ลากพระหรือดูเรือพระ

         ข้าพเจ้าเขียนครั้งแรกบ่นเองแล้วหลังจากให้ความเห็นไปตามบล็อกต่าง ๆ ความคิดเห็นของข้าพเจ้านี้ อาจเป็นความคิดที่เห็นว่าอนุรักษ์นิยมสักหน่อย คือคนโบราณท่านวางไว้ดีแล้วเราอย่าหลงลืมของเก่าไป    คราวนี้เข้าหัวข้อคือเรื่งลากพระเป็นควันหลงนะเพราะวันลากพระผ่านไปแล้วแต่ก็ยังเห็นเรือพระอยู่บ้าง การลากพระในโบราณนั้นเรือพระเขาไม่ใส่ล้อไม่มีล้อ เรียกว่าแม่เรือ มีหัวพญานาค มียอดพนม พร้อมด้วยราชวัตรฉัตรธง ประดับเป็นพุทธบูชา มีกลองและฆ้องประโคมให้สัญญาณ การที่เรือพระไม่มีล้อและหนักมากเชือกลากพระจึงยาวมาก คนลากจึงมีจำนวนมากต้องการคนลากมาก ปัจจุบันเรือพระแบบนี้ที่เห็นปีนี้คือที่วัดธรรมโฆษณ์ วัดไทรทอง(บ้านพร้าว) การลากพระโบราณถือว่าได้บุญหายเจ็บไข้ ทุกคนจึงอยากลากพระมากไม่ว่าเด็กเล็กวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่จึงชอบการลากพระมาก
      ปัจจุบันเรือพระมีการพัฒนาขึ้นเพราะมีถนนลาดยางการลากแบบไม่มีล้อทำให้ถนนเสียได้จึงทำล้อขึ้น เรือพระจึงมีล้อเป็นรถเรือพระการลากจึงสะดวกขึ้น ลากง่ายขึ้น พอสักพักก็มีการพัฒนาเป็นนำยอดพนมพระใส่รถแล้วใช้คนลาก แล้วพัฒนามาเป็นขับไปเรี่ยไรเงินตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งไปได้ไกลขึ้น
  เมื่อการลากพระเป็นที่นิยมชมชอบกันมากแน่นอนการจัดงานจึงเกิดขึ้นมีการประกวดประชันความสวยงามขึ้นสมันแรกก็มีการลากมาดูความสวยงามแล้วจึงมีการประกวดขบวนแห่บ้าง ผู้คนจึงมารวมกันที่จัดงานใหญ่ ๆ ในสงขลาก็ที่แหลม วันลากพระนั้นรถในเมืองสงขลาเต็มไปหมดเห็นได้ว่าคนมาจากที่อื่นมาก ถามว่ามาทำไม มาดูเรือพระ ข้าพเจ้าก็มาดูด้วนะแต่ไม่มีสิทธิ์ลากเรือพระสวย ๆ จะลากพระเอาบุญก็ไม่ได้ เรือพระเมื่อก่อนต้องการคนลากมาก ๆ แต่ปัจจุบันคนลากต้องแต่ตัวเหมือนกันหมดถ้าแต่งตัวไม่สวยหรือให้ใครก็ได้ลาก จะเสียคะแนน คนที่ลากเรือพระสวย ๆ ที่ติดรางวัลก็คือคนที่เป็นประธานเท่านั้น คนที่มางานลากพระจึงมาดูเรือพระเท่านั้น งานลากพระจึงเป็นงานดูเรือพระเท่านั้น คนที่มางานไม่ได้ลากพระมาดูเรือพระเท่านั้น เรื่องนี้น่าคิดนะครับเป็นจุดเล็ก ๆ ที่โตขึ้นซึ่งทำให้วัฒนธรรมโบราณ ในเรื่องการลากพระสูญเสียไปทีละน้อย การลากพระจึงเป็นการดูเรือพระแทน ความสำคัยในการ "ลากพระ" จึงหมดไปทีละน้อย แล้วจะเปลี่ยนไปเป็นการ "ดูเรือพระ" แทน