ปัญหาความเข้าใจในเรื่องของ "วิทยฐานะครู" เป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงศึกษาธิการและระบบการศึกษาของประเทศชาติเป็นอย่างมาก
ในฐานะที่ไม่มีฐานะอะไรในด้านการศึกษา นอกจากครูสร้างครูคนหนึ่ง เปรียบเหมือน เม็ดทรายในท้องทะเล แต่เป็นเรื่องที่ปวดใจเรื่องหนึ่งที่ "วิทยฐานะ" ทำให้ครูมองเห็นเป็นแค่ "สวัสดิการ" สวัสดิการที่ได้ทั้งยศ ตำแหน่ง และเงินทอง
ผลกระทบจึงกระจายไปทั่ววงการการศึกษา เกิดการหาทางลัดเพื่อขึ้นสู่วิทยฐานะที่ตนเองต้องการ เกิดการคัดลอกผลงานวิชาการอย่างไม่ละอายใจ เกิดการทิ้งศิษย์ให้นั่งอยู่ในห้องโดยไม่มีครูอยู่ หรือ มีครูก็สอนไม่เต็มที่ เพราะใจคิดแต่เรื่องการทำผลงาน มีการใช้ระบบอุปถัมภ์ รู้จักคนใหญ่ คนโต คนมีตำแหน่งมีช่วยให้ตนเองได้สมหวัง สารพัดที่เรียกว่า "ทางลัด"
มีบทความอาศัยข้อมูลหลาย ๆ ด้าน เขียนประกอบกัน ทำให้มองเห็นภาพรวมในปัญหาดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้น แถมทุกยุคทุกสมัย นักการเมืองมักหาเหตุใช้ครูเป็นฐานเสียงอยู่เสมอ
ลองอ่านไปด้วยกันครับ
*************************************************************************
จับตานโยบายหาเสียง "ศรีเมือง เจริญศิริ" เยียวยาประเมินวิทยฐานะครู ??"
กรณีข้าราชการครูไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ "นายศรีเมือง เจริญศิริ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดูจะให้น้ำหนักและความสำคัญมากกว่านโยบายการศึกษาด้านอื่นของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยนายศรีเมืองได้พูดถึงปัญหาเรื่องนี้ในวันแรกที่เข้ามาทำงานใน ศธ. เนื่องจากระบุว่า มีข้าราชการครูได้ร้องเรียนกันเข้ามามาก
อย่างกรณีที่ .. นายศุภกร ศีหาคลัง ประธานชมรมครู-ผู้บริหาร ค.ศ.3 ร้อยเอ็ด 2551 ได้ออกมาเรียกร้องว่า "ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ยื่นคำของมีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดไม่ผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการมากกว่าร้อยละ 50 ทำให้ผู้ที่ขอรับการประเมินเสียขวัญ กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากคณะกรรมการที่ตรวจประเมินผลงานทางวิชาการ ส่วนใหญ่มาจากสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งแม้จะมีความรู้ ความสามารถ แต่อาจจะขาดความเข้าใจที่ดีกับบริบทของผลงานในแต่ละรายวิชาในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ส่งผลให้มาตรฐานการตรวจผลงานมีความแตกต่างกัน จึงขอให้ ศธ. หาทางทบทวนและแก้ไขช่วยเหลือผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินโดยผ่อนปรน หรือไม่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด"
ทั้งนี้ ปัญหาครูไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะแล้วขอให้ ศธ. ช่วยเยียวยาเพื่อให้ผ่านประเมินนั้น มิใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะในอดีตก็มีการเรียกร้องลักษณะเช่นนี้ในอดีต อย่างสมัย นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ก็มีการเยียวยาผู้ไม่ผ่านประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ซึ่งเป็นเกณฑ์เดิมที่ใช้กันอยู่ในขณะนั้นจำนวนหลายหมื่นคนจนมีเสียงวิพาษ์วิจารณ์ว่า เป็นยุคของการปล่อยผี และล่าสุด นายวิจิตร ศรีสอ้าน อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้เห็นชอบจัดทำหลักสูตรอบรมเพื่อเยียวยาข้าราชการครู ที่ยื่นขอประเมินเป็นอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ เพื่อให้ได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมินและอยู่ในขั้นตอนการประเมินรวมประมาณ 20,000 กว่าคน จนปัจจุบันครูกลุ่มนี้ผ่านการประเมินเกือบหมดแล้ว
