นายสุขแก้ว สมวันดี:
นิยายเรื่องยาวของคนแม่อายดั้งเดิมที่ถูกบันทึกเป็นต่างด้าวมากว่า 60 ปี
เขียนโดย บงกช นภาอัมพร
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2551
นายสุขแก้ว สมวันดี เป็นใคร?
นางบุญ พงษ์มา หนึ่งในเจ้าหน้าที่คลินิกกฎหมายชาวบ้านแม่อาย หรือ พี่บุญ ที่เราต่างรู้จักกันดี ได้พยายามเล่าให้ฟังถึงประวัติของนายสุขแก้ว สมวันดี ให้ข้าพเจ้าฟังอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งข้อมูลที่พรั่งพรูออกมาอย่างชัดเจนและแม่นยำ
คุยกันอยู่นาน..ข้าพเจ้าก็พอจะเข้าใจได้ว่า เมื่อลองไปนับญาติกันดูแล้ว นายสุขแก้ว นั่น อยู่ในระดับชั้นของ “แม่ของพี่บุญ” นั่นเอง
อาจจะดูงงๆ เล็กน้อย เนื่องจากตระกูลนี้เขาญาติเยอะจริงๆ งั้น..เรามาลองจินตนาการกันดูใหม่ ตั้งแต่ต้นตระกูลของญาติฝ่ายแม่ของพี่บุญกันดูดีกว่า
ต้นตระกูลนี้เริ่มจากคนดั้งเดิมที่สุดที่พอสามารถจะสืบความเป็นมาได้ ก็คือ ตาทวด ที่ชื่อ นายน้อยสุภา สมวันดี และ ยายทวด ที่ชื่อ นางทา สมวันดี ทั้งสองคนเป็นคนเมืองพร้าว (หรือ อ.พร้าว ในปัจจุบัน) จ.เชียงใหม่ คือ เกิดที่เมืองพร้าว แต่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ (กล่าวกันว่าสมัยนั้น อ.แม่อาย ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ) และที่ แม่งอน นี้เองที่ตาทวดน้อยและยายทวดทา มีพยานรักด้วยกันถึง 6 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น มีคนสำคัญที่จะกล่าวถึงต่อไปก็คือ นางดี สมวันดี ผู้มีศักดิ์เป็นแม่ทวดของตระกูลพี่บุญอีกทีหนึ่ง
แม่ทวดดี มีลูกอีก 12 คน มี 2 คนสำคัญที่ข้าพเจ้าจำจะต้องกล่าวถึงเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ฉันเครือญาติระหว่าง นางบุญ พงษ์มา กับ นายสุขแก้ว สมวันดี ซึ่งก็คือ “นางสา สมวันดี” เป็นบุตรคนแรกของแม่ทวดดี มีศักดิ์เป็นแม่ของ นางคำ อินหลู่ (สมวันดี)[1] ซึ่งเป็นแม่ของ นางบุญ พงษ์มา ส่วนอีกคน ก็คือ “นายคำ หรือ นายโม่คำ สมวันดี”ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 5 ของแม่ทวดดี และก็เป็นพ่อของ นายสุขแก้ว สมวันดี
นั่นก็ย่อมหมายความว่า.. นายสุขแก้ว สมวันดี มีศักดิ์เป็น “น้า” ของพี่บุญ นั่นเอง
ปัญหาของ นายสุขแก้ว สมวันดี คือ อะไร??
พอข้าพเจ้าซักไซร้ไล่เรียงประวัติของนายสุขแก้วไปมา ก็เกิดความฉงนว่า..แล้วอะไรที่เป็นปัญหาของนายสุขแก้วกันแน่??
