผู้อื่นหวงแหน ไม่ได้อนุญาตให้ ในบ้านหรือในป่า พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๕. คนที่กู้หนี้มาใช้แล้วกล่าวว่า หาได้เป็นหนี้ท่านไม่ หนีไปเสีย พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๖. คนฆ่าคนเดินทาง ชิงเอาสิ่งของ เพราะอยากได้สิ่งของพึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๗. คนถูกเขาถามเป็นพยาน แล้วกล่าวคำเท็จ เพราะเหตุแห่งตนก็ดี เพราะเหตุแห่งผู้อื่นก็ดี เพราะเหตุแห่งทรัพย์ก็ดี พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๘. คนผู้ประพฤติล่วงเกิน ในภริยาของญาติก็ตาม ของเพื่อนก็ตาม พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๙. คนผู้สามารถ แต่ไม่เลี้ยงมารดาหรือบิดาผู้แก่เฒ่าผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๐. คนผู้ทุบตีด่าว่ามารดาบิดา พี่ชายพี่สาว พ่อตาแม่ยายแม่ผัวหรือพ่อผัว พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๑. คนผู้ถูกถามถึงประโยชน์ บอกสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์พูดกลบเกลื่อนเสีย พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๒. คนทำกรรมชั่วแล้ว ปรารถนาว่าใครอย่าพึงรู้เรา ปกปิดไว้ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๓. คนผู้ไปสู่สกุลอื่นแล้ว และบริโภคโภชนะที่สะอาดย่อมไม่ตอบแทนเขาผู้มาสู่สกุลของตน พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๔. คนผู้ลวงสมณะ พราหมณ์ หรือแม้วณิพกอื่น ด้วยมุสาวาท พึงรู้ว่าเป็นคoถ่อย ฯ
๑๕. เมื่อเวลาบริโภคอาหาร คนผู้ด่าสมณะหรือพราหมณ์และไม่ให้โภชนะ พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๖. คนในโลกนี้ ผู้อันโมหะครอบงำแล้ว ปรารถนาของเล็กน้อย พูดอวดสิ่งที่ไม่มี พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๗. คนเลวทราม ยกตนและดูหมิ่นผู้อื่น ด้วยมานะของตน พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๘. คนฉุนเฉียว กระด้าง มีความปรารถนาลามก มีความตระหนี่ โอ้อวด ไม่ละอาย ไม่สะดุ้งกลัวพึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๑๙. คนติเตียนพระพุทธเจ้า หรือติเตียนบรรพชิต หรือคฤหัสถ์สาวกของพระพุทธเจ้า พึงรู้ว่าเป็นคนถ่อย ฯ
๒๐. ผู้ใดแลไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ปฏิญาณว่าเป็นพระอรหันต์ ผู้นั้นแลเป็นคนถ่อยต่ำช้า เป็นโจรในโลกพร้อมทั้งพรหมโลก
คนเหล่าใด เราประกาศแก่ท่านแล้วคนเหล่านั้นนั่นแล เรากล่าวว่าเป็นคนถ่อย ฯ
บุคคลไม่เป็นคนถ่อยเพราะชาติ ไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติ
แต่เป็นคนถ่อยเพราะกรรม เป็นพราหมณ์เพราะกรรม ท่าน
จงรู้ข้อนั้น ตามที่เราแสดงนี้
ทำอย่างไรเราจะไม่เป็นคนถ่อย
ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ทุกนิบาต ทุติยวรรค
เทศนาสูตร
๒. เทศนาสูตร
[๒๑๗]
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้ มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ธรรมเทศนา ๒ ประการ ของพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมมีโดยปริยาย ๒ ประการเป็นไฉน คือ
ธรรมเทศนาประการที่ ๑ นี้ว่า เธอทั้งหลายจงเห็นบาปโดยความเป็นบาป
ธรรมเทศนาประการที่ ๒ แม้นี้ว่าเธอทั้งหลายครั้นเห็นบาปโดยความเป็นบาปแล้ว จงเบื่อหน่าย จงคลายกำหนัด จง ปลดเปลื้องในบาปนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมเทศนา ๒ ประการนี้ ของพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมมีโดยปริยาย ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
เธอจงเห็นการแสดงโดยปริยายของพระตถาคตพระพุทธเจ้าผู้อนุเคราะห์สัตว์ทุกหมู่เหล่า ก็ธรรม ๒ ประการ พระตถาคตพระพุทธเจ้า ผู้อนุเคราะห์สัตว์ทุกหมู่เหล่าประกาศแล้ว
เธอทั้งหลายผู้ฉลาดจงเห็นบาป
จงคลายกำหนัดในบาปนั้น
เธอทั้งหลายผู้มีจิตคลายกำหนัดจากบาปนั้นแล้ว จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ
http://www.prachatai.com/webboard/wbtopic.php?id=737421
credit : Scorpio
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขออนุญาตพิมพ์ออกแจกให้เด็ก ๆ ได้อ่านค่ะ
มีคุณครูมาขอด้วยค่ะ
ขอขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ
สวัสดีครับ มาขอดูคนถ่อยเวลาพบเห็นจะได้ไปให้ไกลๆ ขอให้มีความสุขกับการทำงานครับ
สวัสดีค่ะ
ครูคิม
มาดูหน้าหน่อย คนถ่อย เวลาพบ จะได้ กู๊ดบาย โน ซียูอะเกน
ขอบคุณค่ะ..ที่ให้โอกาสรู้จัก คนถ่อย
สวัสดีค่ะท่านผอ.
นายประจักษ์~natadee
ทำอย่างไรเราจะไม่เป็นคนถ่อย
คบคนดี มีวิชา ได้อาศัย
คบคนพาล พาบรรลัย ห่างไกลหนา
คบบัณฑิตย์ คิดประเสริฐ เกิดปัญญา
คบคนว่า ให้ดูหน้า ภาษาใจ
คบมิตรดี ย่อมสร้างศรี ชีวีสวย
คบคนด้วย เด่นมุมมอง ผุดผ่องใส
คบคนเลว ย่อมตกเหว อันเปลวไฟ
คบคนให้ คบคนดี มีสุขเอย.....
สวัสดีครับ
เอาไว้ตรวจเช็คตัวเองครับ ว่าจะเข้าข่ายเป็นคนถ่อยกับเขาบ้างหรือเปล่า
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)
สวัสดีค่ะ
ท่านรองผอ. small man~natadee
ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เพิ่มมากเลยค่ะ เดิมไม่ทราบว่าคนถ่อย ที่ในหนังมักพูดกัน เขาหมายความว่าอะไร ค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง
paula ที่ปรึกษา~natadee