นานาเรื่องราวการจัดการความรู้ (๑๓)
กรมส่งเสริมการเกษตร
จัดการความรู้ ควบคู่ส่งเสริมการเกษตร
หากกล่าวถึงการจัดการความรู้
(Knowledge Management, KM)
กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการดำเนินการจัดการความรู้อย่างจริงจัง
ตั้งแต่ปี 2547
ซึ่งในช่วงปีแรกเน้นในเรื่องการวางแนวทางและกำหนดแผนการดำเนินงานเป็นหลัก
แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ จัดเริ่มต้นที่กรมส่งเสริมการเกษตร
ต้องขบคิดหนักก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้า คือ
การตอบคำถามหลักเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน
1. ไม่ทำได้ไหม?
2. ทำไปทำไม?
3. ทำแล้วได้อะไร?
ถ้าถามว่าไม่ทำได้ไหม คงไม่ได้
เพราะเป็นประเด็นในกาประเมินผลตามคำรับรองในการปฏิบัติราชการที่มีการคิดคะแนนร้อยละ
5 และถ้าจะถามต่อไปว่าทำไปทำไม
ทำเพื่อการประเมินผลตามคำรับรองใช่หรือไม่
อาจจะเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ทั้งหมด
เพราะว่าการจัดการความรู้ไม่ใช่เป็นเป้าหมาย
แต่กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ “การจัดการความรู้” (Knowledge Management)
เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายใน 3 ด้าน คือ การพัฒนางาน ,
การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
และคงตอบคำถามต่อไปได้ด้วยว่า ทำแล้วได้อะไร จากสถานการณ์ดังกล่าว
ทำให้คณะทำงานบริหารจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร
ซึ่งทำหน้าที่ในการวางแนวทางดำเนินงาน จำเป็นต้องศึกษา
และเสาะแสวงหาแนวทางการดำเนินงาน KM
ที่ไม่ต้องการให้เป็นการจัดการความรู้เทียมหรือปลอม
ที่ดำเนินการเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามีการจัดการความรู้เท่านั้นเอง
แนวทางการบริหารจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี
2548
กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญเรื่อง
การบริหารจัดการความรู้มาตั้งแต่ปี 2547
ได้จัดทำแนวทางและวางแผนการพัฒนาระบบบริหารความรู้ในองค์กร
โดยการศึกษาแนวทางการบริหาร
ความรู้ขององค์กรต่าง ๆ วิเคราะห์บทบาทภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร
และจัดทำแนวทางการบริหารความรู้ในองค์กรขึ้น สำหรับในปี 2548
ได้กำหนดให้มีการดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้
เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
ภายใต้การบริหารจัดการของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการกรมส่งเสริมการเกษตร
คณะที่ 2 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเรื่อง
การบริหารองค์ความรู้ขึ้นมา
ทำหน้าที่ในการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานการบริหารองค์กรความรู้ภายในกรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร
ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)
ในการเป็นที่ปรึกษาให้แนวคิด/หลักการ
แนะนำเครื่องมือจนกรมส่งเสริมการเกษตรสามารถวางแนวทางการจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตรออกมา
โดยกำหนดการดำเนินงานเป็น 3 ขั้นตอน คือ
(1) ขั้นตอนการเตรียมการ
(2) ขั้นตอนการดำเนินงาน
(3) ขั้นตอนการติดตามและประเมินผล
สร้างความเข้าใจกับการจัดการความรู้
เป็นการสร้างความเข้าใจในทุกระดับทั้งกับผู้บริหาร คณะทำงาน
และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน
เพื่อให้เกิดการนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
ซึ่งได้มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร
เพื่อสื่อสารให้ผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นในการดำเนินการสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
(Learning Organization, LO) และการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร
(Knowledge Management, KM) โดยการ
1.แต่งตั้งคณะทำงานการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร
2.การนำเรื่องการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
และการบริหารจัดการความรู้ในองค์กรเข้าชี้แจงในที่ประชุมประจำเดือนของผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร
3.การประชาสัมพันธ์โครงการและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ของกรมฯ
เช่น ทาง Website, วารสารกรมส่งเสริมการเกษตร
ขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม
การให้ความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวแนวคิด
แนวทางตลอดจนประโยชน์ของการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร
และปรับวิธีคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของคนในองค์กรให้ตระหนัก
เกิดความพร้อมในการจัดการความรู้ และจัดทำแผนการดำเนินงาน
โดยการ
1. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่องการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
และการบริหาร
จัดการความรู้ในองค์กรให้แก่ผู้บริหาร คณะทำงานฯ
และบุคลากรในองค์กร
2.