ในเมื่อ นายน้อยสุภา และ นางทา ซึ่งเป็นพ่อทวดและแม่ทวดของนายสุขแก้ว เกิดที่เมืองไทย นางดี ผู้เป็นย่า ก็เกิดที่เมืองไทย แล้วก็ได้รับการจัดทำบัตรประชาชนไทยตั้งแต่ ปี พ.ศ.2507 นายคำ หรือ นายโม่คำ ผู้เป็นพ่อ ก็เกิดที่เมืองไทย แล้วก็มีบัตรประชาชนไทย อีกด้วย แล้วอะไรที่ทำให้ นายสุขแก้ว ต้องตกเป็นคนไร้สัญชาติ ทั้งๆ ที่ต้นตระกูลเป็นคนไทยดั้งเดิมเช่นนี้
นายสุขแก้ว สมวันดี เกิดเมื่อ ปี พ.ศ.2492 ที่บ้านท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ในช่วงที่นายสุขแก้วเกิดนั้น ทั้งนายคำ หรือ นายโม่คำ และ นางดี ยังไม่ได้รับการจัดทำบัตรประชาชนไทย แต่เมื่อปี พ.ศ.2507 นางดี ได้รับการจัดทำบัตรประชาชน ออกโดย อ.ฝาง[2] ซึ่งช่วงการจัดทำบัตรในปีนั้น ครอบครัวของ นายคำ หรือ นายโม่คำ ยังคงอยู่ที่สบยอน[3] ไม่ได้เดินทางลงมาเพื่อทำบัตรประชาชนอย่างเช่นครอบครัวอื่นๆ
ต่อมาในปี พ.ศ.2513 เป็นปีที่ราชการเปิดจัดทำบัตรประชาชนไทยอีกครั้ง ช่วงนั้นถือว่าเป็นเคราะห์ดีของ นายคำ หรือ นาย โม่คำ เพียงคนเดียว ที่ได้เดินทางลงมาเยี่ยมนางดีผู้เป็นแม่ จึงได้มีโอกาสได้รับบัตรประชาชนไทย ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ นายสุขแก้ว สมวันดี ไม่ได้รับบัตรประชาชนไทยอย่างคนอื่นเขา หรืออาจจะเรียกได้ว่า นายสุขแก้วต้องตกเป็นคนไร้รัฐ หรือ เป็นคนไทยที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรไทย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น.. ความซับซ้อนของปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เมื่อบัตรประชาชนไทยของ นายคำ หรือ นายโม่คำ หมดอายุ หลังจากนั้นไม่นาน ประมาณกลางปี พ.ศ.2520 ก็มีการเปิดสำรวจคนที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และออกบัตร “ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า” หรือ “บัตรสีชมพู” ที่ชาวบ้านเขาเรียกกันจนติดปาก ให้ นายคำ หรือ นายโม่คำ พร้อมทั้งลูกชาย คือ นายสุขแก้ว ก็ไปรับบัตรนี้มาเช่นกัน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และในเอกสาราชการฉบับนี้เองที่ระบุว่า นายคำ หรือ นายโม่คำ สมวันดี กับ นายสุขแก้ว สมวันดี เกิดที่ อ.เมืองยอน จ.เชียงตุง ประเทศพม่า
ชีวิตดั่งนิยายของนายสุขแก้ว ดำเนินไปต่อจนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2542 โอกาสได้มาถึงอีกครั้ง เมื่อมีการจัดทำบัตรประชาชนไทยให้แก่คนดั้งเดิมที่ยังตกหล่นจากทะเบียนราษฎรในพื้นที่แม่อาย หากแต่ว่าในปีนั้น นายสุขแก้วต้องโทษจำคุก อยู่ที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่..!!
ใครกันจะเชื่อว่า..ยังมีคนอีกคนหนึ่งที่ประสบเคราะห์กรรมได้มากขนาดนี้มาตลอดทั้งชีวิต จนกระทั่งปัจจุบัน ลุงสุขแก้ว มีอายุร่วม 60 ปี แล้ว ลุงสุขแก้วยังต้องถือบัตรสีชมพูที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตีตราว่า ลุงเป็นคนพม่า ทั้งที่ลุงเป็นลูกของคนไทยแท้ๆ ที่มีคนทั้งหมู่บ้านยินดีมาเป็นที่พยานยันยันในข้อเท็จจริงว่า ลุงเกิดที่ท่าตอน และ ลุงเป็นลูกของคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ท่าตอน
แต่ทำไมอำเภอถึงไม่เชื่อล่ะ?? แล้วลุงสุขแก้วต้องทำอย่างไรต่อไป??
การให้ความช่วยเหลือนายสุขแก้ว สมวันดี โดยคลินิกกฎหมายชาวบ้านแม่อาย
คลินิกกฎหมายชาวบ้านแม่อาย เดิมทีตั้งขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ชาวบ้านแม่อาย 1,243 คน ที่ถูกถอนชื่ออกจากทะเบียนราษฎร ทร.14 พร้อมทั้งลูกที่เกิดระหว่างที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา แต่เมื่อวันหนึ่ง มีคนๆ หนึ่ง ดังเช่น นายสุขแก้ว ที่ถือได้ว่าเป็นคนดั้งเดิมของพื้นที่แม่อาย แต่ถูกบันทึกเป็นต่างด้าวทั้งที่เป็นคนไทย เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคลินิกฯ ก็เป็นไปได้ยากที่เจ้าหน้าที่คลินิกฯ อย่าง พี่บุญ พี่ใสแดง และ พี่สุ จะนิ่งเฉยได้
“ต่อให้นายสุขแก้วจะไม่ใช่ญาติ แต่ถ้าเรารู้ว่าแกเป็นคนดั้งเดิมของแม่อาย เราก็ต้องช่วย เพราะเรารู้ดีว่าแกเป็นคนไทยอย่างเช่นเราๆ นี่แหละ จะปล่อยให้คนอื่นคิดว่าแกเป็นพม่าได้อย่างไร ขนาดฝรั่งอยากจะแต่งงานกับคนถือบัตรสีที่อยู่ที่นี่ เรายังช่วยมาแล้ว แล้วนี่คนไทยแท้ๆ เราปล่อยไม่ได้หรอก”คำกล่าวของเจ้าหน้าที่คลินิกฯ ท่านหนึ่งที่สรุปได้จากการสอบถามเรื่องราวความเป็นมาของนายสุขแก้ว
คนที่ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ทร.14 แม้จะไม่ได้ถูกถอนสัญชาติไทย ก็ไม่สามารถใช้สิทธิในสัญชาติไทยได้ เพราะสิทธิในสัญชาติไทยนั่นผูกติดกับการมีชื่อในทะเบียนราษฎร ทร.14 ส่วนคนที่เป็นคนไทยแต่กลับถูกบันทึกให้เป็นต่างด้าว ก็ย่อมไม่สามารถใช้สิทธิในสัญชาติไทยที่ตนมีได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นผลรับที่ได้ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก ยิ่งความทุกข์ที่ได้รับยิ่งไม่หนีกัน
ยิ่งไปกว่านั้น สุขภาพของลุงสุขแก้วก็ไม่สู้ดีนัก ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งเจ็บออดๆ แอดๆ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้น มาจากอุบัติเหตุสมัยที่แกยังเป็นหนุ่ม ที่ทำให้ลุงทั้งตาบอดและหูหนวก อย่างที่เป็นในปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่คลินิกฯ ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือ มีทั้งการหาพยานบุคคลที่จะมายืนยันให้ได้ว่า นายสุขแก้ว สมวันดี นั้น เป็นลูกชายคนเดียวของ นายคำ หรือ นายโม่คำ คนสัญชาติไทย ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว มีการทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อยืนยันว่า นายคำ หรือ นายโม่คำ (ชื่อที่ระบุตามบัตรประชาชน) นั่นเป็นคนคนเดียวกัน และเพื่อยืนยันอีกว่า นายสุขแก้ว สมวันดี เป็นลูกของ นายคำ หรือ นายโม่คำ สมวันดี จริงๆ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเอกสารที่จะยืนยันความเป็นคนสัญชาติไทยของญาติทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ของ นายสุขแก้ว อีกมากมาย
แต่สุดท้าย ทางอำเภอแม่อายก็ได้ปฏิเสธ โดยแจ้งมาทางเจ้าหน้าที่คลินิกฯ เพียงแค่ว่า จะหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือวิธีใหม่ให้นายสุขแก้ว โดยมิได้อธิบายเหตุผลของการไม่อนุมัติคำขอเพิ่มชื่อตาม “ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำสำนักทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535” แต่อย่างใด..!?!
60 ปีแล้วที่ลุงสุขแก้ว ถูกตีตราว่าเป็น “พม่า”
60 ปีแล้วที่ลุงสุขแก้ว ไม่เคยได้มีโอกาสได้ใช้สิทธิในสัญชาติไทยที่ลุงมีอยู่ในสายเลือด
แล้วนับจากวันนี้..ลุงสุขแก้วยังจะต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่กัน??
[1] นางคำ สมรสกับ นายพรม อินหลู่ จึงได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลตามสามี
[2] บัตรประชาชนของ นางดี สมวันดี ออกให้โดย อ.ฝาง เนื่องจากสมัยนั้น อ.แม่อาย ยังไม่ได้ก่อตั้ง โดยระบุที่อยู่ในบัตรประชาชนว่า บ้านเลขที่ 206 หมู่ 3 ต.แม่อาย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
[3] เป็นพื้นที่ราบที่มีดินที่อุดมสมบูรณ์มาก เหมาะแก่การเพาะปลูก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ อ.แม่อาย ในปัจจุบัน ตรงบริเวณที่แม่น้ำกกและแม่น้ำยอนมาบรรจบกัน ซึ่งทำให้เกิดเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งของคนที่อาศัยบริเวณบ้านท่าตอน ที่มักจะอพยพไปทำการเพาะปลูกเมื่อถึงหน้าเพาะปลูกและอพยพกลับมาเมื่อหมดฤดูดังกล่าว
อ.เอ๋คะ ขอจดหมายท้วงถาม ให้ครบขั้นตอนตามกฎหมายปกครอง และประสานอาจารย์ชุติเตรียมฟ้องในศาลปกครองได้เลยค่ะ