10 วิธีคลายเครียดในการทำงาน
วิธีที่ 1 ออกกำลังกาย - เมื่อรู้สึกเครียดจากการทำงาน การออกกำลังกายจนได้เหงื่อจะช่วยคลายเครียดได้ - หลังเลิกงานหรือในวันหยุดควรออกกำลังกายหรือกีฬาบ้าง และถ้าได้เล่นกับกลุ่มเพื่อนจะยิ่งสุกสนานมากขึ้น - การช่วยกันทำงานบ้านในวันหยุด ก็ถือเป็นการออกกำลังกานที่ดีและยังช่วยให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกรับใคร่สามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยโดยการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่เสมอ อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไรก็ต้องปฏิบัติอย่างนั้นกับผู้อื่นเช่นกัน เริ่มสนใจกันขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ไปต่อ เลยดีกว่านะ...
วิธีที่ 2. การพักผ่อนหย่อนใจ หลังเลิกงานแล้ว ควรจะได้พักผ่อนหย่อนใจบ้างเพื่อผ่อนคลายจิตใจ ทำให้พร้อมที่จะกลับไปทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งหนึ่ง - กิจกรรมการพักผ่อนหย่อนใจมีอยู่มากมาย ควรเลือกที่ตรงข้ามกับงานประจำ เช่นงานประจำต้องนั่งโต๊ะทั้งวัน ในยุคปัจจุบันนี้ คนไทยเรามิใช่มีความเครียดเฉพาะปัญหาครอบครัวชีวิตคู่เท่านั้น แต่ปัญหาความเครียดที่ทำงานมันก็ช่างมารุมเร้ารอบตัวเราชวนให้เบื่อหน่ายและปวดหัวจริงๆ สารพันปัญหาความเครียดในการทำงานนั้นมีหลายประการ ซึ่งเรามักจะเคยได้ยินคนรอบข้างพูดบ่นเปรยว่า "ที่ทำงานน่าเบื่อ งานเยอะ.." หรือ "พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีกหรือเบื่อจัง" หรือ "หัวหน้าไม่ค่อยฟังลูกน้อง เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ยิ่งทำงานยิ่งเครียดไปด้วย.." คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น แต่คงมีอีกหลายๆ ข้อความอยู่ในใจของทุกท่านที่อยากจะระบาย ยามว่างควรทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย หรือถ้างานประจำต้องให้บริการผู้อื่น ยามว่างควรไปให้ผู้อื่นบริการบ้าง เพื่อให้ชีวิตสมดุลและผ่อนคลาย
วิธีที่ 3. การพูดอย่างสร้างสรรค์ - การพูดอย่างสร้างสรรค์จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน - ควรหมั่นพูดคำว่า สวัสดี ไม่เป็นไร ขอโทษ และขอบคุณให้ติดปากเพราะจะ ดังนั้น อย่ารอช้า กันเลย เรามาเริ่มทำความรู้จักกับวิธีการคลายเครียดในที่ทำงานแบบง่าย ๆ ที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว ให้มาตระหนักอยู่ในใจกันดีกว่านะคะ แสดงถึงความมีมารยาท มีน้ำใจให้อภัย และรู้คุณค่าการกระทำของผู้อื่นเป็นเสน่ห์แก่ผู้พูด และผู้ฟังก็สบายใจด้วย - ควรหมั่นพูดชมเชย ให้กำลังใจ ไต่ถามทุกข์สุข ปลุกปลอบใจ และประสานความเข้าใจกัน บางเรื่องไม่ควรพูดก็อย่าพูด จะช่วยตัดปัญหาและลดความเครียดลงได้มาก
วิธีที่ 4. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน - การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน จะช่วยให้รู้สึกมี ความสุขในการทำงานและช่วยให้ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพเพราะมีผู้คอยให้กำลังใจ - การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานสามารถทำได้
วิธีที่ 5. การแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม - การเกิดอารมณ์ที่ไม่ดีเอาไว้ และการแสดงอารมณ์อย่างไม่เหมาะสมทำให้เกิดความเครียด - ควรฝึกควบคุมอารมณ์คิดก่อนทำ และทำอย่างเหมาะสม จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ และไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา - เมื่ออารมณ์ดี ควรยิ้มแย้มทักทาย พูดเล่น ฮัมเพลงจะทำให้ผู้ใกล้ชิดพลอยรู้สึกดีตามไปด้วย - ความเครียดส่วนหนึ่งจะมาจากความคิดของคนเรานั่นเอง - ถ้ารู้สึกว่าตัวเองคิดมาก คิดสับสนวนเวียนหาทางออกไม่ได้ ควรหยุดคิด เปลี่ยนอิริยาบถไปทำอย่างอื่นก่อน เมื่อรู้สึกดีขึ้น ค่อยมาคิดใหม่ - เมื่ออารมณ์ไม่ดี อย่าเพิ่งพูด หรือทำอะไรลงไป เพราะอาจเสียใจภายหลัง ให้หลบออกจากสถานการณ์สักพัก หรือหายใจเข้า หายใจออก ช้า ๆ สัก 4 - 5 ครั้ง หรือนับ 1 - 10 ในใจก็ได้ พยายามคิดถึงผลเสียที่จะเกิดตามมา จะทำให้มีสติ และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์กับผู้อื่นดีขึ้นและเครียดน้อยลง