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในการบริหารจัดการความรู้ใน
องค์กรให้แก่กลุ่มจังหวัดเป้าหมาย 9 จังหวัดนำร่อง
3. การประเมินศักยภาพขององค์กร
เพื่อสำรวจความพร้อมขององค์กรในด้านต่าง ๆ เช่น
วัฒนธรรมขององค์กร ฐานข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ในองค์กร
ความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
โดยการสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพองค์กรในด้านต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการความรู้ เช่น
ออกแบบเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล
และรายงานสรุปผล
4.กำหนดแนวทางการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร
เพื่อออกแบบระบบการบริหาร
จัดการความรู้ในองค์กรของกรมส่งเสริมการเกษตร
โดยการนำผลการสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพองค์กรมาเป็นข้อมูลในการออกแบบและวางระบบในการบริหาจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร
พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่
บทบาทของผู้มีส่วนร่วมเทคโนโลยีที่จะใช้กำหนดการวัดผลลัพธ์ที่ต้องการและจัดทำแผน
เป้าหมายของการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเกษตร
ธุวนันท์
พานิชโยทัย ผอ.กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตร
กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร เล่าที่มาของโครงการว่า
ผู้บริหารได้ลงทุนเรื่องนี้โดยให้การสนับสนุน ให้มีการทำทั่วประเทศ
ประกอบไปด้วยเกษตรจังหวัด ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักฯ
อธิบดี
ซึ่งแรกเริ่มเดิมที
จะมีการนำร่อง 6 จังหวัด แต่อธิบดีกรมฯ
เห็นว่าน่าจะทำทั้งในจังหวัดขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
กระทั่งได้มาทั้งหมด 9 จังหวัดนำร่อง
ซึ่งอาจจะมีการจัดการความรู้ที่หลากหลาย
อาจจะมีการขยายผลได้รวดเร็วและเกิดผลดี มีความหลากหลายมากกว่า
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการความรู้ในองค์กรโดยการกำหนดเป้าหมายในการบริหารจัดการความรู้ขององค์กร
และเลือก 9 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดนครพนม อุบลราชธานี นครนายก
สมุทรสงคราม อ่างทอง สตูล นครศรีธรรมราช น่าน กำแพงเพชร
เป็นหน่วยงานเพื่อทดลองรูปแบบในการจัดการความรู้ของกรมฯ
ซึ่งในจังหวัดเหล่านี้จะมีการวิเคราะห์สมรรถนะหลัก ประเมินสมรรถนะหลัก
กำหนดเรื่อง/ประเด็นการทำ KM ในระดับหน่วยงานย่อย
รูปแบบของการจัดการความรู้
กรมส่งเสริมการเกษตรมีการขับเคลื่อนด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กร
เช่น สร้างกลุ่ม/เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แก่
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ/ระหว่างอำเภอ ตลาดนัดความคู้ Best
Practice แลกเปลี่ยนผ่านสื่อฯ เช่น Web Board
และวารสารพัฒนาช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น
จัดทำระบบสารสนเทศ
รวมทั้งจัดหารวบรวมและสร้างองค์กรความรู้ เช่น
จัดหาและรวบรวมความรู้ที่ต้องการใช้พัฒนาฐานข้อมูลองค์ความรู้เพื่อจัดเก็บให้เป็นระบบสะดวกและเข้าถึงง่าย
สังเคราะห์องค์ความรู้ของแต่ละพื้นที่
พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานของคณะทำงานกรมส่งเสริมการเกษตร
เพื่อทราบถึงผลการดำเนินงาน ว่าประสบผลสำเร็จหรือไม่อย่างไร
มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ รวมทั้งปัญหาอุปสรรค
และมีการนำข้อมูลผลการดำเนินงาน
ในปี 2548 มาทบทวนปรับปรุงและวางแผนขยายผลการดำเนินงานในปี 2549
โดยการ
- ออกแบบเครื่องมือในการประเมินผล
- รวบรวมข้อมูล
- วิเคราะห์ข้อมูล
- รายงานสรุปผลการประเมิน
- มอบประกาศเกียรติคุณแก่จังหวัดนำร่อง
- ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อวางแผนการดำเนินงาน และขยายผลในปี
49