โรคอ้วนลงพุง

ปัจจุบันคนเรามีปัญหาสุขภาพร้อยแปดพันเก้า เรียกว่าโรคโน้นหายไปโรคนี้มาแทนที่ บางโรคมีการวิวัฒนาการ(เรียกซะสวยหรู) ให้มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ สี่ซี่ คนที่ซนชอบแอบเข้าไปหาเรื่องสุขภาวะมาอ่านและเก็บเอามาเล่ายามอารมณ์ดีนั้นกลับมาแล้ว 

หลังจากเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ซะหลายวัน รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่ทำให้สี่ซี่ทรัพย์จางลงได้

แอบเข้าไปใน www.siamhealth.net มาอีกแล้วคะ

วันนี้มีเรื่องมานำเสนอคะ อ่านไปเริ่มจินตนาการตามไปด้วย ได้แต่ร้องว้ายๆ ไปเรื่อย อ่านจบแทบจะลุกขึ้นไปหาสายวัดมาเลยคะ ลองดูนะคะว่าอ่านเรื่องนี้จบแล้วมีใครวิ่งไปหาสายวัดอย่างสี่ซี่บ้าง

Metabolic syndrome หรือที่เรียกกันว่า โรคอ้วนลงพุง

เคยคิดว่าถ้าอ้วนต้องเห็นทั้งตัวแต่ปัจจุบันอ้วนที่พุงก็เป็นโรคได้

ตามมาตรฐานของค่ารอบเอวของคนไทยนั้น ต้องไม่เกิน90 ซม สำหรับผู้ชาย และถ้าเป็นผู้หญิงต้องไม่เกิน 80 ซม (รีบหาสายวัดมาวัดเลยนะคะ ว่าคุณๆทั้งหลายตอนนี้รอบเอวเท่าไหร่เอ่ย)

แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไป

โรคอ้วนลงพุงต้องมาพร้อมกับภาวะเหล่านี้คะ

1.มีความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท  (อ่านแล้วอย่าเพิ่งรีบวิ่งไปวัดความดันนะคะ ไม่อย่างนั้นความดันพุ่งปรี๊ด แล้วจะบอกว่าที่สี่ซี่ไม่บอกไม่ได้นะคะ)  หรือเป็นผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและต้องรับประทานยาเป็นประจำ

2.ค่า Triglyceride มากว่า 150 mg% หรือเป็นผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและต้องทานยาเป็นประจำ

3.ค่า HDL มากว่า40(ผู้ชาย)และ50(ผู้หญิง) mg% หรือเป็นผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและต้องทานยาเป็นประจำ

4.ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100  mg% หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ตามอ่านต่อแล้วกันนะคะ

คนที่เป็นโรคอ้วนลงพุงจะต้องมีรอบเอวมากกว่า 80-90 ซม ร่วมกับอาการข้างต้น 2 ข้อ  

แต่ถ้ามี ร่วมกับอาการ 3ข้อ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

และถ้ามี ร่วมกับอาการทั้ง 4 ข้อ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มเป็น 3 เท่า และมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานเพิ่มเป็น 24 เท่า(สำหรับคนที่ยังไม่เป็นโรคเบาหวาน แต่มีระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 100 mg%)

แค่เห็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆก็คิดว่าคงต้องลดน้ำหนักด่วน

สาเหตุของโรคจริงๆยังไม่ระบุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่คาดว่าน่าจะมาจาก กรรมพันธุ์  อาหาร และพฤติกรรมการดำรงชีวิตของคนเรา

เมื่อกี้สี่ซี่ลืมเล่าว่าวิธีวัดรอบเอวนั้นจะต้อง

 วัดด้วยสายวัด(ไม้บรรทัดคงช่วยอะไรไม่ได้)

ให้วัดรอบเอวเหนือสะโพก

วัดให้สายขนานกับพื้น(ห้ามเอียง)

อย่าให้สายรัดแน่นเกินไป(เดี๋ยวได้ค่าคลาดเคลื่อน)

และอันสุดท้าย ให้วัดตอนหายใจออกเต็มที่นะคะ (ห้ามแอบแขม่วพุงเด็ดขาด)

เรามารู้ต่ออีกสักนิดนะคะว่าโรคนี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายอย่างไรกันบ้าง

1.ไขมันTriglyceride ที่สูงเป็นปัจจัยทำให้หลอดเลือดตีบ

2.เมื่อหลอดเลือดแดงตีบ เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ยากขึ้น ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ง่าย

3.เลือดจะแข็งตัวได้ง่าย ทำให้มีการไปอุดตามหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือไปเลี้ยงสมอง เลือดจึงไปเลี้ยงสมองและหัวใจยากขึ้น

4.ไตจะขับเกลือออกมาได้น้อยลง ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมา

5.เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสูง

เมื่อไปพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง แพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมมา

แต่สำหรับสี่ซี่ขอแนะนำแค่วิธีการปฏิบัติตนที่เหมาะสม

1.ออกกำลังกาย สัก 30 นาที สัปดาห์ละอย่างน้อย 5 วัน

2.รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงให้น้อยลง เน้นผักผลไม้และธัญพืช และอย่าลืมลดอาหารพวกเนื้อสัตว์ลงด้วยนะคะ

3.ลดน้ำหนัก(แต่อย่าใช้ยาลดน้ำหนักเด็ดขาดนะคะ)

4.ลดสุรา(ช่วยรักษาศีลข้อ 5 นะคะ)

5.ถ้าต้องรับประทานยาให้รับประทานให้ถูกต้องตามที่ฉลากบอกไว้ และควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาด้วยนะคะ

6.งดการสูบบุหรี่

แค่นี้ละคะสำหรับการปฏิบัติตน

คนที่เป็นโรคอ้วนลงพุงหรือคนที่กำลังสงสัยว่าตนเองเป็นโรคนี้อยู่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

หากสนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/endocrine/metabolic/index.htm

 

ส่วนคนที่ไม่เป็นหรือดูแล้วห่างไกลความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ สี่ซี่ก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณไม่ต้องวิ่งไปหาสายวัดมาวัดรอบเอวอย่างสี่ซี่

แต่อยากให้ดูแลสุขภาพกันไว้นะคะ

ด้วยความปรารถนาดี