เมลามีน" มหันตภัยใกล้ตัว

"เมลามีน" มหันตภัยใกล้ตัว
 คณะวิทย์ จุฬาฯ ชี้โทษ

 
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดแถลงข่าว “เมลามีน... มหันตภัยใกล้ตัว” เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสารเมลามีน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมกำลังหวาดวิตกเกี่ยวกับการปนเปื้อนในอาหารอยู่ในขณะนี้ โดยมี ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาตร์ จุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในคณะวิทยากร กล่าวถึงสารเมลามีนปนเปื้อนที่ตกเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน “เมลามีน เป็นสารอินทรีย์สังเคราะห์ ที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว ประกอบด้วยไนโตรเจนจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลาสติก จานเมลามีน เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เมลามีนบริสุทธิ์จะไม่มีความเป็นพิษ แต่หากคนหรือสัตว์ได้รับเมลามีนไม่บริสุทธิ์ที่ปนเปื้อนกรดไซยานูลิกจะก่อให้เกิดการตกผลึกในไต ทำให้เกิดนิ่วและมีโอกาสเป็นไตวายได้
      
       ทั้งนี้หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของสหภาพยุโรปได้กำหนดค่าปริมาณสารปนเปื้อนสูงสุดที่ร่างกายได้รับต่อวัน โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพที่ 0.50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวต่อวัน จากข่าวที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ซึ่งประสบปัญหาการปลอมปนเมลามีนที่ไม่บริสุทธิ์ลงในนมผง ส่งผลให้เด็กป่วยเป็นโรคไตกว่า 50,000 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 4 ราย ได้สร้างความหวดวิตกต่อประชาชนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศจีน”
      
       ผศ.ดร. ณัฐชนัย ลีพิพัฒน์ไพบูลย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ กล่าวเสริม “การใส่เมลามีนลงในอาหารเป็นการเพิ่มค่าการตรวจพบปริมาณโปรตีน เนื่องจากการวิเคราะห์ประมาณโปรตีนในอาหารจะวิเคราะห์จากประมาณไนโตรเจน ซึ่งจะคำนวณกลับได้ถึงปริมาณโปรตีนในอาหาร ดังนั้นการเติมเมลามีน ซึ่งมีราคาถูกและมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่มากลงในอาหาร เช่น นม อาหารสัตว์ จะทำให้เกิดผลการวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนมีค่าสูงเกินความเป็นจริง"
      
       สำหรับการตื่นตัวถึงพิษภัยของการปลอมปนสารเมลามีนในอาหารของประเทศไทย เริ่มเมื่อปี 2550 โดยสหรัฐอเมริกาได้ตรวจพบสารเมลามีนในไตของสัตว์ ทำให้สัตว์เจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ต่อมาประเทศไทยได้ออกมาตรการตรวจสอบต่างๆ จนกระทั่งอาหารสัตว์มีความปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อนเมลามีนเกือบ 100 %
      
       "เราพบการปลอมปนเมลามีนในนมผงเด็ก ในประเทศจีนมีเด็กป่วยเป็นโรคไตมากผิดปกติเมื่อปลายปีที่แล้ว จึงมีการออกคำเตือนไปยังบริษัทนมผงต่างๆ หลังจากนั้นบริษัทได้ยกเลิกการส่งนมผงออกขาย แต่กลับไม่เรียกสินค้าที่วางขายแล้วคืน ส่งผลให้เด็กป่วยเป็นโรคไตจำนวนมาก ทำให้เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมจากประเทศจีน เช่น ลูกอม ครีมเทียม ที่ส่งขายไปทั่วโลก ในขณะที่ประเทศไทยของเรามีสินค้าของจีนนำเข้ามาเป็นจำนวนมากและเข้าในหลายระบบ เพราะมีราคาถูกก็ได้เริ่มมีการตรวจสอบสินค้าเหล่านี้เช่นกัน หากมีเมลามีนปนเปื้อนมากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมถือว่าผิด” ผศ.ดร. ณัฐชนัย ชี้แจง
      
       ด้าน ผศ.นสพ.ดร.เดชฤทธิ์ นิลอุบล ภาควิชาจุลชีววิทยาลัย คณะสัตวแพทยศาสตร์ กล่าวถึงโทษของเมลามีนที่ถูกพบในร่างกายมนุษย์ “สำหรับอันตรายจากการบริโภคอาหารที่มีเมลามีนนั้น เด็กจะได้รับอันตรายได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กต้องดื่มนมทุกมื้อและทุกวัน ส่วนผลิตภัณฑ์จากนมจะมีปริมาณการปนเปื้อนเมลามีนน้อยมาก เพราะถูกลดสัดส่วนไปกับส่วนผสมอื่นๆ และต้องบริโภคในปริมาณมากๆ จึงจะเกิดผลต่อร่างกาย
      
       หากเป็นเมลามีนที่ปลอมปนในอาหารสัตว์ เมลามีนจะก่อให้เกิดผลที่เฉพาะไตของสัตว์เท่านั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเนื้อสัตว์ ขณะที่จานเมลามีน หากใช้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด เช่น ไม่ใส่ของร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสหรือเข้าไมโครเวฟก็จะไม่มีผลเสียต่อร่างกาย”
      
       ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมให้บริการวิชาการแก่สังคมในการตรวจสอบเมลามีนในอาหาร และสารเคมีต่างๆ


ที่มา : http://www.aksorn.com