ธปท.วิตกเศรษฐกิจ 52 อ่วมพิษวิกฤติการเงินชัดเจนขึ้น หั่นจีดีพีเหลือ 3.8-5% แนะรัฐเร่งฟื้นเชื่อมั่น กระตุ้นการบริโภค สศค.ไม่ตกขบวน เตรียมปรับลดเป้า ศก.อีกครั้งเดือน พ.ย.นี้ ระบุการเมืองป่วนท่องเที่ยวทรุดแน่
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะขยายตัวชะลอลงจากปีนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤติการเงินสหรัฐมากกว่าปีนี้ โดยเฉพาะการขยายตัวส่งออก ดังนั้น ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในเกิดขึ้นภายในประเทศเพื่อให้เกิดความต้องการอุปโภคบริโภคและส่งออกภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทดแทนการส่งออกสินค้า
นางธาริษากล่าวว่า นโยบายการเงินพร้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก่อนการประชุมจริงวันที่ 3 ธ.ค. เนื่องจากไทยไม่ถูกกระทบจากปัญหาวิกฤติการเงินสหรัฐ และการประชุมครั้งก่อนได้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจและการเงินครบทุกด้านแล้ว
น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า ธปท.ได้ปรับลดอัตราเติบโตของปี 2551 และ 2552 ลงเป็น 4.3-5.0% และ 3.8-5.0% ตามลำดับ จากเดิม 4.8-5.8% และ 4.3-5.8% เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงมีเพิ่มขึ้นทั้งจากภายในและนอกประเทศ ทั้งนี้ มีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงในปี 2552 ผลพวงจากวิกฤติการเงินสหรัฐ นอกจากนั้นยังมีปัญหาความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง อาจกระทบต่อการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ "การเมืองมีผลต่อจีดีพีทั้งปีนี้และปีหน้า ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นเอกชนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งไม่รู้ว่าการบริโภคและการลงทุนจะชะลอไปเท่าไร" น.ส.ดวงมณีระบุ
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวลดลง คาดว่าใกล้เคียง 4.5%
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในเดือน พ.ย.นี้ สศค. จะปรับประมาณการอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจปี 2551 และปี 2552 อีกครั้ง โดยขณะนี้ยังยืนตัวเลขเดิมคือ ปี 2551 ขยายตัวได้ 5.1% ส่วนปี 2552 จะขยายตัว 4-5% "ปีนี้โต 5.1% จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 6% แต่ระดับนี้ถือว่าดีกว่าในกลุ่มอาเซียนแล้ว ส่วนปีหน้าเรามีความมั่นใจสูงว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอลง และจะมีผลกระทบเศรษฐกิจต่อไทยโดยเฉพาะด้านการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่คิดว่าจีดีพีขยายตัว 4-5% ได้ เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจเรายังแข็งแกร่ง ซึ่งก็ต้องขึ้นกับมาตรการของรัฐบาลที่จะออกมา รวมถึงมาตรการที่ออกไปแล้ว และสถานการณ์การเมืองด้วย" นายสมชัยกล่าว
ส่วนผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองที่มีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ แต่จากสถานการณ์ ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดคือด้านการท่องเที่ยว ที่จะไม่สามารถขยายตัวได้ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ไทยโพสต์ เดลินิวส์ มติชน
20 ตุลาคม 2551