วิธีที่6. การบริหารเวลา การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม จะทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีเวลาเหลือเพียงพอสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจส่วนตัว และมีเวลาให้ครอบครัวอย่างเพียงพอ ทำให้เครียดน้อยลง - ควรทบทวนดูว่า ในแต่ละวันได้ใช้เวลาไปกับเรื่องใดบ้าง เสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากน้อยแค่ไหน - จากนั้น จัดแบ่งเวลาเสียใหม่ รีบทำงานสำคัญและเร่งด่วนให้เสร็จก่อน แล้วจึงทำงานอื่นภายหลัง ลดการคุยเล่น เดินไปเดินมา กินขนม ฯลฯ ให้น้อยลง ก็จะประหยัดเวลาและได้งานมากขึ้น - "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" จิตใจที่เข้มแข็งจะช่วยให้เอาชนะความเครียดได้
วิธีที่ 7. การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี ในการทำงานย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าแก้ปัญหาอย่างใช้อารมณ์ ไม่มีเหตุผลจะทำให้เครียดมาก เพราะบางทีปัญหาเก่าก็ยังแก้ไม่ได้ แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก - ควรเริ่มต้นแก้ปัญหาที่สาเหตุ หาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้ แล้วแก้ตรงนั้น ถ้าตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาก็ต้องแก้ที่ตัวเรา - ถ้าคิดแก้ปัญหาเองไม่ได้ ก็ไม่ควรอาย หรือกลัวว่าจะเสียหน้าที่จะปรึกษาหารือและขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น - เมื่อรู้วิธีแก้ไขปัญหาแล้วก็ควรลงมือทำทันที บางปัญหาอาจแก้ยา ก็ให้อดทน อย่าท้อแท้ เพราะเมื่อแก้ปัญหาได้สำเร็จก็จะภูมิใจและหายเครียดไปเอง
วิธีที่ 8. การปรับเปลี่ยนความคิด - ลองปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เช่น คิดอย่างใช้เหตุผล คิดหลาย ๆ แง่มุม ลองคิดอย่างที่คนอื่นเขาคิด คิดเรื่องดี ๆ คิดถึงคนอื่นบ้างอย่าเอาแต่หมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป - การคิดแบบใหม่ๆ จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและหายเครียดได้
วิธีที่ 9. การสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ - การสร้างความเข้มแข็งของจิตใจ ทำได้โดยการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ให้กำลังใจ ตัวเองอยู่เสมอว่า "เราต้องทำได้" - ต้องเข้าใจชีวิตให้ถ่องแท้ว่าไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรยั่งยืน จะได้ไม่ยึดติดกับลาภ ยศ สรรเสริญ และต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด ไม่ติดอยู่กับอดีตหรือวิตกกังวลกับอนาคตให้มากเกินไป - อย่าลืมที่สร้างความอบอุ่นในครอบครัว จะเป็นกำลังใจช่วยให้เราต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคได้อย่างดีที่สุด - ลองสังเกตเพื่อนร่วมงานที่บริหารเวลาได้ดี แล้วลองทำดูบ้าง อาจช่วยให้สามารถงาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิธีที่ 10. การรู้จักยืนยันสิทธิของตน - ความเครียดอาจเกิดได้จากการยอมอ่อนข้อหรือเกรงใจผู้อื่นมากเกินไป จนทำให้ตัวเองเดือดร้อน - หากรู้จักยืนยันสิทธิของ ตนเสียบ้าง จะช่วยให้เป็นที่เกรงใจของผู้อื่นมากขึ้น และเครียดน้อยลง - สิทธิที่ควรยืนยัน ได้แก่ สิทธิที่จะทำงานเร่งด่วนของตนเองให้เสร็จก่อน สิทธิที่จะไต่ถามเพราะไม่รู้หรือไม่เข้าใจ สิทธิที่จะเลือกทำสิ่งที่ตนเองพอใจโดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน สิทธิที่จะเปลี่ยนใจเมื่อได้ข้อมูลใหม่ และสิทธิที่จะชี้แจงเมื่อถูกเข้าใจผิด เห็นไหมคะว่าถ้าเราปฏิบัติได้ตาม 10 วิธี ความเครียดก็จะเบาบางลง เพราะการรู้จักการผ่อนคลายความเครียดเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากจะช่วยคลายเครียดและเสริมสร้างสุขภาพกายจิตที่ดี ยังช่วยประสิทธิภาพในการทำงานของเราให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
เป็นวิธีที่ดีมากครับ .... จะนำไปใช้ครับ...
แวะเข้ามาอ่าน มีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ได้ประโยชน์มากเลยคะ
กำลังเป็นโรคเครียดอยู่ จะได้นำไปใช้ประโยชน์
ขอบคุณ..ทุกคนที่เข้ามาเป็นกำลังใจนะคะ
ข้อมูลดีดีที่มานำเสนอนี้ต้องขอบคุณ.. น้องปู...ที่ช่วยรวบรวมด้วยค่ะ
ตอนนี้เป็นโรคเครียด ตกเย็นที่ไหร่ ปวดหัว และชอบคิดโน้น คิดนี่มีวิธีอย่างไรบ้างค่ะ ทรมานมาก
เรียน คุณศศิวิมล(ไม่ทราบว่าเขียนถูกไหม)
จะนำไปใช้ครับ โดยเฉพาะการพูดอย่างสร้างสรรค์ การบริหารเวลา(จะได้ไม่ต้องเร่งรีบ)
จะติดตามอ่านครับ