ดังนั้น การที่นายศรีเมือง จะเข้ามาช่วยเยียวยาครูที่ยังไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะที่ยังค้างการประเมินประมาณแสนรายโดยเฉพาะการประเมินเพื่อขอวิทยฐานะชำนาญการพิเศษเพื่อให้ได้เงินประจำตำแหน่ง 5,600 บาท นั้นจะต้องคิดหลายตลบ เพราะการให้ครูผ่านการประเมินนั้นง่าย แต่ผลกระทบที่จะตามมานั้นมีมาก
แม้แต่ "นายประเสริฐ งามพันธุ์" เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังได้แสดงความเห็นว่า การเยียวยาครูที่ยังไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะนั้นสามารถทำได้แต่ก็ต้องดูถึงมาตรการการศึกษา และผลที่จะเกิดกับเด็กด้วยว่า จะดีขึ้นหรือไม่เมื่อเยียวยาไปแล้ว เพราะหากครูผ่านการประเมินกันมากแต่ในขณะเดียวกันคุณภาพการศึกษาของเด็กไม่เพิ่มขึ้นก็คงตอบสังคมไม่ได้ และที่สำคัญเรื่องนี้เกี่ยวกับการใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านต่อปี
ในขณะที่ "นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์" ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงเกณฑ์วิทยฐานะ เกณฑ์ใหม่ เห็นว่า "วิทยฐานะก็เหมือนตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย ที่มีกันมายาวนาน คนที่ไม่ผ่านจะยอมรับผลการตัดสินและจะมายื่นขอใหม่ ซึ่งกระบวนการของวิทยฐานะก็น่าจะเป็นเช่นนี้ และตามหลักการประเมินจะต้องดูเนื้อหา ผลงานของครูมากกว่า หากใครไม่ผ่านก็จะต้องอธิบายให้เข้าใจ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป ไม่ใช่ไม่ผ่านแล้วก็ต้องมาเยียวยาเพื่อให้ผ่าน"
"ครูอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นครูสอนหนังสือจะทำผลงานวิชาการได้อย่างไร แต่จริง ๆ ทุกอย่างสามารถทำได้และเป็นสิ่งที่ครูทำอยู่แล้ว เช่น การทำแผนปฏิบัติการสอนของครู หรือการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียน เป็นต้น ดังนั้น จึงคิดว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่มีความจำเป็นมาก เพราะหากช้าต่อไป ปัญหาก็จะมีอยู่เหมือนเดิม และจะไม่เป็นผลดีต่อคุณภาพการศึกษาเลย เพราะปัจจุบันเส้นทางความก้าวหน้าของครูสวนทางกับคุณภาพการศึกษาของเด็กที่เกิดขึ้น มีครูผ่านการประเมินวิทยฐานะกันมาก แต่คุณภาพของเด็กไม่ดีขึ้น ทั้งนี้อยากให้คิดกันใหม่ว่า เรื่องวิทยฐานะไม่ใช่เรื่องสวัสดิการ แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นครูของผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูง และเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานของโรงเรียน"
สำหรับปัญหาหลักที่ครูไม่ผ่านการประเมิน เนื่องจากผลงานวิชาการที่เสนอให้คณะกรรมการประเมินยังมีข้อบกพร่อง ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือ บางกรณีมีการลอกผลงานวิชาการ แต่ก็มีเสียงสะท้อนออกมาว่า กรรมการประเมินมีมาตรฐานสูง บางส่วนมาจากมหาวิทยาลัยที่อาจไม่เข้าใจงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีการเสนอให้แก้ไขครูไม่ผ่านประเมินวิทยฐานะในส่วนของกรรมการผู้ประเมินที่จะต้องให้คนในชุมชน นักเรียน ครูด้วยกันเข้ามามีส่วนร่วมประเมินด้วย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีครูไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะตามที่หลายฝ่ายร้องเรียนมา อย่างล่าสุด สพฐ. ออกมาระบุว่า บางพื้นที่แจ้งข้อมูลเข้ามาว่า มีครูผ่านประเมินวิทยฐานะน้อยมาก เพียง 10 % เท่านั้น แต่ถ้ามาดูข้อมูลล่าสุดของสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วจะพบว่า ในปัจจุบันมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะแล้วจำนวนมาก ดังนี้
วิทยฐานะชำนาญการ จำนวน 335,095 คน หรือ 89.1 % จากจำนวนทั้งหมด 4
แสนกว่าคน
ในจำนวนนี้เป็นครู 314,941 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 8,520 คน
ผู้อำนวยการโรงเรียน 8,924 คน ศึกษานิเทศก์ 2,710 คน
วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 39,667 คน หรือ 10.5 %
แยกเป็นครู 16,071 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 1,169 คน
