จากการเรียนรู้ด้วยตนเองการฝึกปฏิบัติและการศึกษาดูงาน

เทนิคการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังโดยการใช้สารสกัดสมุนไพรชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์

 

 

จากการถอดบทเรียนของคุณอุบล  แสนสะอาด อยู่ บ้านเลขที่ 74 บ้านทรงธรรม ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้เล่าให้ฟังว่าสถานการณ์การปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจและอาชีพหลักในตำบลทรงธรรมที่ปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน ปัจจุบันพบว่ามีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ สภาพปัญหาสำคัญของการผลิตมันสำปะหลัง คือ ต้องอาศัยน้ำฝนและสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ โครงสร้างของดินไม่เหมาะสมเนื่องจากเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีมานาน สำหรับการใช้พันธุ์ไม่เหมาะสมกับสภาพดิน

 

 

                                                                             คุณอุบล     แสนสะอาด

                คุณอุบล แสนสะอาด ยังได้เล่าให้ฟังต่ออีกว่า จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง การฝึกปฏิบัติและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การพัฒนาการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ทำให้ปัจจุบันสามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเป็น 6,000 กิโลกรัมต่อไร่  ได้เรียนรู้ การลดการพึ่งพาสารเคมีโดยการใช้สารชีวภาพ  สมุนไพร และปุ๋ยคอกปรับปรุงบำรุงดินทดแทนการปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง ต้นทุนการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 3,260 บาทต่อไร่ จากประสบการณ์ในการปลูกมันสำปะหลัง โดยมีกระบวนการดังนี้

                ขั้นที่1 .การเตรียมดินดี โดยการไถดิน 2 ครั้ง ไถผาน 3 ไถผาน 7 แล้วกลบ แล้วใส่ปุ๋ย อะมิ 400 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมกับใส่ปุ๋ยคอก(ขี้วัว) จำนวน100 กระสอบต่อไร่

 

 

                ขั้นที่2. การเตรียมการปลูก  ในช่วงที่เหมาะสมคือ ปลูกเดือน พฤษภาคม มิถุนายน  การใช้ระยะปลูก  ควรปลูกระยะห่างระหว่างแถว 90x90  ซม.ต่อ 1ไร่ จะได้ประมาณ 2,000 ต้น สำหรับ  กรณียกร่องระยะห่างระหว่างต้น 25 ซม.   ปลูกลึก 4-5 นิ้ว  และกรณีไม่ยกร่อง ระยะห่างระหว่างต้น 20 ซม. ปลูกลึก 3 นิ้ว

 

                ขั้นที่3.  การเตรียมพันธุ์มันสำปะหลังดี  ได้แก่ พันธุ์ห้วยบง    เขียวปลดหนี้  ระยอง 5 ระยอง 7และ ระยอง 9 ควรทำการ     ตัดท่อนพันธุ์ให้ยาวประมาณ 20 ซม. แต่ก็มี ข้อสังเกตุการใช้พันธุ์ต้องคัดพันธุ์ที่ดีคือ พันธุ์ที่มีลักษณะต้นกลม จะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสม แข็งแรง และพันธุ์ที่มีลักษณะต้นเหลี่ยม เปลือกบางและไม่ทนแล้ง  แต่เราจะต้องทำการเตรียมพันธุ์ดี ต้นสมบูรณ์ ไม่เกิดโรค

 

                ขั้นที่4. การกำจัดวัชพืช หลังจากได้ปลูกมันสำปะหลัง ไปแล้วมีอายุ 20 วัน ได้ทำการฉีดยาคุมวัชพืชชนิดเผาไหม้  โดยทำการกำจัดวัชพืช 2 ครั้ง ได้แก่   (1).ฉีดยาคุมผสมกับน้ำหมักชีวภาพ 40 ลิตรต่อไร่  (2.)ฉีดยาฆ่า 1 ลิตร + ปุ๋ยชีวภาพ 1 ลิตร+น้ำ 200 ลิตร  สำหรับการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จะต้องใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ได้แก่   ฟักทอง แตงไทย กล้วยสุก หอยเชอรี่ หน่อกล้วย ผักบุ้ง หัวมันสำปะหลัง  ผสมกับกากน้ำตาล + พด 2. หมักนาน ประมาณ 21-22 วัน

 

               ขั้นที่5  .การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เหมาะสม ได้ดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังใน ช่วงเก็บเกี่ยวอายุ 10-12 เดือน (ระยะแป้ง) ก.พ.-เม.ย. การทำการยกร่องได้ดำเนินการช่วงต้นมันสำปะหลังมีอายุ 9-10 เดือน (ช่วงเปอร์เซ็นต์แป้ง) ให้เหลือใบ 25-30ใบ  และการสังเกตใบร่วงเกือบหมด ช่วงนั้นจะเป็นระยะสะสมแป้งได้ดี

 

                                                                     เกษตรกรมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดูงาน

               จากประสบการณ์ของคุณอุบล แสนสะอาด พอจะสรุปได้ว่า การใช้พันธุ์เขียวปลดหนี้ มีแป้งเมื่อมีอายุ ประมาณ 7 เดือน และ พันธุ์ระยอง 5 อายุ 7 เดือนยังไม่มีแป้ง  สำหรับพันธุ์ระยอง 9 เป็นพันธุ์ดี น้ำหนักดี  แป้งดี ในกรณีที่ต้นมันสำปะหลังเกิดโรคและแมลงศัตรูพืชระบาด ที่พบเป็นประจำคือ โรคใบหงิก จะไม่ใช้สารเคมีแต่จะทำการ ตัดต้นทิ้ง  พันธุ์ที่เกิดโรคใบหงิก ได้แก่พันธุ์ระยอง 5 พันธุ์ระยอง 7  สำหรับแปลงปลูกมันสำปะหลังของคุณอุบล แสนสะอาด ได้มีเกษตรกรในชุมชนทรงธรรม และชุมชนใกล้เคียงมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงาน อยู่เป็นประจำ

 

แหล่งข้อมูล; (1) คุณอุบล แสนสะอาด  บ้านเลขที่ 74 บ้านทรงธรรม ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร (2) คุณวรรณา แก้ววงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6.ว ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลทรงธรรม