การที่คนเราจะบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้นั้น จะต้องสร้างความสมดุลในจิตใจของตนให้ได้เสียก่อน

เมื่อเวลาประมาณ 13.45 น.วันนี้ผมได้รับเชิญจากหน่วยOD ให้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับบุคลากรใหม่ของพวกเราชาววลัยลักษณ์ทั้งสายวิชาการและสายปฏิบัติการฯ ประมาณ 30 คน โดยมีพวกเราชาววลัยลักษณ์ทั้งสายวิชาการและสายปฏิบัติการฯที่ทำงานด้วยความภูมิใจในวลัยลักษณ์ที่อยู่กับวลัยลักษณ์มานานหลายปี จนบางคนนับปีไม่ค่อยถูกเหมือนกันจริงไหมครับ มาร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยอีกประมาณ 25 คน โดยวัตถุประสงค์ของการเปิดเวทีก็เพื่อสร้างค่านิยมร่วมกันในการทำงานเพื่อวลัยลักษณ์อันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน ซึ่งขอชื่นชมในกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ และขอให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานทุก ๆ คน ที่เสียสละเวลาในการให้ความร่วมมือและเข้ากิจกรรมอย่างมากพอสมควรทีเดียวนะครับ ในส่วนผมเองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเราในวันนี้ว่า การที่คนเราจะบรรลุเป้าหมายในชีวิต จะต้องสร้างความสมดุลในจิตใจของตนเองให้ได้เสียก่อน เพราะโดยปกติแล้วจิตใจคนเราทุกคนจะมี 2 ด้านคือ ด้านที่ใฝ่ดี คือ จิตใจที่มีความคิดในลักษณะของความทุ่มเท ขยัน มานะ บากบั่นในการทำงานเพื่อให้งานที่ทำมีคุณภาพ มีคุณค่า เป็นที่ยอมรับของสังคมและคนทั่วไปเพื่อให้ได้รับการยกย่อง และนำไปสู่เป้าหมายในชีวิตทั้งในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน ฐานะ ความมั่นคง และการได้รับการยกย่องจากสังคม  ในขณะเดียวกันทุกคนก็จะมีจิตใจในอีกด้านหนึ่งที่ใฝ่ในทางร้าย ด้วยเช่นกันเสมอ ลักษณะของจิตใจที่ใฝ่ในทางร้ายนี้จะมีลักษณะของความหลง เช่น การหลงในวัตถุ การหลงในหน้าตา การหลงในยศ ตำแหน่ง ซึ่งความหลงในสิ่งเหล่านี้หากมีเกินความพอดี ก็จะเป็นตัวบั่นทอนจิตใจที่ใฝ่ทางดีในลดน้อยถอยลง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้น คน ๆ คนนั้นก็จะทำงานหรือทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้ความหลงเหล่านี้มา แต่จะไม่ได้มุ่งทำงานเพื่อให้งานที่มีทำมีคุณภาพหรือคุณค่า ดังนั้นคนที่ประสบความสำเร็จและไปถึงเป้าหมายในชีวิตจึงต้องมีความสามารถในการบริหารจิตใจตัวเองให้เกิดความสมดุลระหว่างจิตใฝ่ทั้ง 2 ด้าน ด้วยเหตุนี้การที่วลัยลักษณ์ของพวกเราจะบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ก็จะเกิดจากระดับการสร้างความสมดุลที่เกิดขึ้นในหมู่พวกเราชาววลัยลักษณ์ทุกคนนั่นเอง