ค่ำวันศุกร์ เดือนมิถุนายน 2551 (จำวันที่ไม่ได้ค่ะ ต้นเดือนนี่แหละ)
"1681 แท็กซี่ Call Center สวัสดีค่ะ" และต่อบทสนทนาในการให้ข้อมูลต่างๆ "................." หญิงสาวโทรเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เมื่อแท็กซี่มารับที่ทำงาน เพื่อเดินทางกลับบ้านนั้น ในระหว่างทาง แท็กซี่ได้เข้าช่องทางผิดและพาหญิงาสาวผู้นี้ออกนอกเส้นทาง(อันที่จริงแล้วผู้ขับจงใจค่ะ) แต่กระนั้นตามกฏจราจรเมื่อถึง 4 แยก รถติดไฟแดง ทันใดได้มี อัศวินม้าขาว 2 คน ที่ไม่รู้มาจากไหน จอดจักรยานยนแล้วตรงปรี่ เข้ามาเปิดประตูรถและ กระชากชายผู้ขับรถ ออกไปเตะต่อยด้วยความเมามัน แต่พอ อัศวินม้าขาว คนหนึ่งหันมามองในรถก็ได้เห็นหญิงสาวคนหนึงนั่งมองตาปริบ ๆ ด้วยความตกใจ เขาจึงพูดกับหญิงสาวผู้นี้ด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า "ไม่มีอะไรครับ ผมมาตามรถผมคืน เชิญลงไปได้เลยครับ" และหญิงสาวก็ตั้งสติหิ้วข้าวของและลงจากรถ มายืนตั้งสติ ท่ามกลางถนนที่มีรถติดมากมายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ .........เรื่องราวก็จบลงโดยสรุปคือหญิงสาวปลอดภัย และ อัศวินม้าขาวที่มาช่วยโดยความบังเอิญนั้น คือพนักงานของอู่แท็กซี่ที่มาตามเอารถคืนเพราะคนขับไม่ยอมเอารถไปคืนอู่ (เดาเอานะ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น) และทั้งหมดนี้จบลงภายในคืนนั้นโดยไม่มีการแจ้งความ ถือซะว่าปลอดภัยแล้ว อย่าให้เรื่องยาว .......................แต่ทุกคนที่รู้เรื่องจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำไมไม่แจ้งความ"
ต่อมา อีกระยะ ในเดือนเดียวกัน (24 มิถุนายน 2551)
เย็นวันที่ 24 มิถุนายน 2551 ราวๆ 18.00 น.
หลังเลิกงาน วัยรุ่นชายและหญิง 2 คน ขับรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า คลิก ทะเบียน "รมต 505 กทม" ไปจอดหน้าตลาดนัดแห่งหนึ่งย่านโชคชัย 4 (แถวตำหนักเจ้าแม่กวนอิม) หลังจากจอกรถเสร็จทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน นั่นก็คือการเดินทัวร์ตลาดเพื่อซื้อข้าวปลาอาหาร แต่เนื่องจากวันนี้ รีบนิเหน่อยมีภารกิจต้องทำต่อ จึงเดิน เพียงแค่ ประเดี๋ยวเดียว 5 - 10 นาทีเห็นจะได้ (ไม่เกินนี้จริงๆนะ) พอกลับออกมา ..... อ้าว !!!! รถหายไปไหน คนเป็นร้อย แม่ค้าเป็นร้อย ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ลมแทบจับ รถยังผ่อนไม่หมดด้วยซ้ำ.... แจ้งความ สน.โคชัย 4 ก็ได้แจ่แจ้งความนั่นแหละค่ะ ....สรุปแล้ว ปัจจุบัน รถคันนั้นก็หายไปไม่ได้คืนเลยจ้า.....
มีต่อค่ะ
ในช่วหลายอาทิตย์ในเดือน มิย. - ก.ค. 51 นี้ คิตตี้ แองเจิ้ล ไม่เคยได้อยู่ห้องสักเท่าไหร่ ไปนอนห้องพี่สาวมั่งไปประชุมต่างจังหวัดมั่ง ไปโน่น นี่ มั่ง สรุปคือไม่ค่อยได้อยู่ห้อง ......
