ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นทีม และมีความคิดสร้างสรรค์

บ่ายวันนี้ มีกัลยาณมิตรชักชวนให้ผู้เขียนไปฟัง นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผจก.แผนงานสุขภาวะองค์กรเอกชน บรรยายเรื่อง Happy Workplace ที่ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) มีผู้เข้าร่วมฟังหลักประมาณ 20 คน เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ และหัวหน้าส่วนงาน ขององค์กรนี้

 

ฟังคุณหมอบรรยายประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้เขียนจับประเด็นและคิดตามแบบเร็วๆ ว่า คุณหมอต้องการเผยแพร่แนวคิดเรื่อง องค์กรแห่งความสุข โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้บริหารองค์กร และทีม HR เพราะต้องการที่จะเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่ส่วนใหญ่มุ่งให้ความสำคัญกับ การบริหารองค์กร/บริหารงานให้คนทำไปสู่ความคิดเรื่อง การบริหารคนเพื่อให้เกิดงาน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการจัดการความสัมพันธ์ของคน เพิ่มคุณค่าของคน ทำให้คนมีความสุข ทุกคนทำงานเป็นทีม คนมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อในที่สุดแล้วคนก็พัฒนา งานก็พัฒนา อย่างที่กล่าวกันว่า งานได้ผล คนเป็นสุข

 

คุณหมอพูดถึงเรื่อง องค์กรมีชีวิต เพราะมี คน ที่หลากหลายความคิด หลากหลายความต้องการมาอยู่ร่วมกัน จึงจำเป็นต้อง บริหารจัดการ ให้ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นทีม และมีความคิดสร้างสรรค์

 

คุณหมอบอกว่า "ความผูกพัน" จะเกิดขึ้นเมื่อคนรู้สึกว่าตนเองมี "คุณค่า" ต่อองค์กร จึงต้องให้ความสำคัญต่อการเพิ่มคุณค่าให้กับคน เปลี่ยนจาก การทำงาน เป็น การสร้างงาน เพราะการสร้างงานคือ การเพิ่มคุณค่าให้กับตนเอง

 

การสร้างความสัมพันธ์ ความสามัคคี ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็น "องค์กรแห่งความสุข" คุณหมอบอกว่า ครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในการพัฒนาองค์กร คือ การที่คนมานั่งพูดคุยกัน

 

คุณหมอสะท้อนภาพขององค์กรบางแห่ง ที่เมื่อผู้เขียนคิดตามแล้วรู้สึกว่าโดนจริงๆ ความว่า ... องค์กรบางแห่งเปลี่ยน vision เป็น mission ทำให้วิสัยทัศน์กลายเป็นภาระ เพราะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ทุกปี เปลี่ยนจนแม้แต่คนในองค์กรเองก็สับสนว่าอันไหนเป็น version ล่าสุด ซึ่งที่จริงแล้วการจะบรรลุวิสัยทัศน์ได้ต้องพัฒนาคนล้อไปกับวิสัยทัศน์

 

คุณหมอพูดถึงคำใหม่ที่เกิดขึ้นกับหลายองค์กร คือ การคอรัปชั่นอนาคตขององค์กร หมายถึง การที่คนไม่ได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กร และฝากเรื่อง คุณธรรม อย่างแรกที่ควรปลูกฝังให้กับทุกคนในองค์กร คือ หิริโอตัปปะ ให้เกรงกลัวและละอายต่อการเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน เกรงกลัวและละอายต่อการเอาเปรียบองค์กร ฯลฯ คุณหมอย้ำด้วยว่า คุณธรรม คือ สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ ไม่ใช่ คุณนะทำแต่ฉันไม่ทำ

 

คุณหมอพูดเรื่อง ความสุข 8 ประการ ของ องค์กรแห่งความสุข ซึ่งมีประเด็นเนื้อหาค่อนข้างมาก ผู้เขียนคงถ่ายทอดสาระได้ไม่ครบถ้วน ถ้าใครสนใจหาอ่านได้ที่ www.happygoal.org หรือ www.happyworkplace.org

 

ฟังแนวคิดเรื่อง องค์กรแห่งความสุข จากคุณหมอชาญวิทย์ฯ ในวันนี้แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าต่อยอดด้วยกระบวนการ/เครื่องมือ KM ของ สคส. ก็จะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง แนวคิด และ กระบวนการ ที่จะนำไปสู่การเป็น องค์กรแห่งความสุข ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ช่วงท้ายมีคนถามคุณหมอเรื่อง KPI ของการเป็น Happy Workplace ว่าจะวัดจากอะไร อีกคนหนึ่งถามประมาณว่า แล้วจะวัดความสุขได้อย่างไร เพราะความสุขของแต่ละคนไม่เท่ากัน คุณหมอตอบว่า การจะสร้าง Happy Workplace ไม่จำเป็นต้องตั้ง KPI ขึ้นมาใหม่ เพราะถ้าทุกคนในองค์กรมีความสุขกับการทำงาน มันจะสะท้อนกลับมาที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจดูได้จากการบรรลุผลเกินเป้าหมายของตัวชี้วัดต่างๆ ที่องค์กรมีอยู่แล้ว และความสุขอาจไม่จำเป็นต้องมีตัวชี้วัด หากแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ด้วยใจ...

 

สำหรับผู้เขียนคิดว่า ถ้าทุกๆ เช้าเมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง กระตือรือล้น อยากที่จะรีบไปทำงาน ช่วงเวลานั้น "ความสุข" ก็เกิดขึ้นแล้ว เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจของเราจริงๆ แล้วยังอาจมีพลังมากพอที่จะส่งผ่านไปสู่คนอื่นๆ ได้อีกด้วย J

 

ปลาทูแม่กลอง

27 ตุลาคม 2551