ต่อไปจะพูดเรื่องเรือพระก่อน ปัจจุบันขอแบ่งเรือพระไว้ตามความเห็นนะครับ คือ

1. เรือพระแบบโบราณคือไม่มีล้อ ส่วนใหญ่ลากในท้องถิ่นพื้นที่วัดนั้น และเรือพระที่ลากทางน้ำ (หายาก)

2. เรือพระที่ใส่ล้อแล้วลากในท้องถิ่นนั้น ๆ

3. เรือพระที่เข้าประกวดนิยมปัจจุบัน ทำด้วยโฟมใหญ่โตสวยงาม ประเภทนี้จะหวังรางวัล

4. เรือพระที่เข้าประกวดอนุรักษ์ดั้งเดิม ทำด้วยไม้ หยวก วัสดุธรรมชาติ จะเข้าประกวดหวังรางวัล

5. เรือพระที่ทำขึ้นบนรถกะบะ มีเครื่องประกอบครบคือหัวเรือพระ ยอดพนมพระ ฉัตรธง

6. เรือพระที่นำพระมาตั้งบนรถกางสัปทนแล้วขับไปเรี่ยไร

   การแบ่งประเภทอย่างนี้ข้าพเจ้ามิได้แบ่งเป็นวิชาการแต่แบ่งตามที่เห็นมา  นะครับ เรือพระสองประเภทแรกนั้นน่าอนุโมทนาที่ได้ทำเพื่อรักษาประเพณีได้อย่างดีมากทำเพื่อให้คนลาก แล้วแขวนต้ม การเรี่ยไรหวังเงินมีน้อย

   เรือพระประเภทที่ 3 และ 4 นั้นหวังเพื่อได้รางวัลจากการประกวดที่แหลมสมิหลา แต่ก็น่าชื่นชมในความอุตสาหะของช่างที่จะประดิษฐ์ให้สวยงาม

   เรือพระประเภทที่ 5 ก็ยังดีครับที่ยังมีการทำครบคือมีหัวเรือพระเป็นพญานาคอยู่บ้างยังไม่ทิ้งของเก่ารักษาไว้

   เรือพระประเภทที่ 6 นี้น่าคิดนะครับคือมีพระพุทธรูปหรือรูปพระสงฆ์ที่ดัง ๆ ตั้บนรถกางสัปทนหรือศาลาแล้วขับเร่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ หรือที่จัดงานลากพระ เพื่อเรี่ยไรเงิน ข้าพเจ้าเดินที่งานลากพระแล้วบางวัดทำสองคันอยู่กลางงานคันหนึ่ง ท้ายงานคันหนึ่งจอดเรี่ยไรสร้างโรงธรรมที่วัดใน จ. นครศรีธรรมราช หลายวัดที่เข้ามาเรี่ยไรแบบนี้ในงานลากพระที่สงขลา อยู่ต่างจังหวัดเขียนชื่อวัดบ้างสำนักสงฆ์บ้าง จากนครศรีฯ พัทลุง นี้มาก แต่น่าสังเกตนะครับ มาจากต่างจังหวัดแต่ถึงงานลากพระที่สงขลาตั้งแต่ เจ็ดโมงแล้ว พระที่มาด้วยจะออกจากวัดก่อนอรุณได้หรือ ถ้าออกก่อนอรุณจะผิดพระวินัยไม่ได้พรรษา เรื่องนี้น่าคิดนะครับ ข้าพเจ้าจึงไม่ค่อยศรัทธาเรือพระประเภทนี้ ซึ่งแน่นอนที่มาเขาหวัง "เงิน" ที่คนมางานลากพระจะใส่บาตรทำบุญเท่านั้น และเห็นว่าเราพุทธบริษัทควรจะปรับปรุงแก้ไข การเรี่ยไรแบบเรือพระประเภทที่ 6 (ตามความเห็นของข้าพเจ้า) อย่าให้มีเลยนะครับงานลากพระจึงจะมีความสวยงามเรือพระที่มาก็ทำถูกต้องตามประเพณี ทำเพื่อ"บุญ"มีใช่ทำเพื่อ "เบี้ย" นะครับ