วันหนึ่งปลายเดือน กค 51 สาวน้อยคิดตี้กระเป๋าแบน จึงได้วางแผนในใจขณะที่นั่งทำงานอยู่ออฟฟิตว่า จะทุบเจ้า "เด็กน้อย" กระปุกออมสินอันใหญ่มหึมาของเขา ที่เก็บออมมานานแรมหลายปี พอตกเย็น สาวน้อยเตรียมหา ไม้หน้าสาม มาทุกกระปุก เมื่อหาเจอ ก็หันไปหา "เด็กน้อย" แต่เจ้ากรรม....!!!! เอาล่ะว๋า....."เด็กน้อย" หายไปไหน?????? หาแล้วหาอีก หาจนหมดปัญญา ...... ในที่สุดมาดูประตู หน้าต่าง ว่ามีรอยงัดแงะหรือไม่ ก็ไม่มี ...... แต่เจ้ากรรม โจรก็ยังทิ้งรอย อยู่สักหน่อยนึงนะ ..บานเกร็ด ค่ะ มีรอยตรงเหล็ก เหมือนโดนถอดทีละบาน จนเข้าไปในห้องได้ ... สรุปแล้วเงินที่อดออมก็หายไป หายไปไหน ยังไม่รู้ถึงทุกวันนี้เลยค่ะ แจ้งเจ้าของหอพักแล้วแต่ก็จะมีผลอะไร ในเมื่อเงินมันถูกใช้ไป และที่สำคัญ ไม่ได้เซ้นต์ชื่อไว้นี่นา เงินใครก็เหมือนกันทั้งนั้น.................สรุป ก็ อด ค่ะ
เหตุการณ์ที่กล่าวมานี้ คิตตี้แองเจิ้ล เอง ก็เศร้าอยู่ไม่น้อย ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือน เกิดเหตุการณ์ ที่ไม่พึงประสงค์กับชีวิต นี้เยอะแยะมากมาย ทำให้มานั่งปลง และ คิดได้ว่าอย่างน้อยก็น่าจะไปทำบุญ (ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ทำแล้วค่ะ) ตักบาตร หรืออะไรสักอย่าง เพื่อที่จะทำให้ชีวิตสงบบ้าง จึงตัดสินใจที่จะนั่งสมาธิ กับพี่ที่ทำงาน ณ วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันเสาร์ อาทิตย์11 - 12 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ความซวยยังไม่หมดแค่นี้น่ะสิคะ เย็นวันศุกร์จัดกระเป๋าด้วยความปราบปรื้มที่จะได้ไปทำบุญ พอรุ่งเช้าวันเสาร์เท่านั้นแหละค่ะ "ปวดฟัน" ค่ะพี่น้อง ปวดมากกกกกก โทรศัพท์ไป Cancle พี่ๆ เป็นอันว่าไม่ได้ไปไหน เห็นไหมคะว่า 25 (เบญจเพศ) นี่ซวย เหมือนที่ได้ยินคนพูดมาจริงๆ
แต่ยังไม่หมดความพยายามที่จะไปทำกิจกรรมนะคะ วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2551 นี้จะเดินทางไป ที่เชียงราย เพื่อสอนหนังสือเด็กดอยค่ะ (ครูดอย) อันนี้เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กเลย อย่างน้อยก็เป็นอาสาสมัคร ทำประโยชน์ให้สังคม เช่นเดียวกันค่ะ เดี่ยวถ้าไปมาแล้วจะเล่าให้ฟังกันว่าเป็นไงมั่ง ฉบับนี้ยืดเยื้อแล้ว แค่นี้ละกันค่ะ บ๊ายบาย
เศร้าใจ
มีใครรู้บ้างคะว่าทำไมถึงต้องซวยตอนเบญจเพศ หรือว่าเป็นแค่ความเชื่อ