แต่ผมมองค่อนข้างเป็น virtual office เน้นใช้พลังปัญญาภายนอกเป็นหลัก ไม่ใช้เน้นใช้พลังปัญญาของคนในสำนักงาน

เช้าวันที่ ๑๕ ต.ค. ๕๑ ผมคุยกับ รศ. นพ. พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการสภามหาวิทยาลัย ม. มหิดล  กับคุณมยุรี แย้มศรี หัวหน้าฝ่ายเลขานุการกิจ สภามหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องวิธีทำงานของสภาฯ

ผมให้ความเห็นว่า มหาวิทยาลัย มี ๓ ส่วน คือ  Governance, Management, Operation   ต้องมีการดำเนินการให้เกิด synergy

ผมมองสำนักงานสภามหาวิทยาลัย ที่เหมาะสม   ว่าไม่น่าจะเป็นสำนักงานที่มีคนทำงานเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นเชิงนโยบาย    แต่ผมมองค่อนข้างเป็น virtual office   เน้นใช้พลังปัญญาภายนอกเป็นหลัก   ไม่ใช้เน้นใช้พลังปัญญาของคนในสำนักงาน

คนภายนอกที่ว่านี้หมายถึงคนใน ม. มหิดล นั้นเอง    กับคนนอก ม. มหิดล   จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ประสานงาน หาข้อมูล และเชื่อมโยงให้คนระดับ “สมอง” จากภายนอกและภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานสังเคราะห์ ประเมิน ตีความ ออกมาเป็น policy recommendation แก่สภาฯ 

ผมเรียนรู้วิธีทำงานแบบ virtual office มาจากการทำงานที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ    คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องจะประจักษ์เองว่าวิธีการแบบ virtual office นี้มีพลังประหลาด อย่างไม่น่าเชื่อ

คำถามอยู่ที่ว่า ธรรมชาติของงานที่ต่างกัน จะทำให้ virtual office model ใช้ได้ผลกับงานของสภาฯ หรือไม่   และพลังรวมใจของคนระดับ “สมอง” ที่มาเป็นคณะทำงานของสภาฯ คืออะไร

 

วิจารณ์ พานิช

๑๕ ต.ค. ๕๑