สรรพสิ่งมี ๒ ด้านเสมอ คือด้านดีกับด้านชั่ว   หรือด้านงดงามกับด้านอัปลักษณ์    หรือด้านที่ถูกใจกับด้านที่ไม่ถูกใจ   หรือด้านที่ทำให้เราเบิกบานกับด้านที่ทำให้เราหงุดหงิด   ตัวเราเองจะฝึกตัวเราให้งอกงามอายตนะเพื่อรับด้านไหน    ถามเป็นภาษาวิทยาศาสตร์ว่า เราจะทำให้ receptor ตัวไหนภายในตัวเรา ให้งอกงาม    receptor ด้านรับอารมณ์ผ่องใส หรือ receptor ด้านรับอารมณ์หงุดหงิด  

 

พูดใหม่ ว่าเราจะฝึก positive thinking หรือจะฝึก negative thinking    หรือจะไม่ฝึกตัวเองเลย ปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไปอย่างกับเรือที่ไร้หางเสือ   ปล่อยให้สิ่งแวดล้อมมันหล่อหลอมตัวเรา    ไม่คิดจะหล่อหลอมตัวเราเอง

 

ผมเป็นคนโชคดี ที่มีความช่างสังเกตเป็นนิสัยติดตัวมาแต่เล็ก    สังเกตว่าตัวเองมี receptor รับรู้และวิเคราะห์เจาะลึกสิ่งบกพร่องรอบตัวได้อย่างฉกรรจ์    ซึ่งนี่คือจุดแข็งสำหรับเป็นนักวิจัย

ผมสังเกตต่อ ว่า ช่วงที่ผมใช้สมองคิดเรื่องข้อบกพร่องนั้น   ให้ความสุขสู้ช่วงที่ผมคิดเรื่องความสำเร็จ ความงดงาม ความน่าชื่นชม ไม่ได้   

พอมาทำเรื่อง KM ผมก็ได้เรียนรู้ว่า ในข้อบกพร่องมีความสำเร็จ    ในความสำเร็จมีข้อบกพร่อง    ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ด้านมีความท้าทาย(challenges)    ผมจึงฝึกฝนตนเองให้มองเห็นความงามในความอัปลักษณ์   และฝึกมองสิ่งต่างๆ เหตุการณ์ บุคคล รอบตัว ให้เห็น ทวิลักษณ์ (duality) ในสิ่งเหตุการณ์ และบุคคล เหล่านั้น  

การฝึกฝนตนเองกลายเป็นความสนุก ความท้าทาย    หลายๆ ครั้งผมได้หัวเราะความเขลาของตนเอง   ได้ประหลาดใจต่อสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เกิดขึ้นได้จริงๆ    ความไม่ยึดมันไม่ถือมั่นมันค่อยๆ งอกงามขึ้นมาเอง

 

ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ต้องฝึกฝนตนเองให้เห็นความงาม และความดี ในทุกสรรพสิ่ง

 

วิจารณ์ พานิช

๑๖ ต.ค. ๕๑

บนรถโค้ชไปชะอำ