ผู้อำนวยการโรงเรียน 20,959 คน รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 405
คน ศึกษานิเทศก์ 1,063 คน
วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 1,501 คน หรือ 0.36 %
แยกเป็นครู 564 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 5 คน ผู้อำนวยการโรงเรียน
508 คน รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) 146 คน
ศึกษานิเทศก์ 274 คน
ส่วนวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ยังไม่มีผู้ผ่านการประเมิน
ทั้งนี้ การเข้ามาแก้ปัญหาการประเมินวิทยฐานะให้ตรงจุดนั้น ควรจะต้องดูสาเหตุที่ครูไม่ผ่านการประเมินเพราะอะไร หากจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การประเมินให้ดีขึ้นก็น่าจะเป็นการแก้ไขที่ถูกทาง แต่หากรัฐมนตรีว่าการ ศธ. จะเข้ามาเยียวยาครูเพียงเพื่อให้ผ่านการประเมินกันง่ายขึ้นนั้นอาจจะถูกมองได้ว่า เป็นเพียงแค่นโยบายหาเสียงของรัฐบาล โดยที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาอีกมาก
***************************************************************************
โปรดอ่านบทความแล้วใช้วิจารณญาณดูครับว่า ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ
เหตุผลที่ใช้แต่ละท่าน เป็นอย่างไร
การเยียวยา คือ เหตุผลเพียงพอหรือไม่ครับ สำหรับผู้ประเมินไม่ผ่านเกณฑ์
ท่านทราบไหมว่า นักศึกษาที่ผมสอนอยู่นี้ ส่วนใหญ่ชอบอะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ คะแนนง่าย ๆ เกรดง่าย ๆ แต่ความรู้ที่ได้รับกลับเป็นเรื่องที่แทบไม่ให้ความสนใจ จบไปแล้วอยากมีงานทำ เงินเดือนสูง ๆ แต่ตอนเรียน กลับไม่สนใจ อยากได้อะไรง่าย ๆ ไม่พอใจก็ถอนวิชาหนี หาคนสอนที่ง่ายกว่านี้ ไม่มาเรียน แต่อยากได้เกรดดี ๆ ก็เยอะครับ
"ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ หรอกครับ ชีวิตของคนเราน่ะ หากเราไม่มีความพยายาม หรือ ตั้งใจจริง"
ไม่ต่างอะไรกับการได้รับ "วิทยฐานะ" อันมีเกียรติหรอกครับ ... อยากได้วิทยฐานะง่าย ๆ แต่ไม่พยายาม กลับทุจริต คดโกง ใช้วิธีลัดมาสู่วิทยฐานะนั้น ๆ ... พอไม่ได้ ก็กลับโยนความผิดไปให้คนโน้นคนนี้
ไม่อยากคิดครับ ถ้ามีครูแบบนี้เยอะ ๆ แล้วอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไรบ้าง ประเทศชาติคงมีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ใช่ไหมครับ
อยากเป็น ส.ส. ก็ต้องเอาเงินมาลงทุนซื้อเสียง ซื้อหัวคะแนนเสียก่อน พอเข้าไปก็ถอนทุนคืน โดยการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจตนเอง พอคนอื่นเขามาขับไล่ ก็ไปจ้างคนที่เป็นพวกตน หลอกเขามา ให้เขาไปฆ่าคนที่ไม่เห็นด้วย เพื่อให้ตัวเองอยู่ต่อไป
ต่างกันตรงไหนหรือครับ ถ้า "วิธีคิด" ยังคงเป็นแบบนี้กันอยู่
สังคมไทยต้องการ "คนดี คนมีคุณธรรม จริยธรรมในตนเอง" จริง ๆ ครับ
เชื่อเรื่อง "บาปกรรม" หรือไม่ครับ
บุญรักษาทุกท่านครับ
แหล่งอ้างอิง
กองบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์. "จับตานโยบายหาเสียง "ศรีเมือง เจริญศิริ"
เยียวยาประเมินวิทยฐานะครู ??". มติชนสุดสัปดาห์, 28, 1470 (17 - 23 ตุลาคม 2551) :
หน้า 18.
โอ้โห เป็นครูเข้ามาอ่านเรื่องครู อายจริงๆ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย แหมไม่อยากพูดเลยกลัวอาชีพเดียวกันชำใจ เป็นครูไม่ช่วยครู รึเราไปสอนในป่าดีกว่าเนอะ
-เจ็บนิดๆ เพราะเราก็เป็นครู
-ปวดหน่อยๆ เราไม่ทำก็ว่าไม่รักความก้าวหน้า มันจะก้าวได้อย่างไรเล่า รุงรังที้งหน้าทั้งหลัง
-จะผ่าตัดยังเอางานไปตรวจเลย ไม่มีเวลาหรอกพี่น้อง
-เย็นคำก็ตรวจงาน เตรียมแผน เตรียมกิจกรรม
-เช้าขี้นมา ลูกปวดท้องเอาทำไมจึงปวด ผมไม่ได้กินข้าวมาครับ
-แม่ไม่อยู่หรือลูก ไม่อยู๋ครับ แม่ไม่มาหลายวันแล้ว
-อ้าวแล้วหนูอยู่กับใคร
-อยู่กับพ่อครับ แต่พ่อผมไม่กลับบ้าน
-พ่อไปไหนละลูก ...พ่อไปเป็นยามเฝ้าโรงงานครับ
-เอ้า เอาตังนี้ไปซื้อข้าว แล้วกลับมาไวๆน๊ะ ครูรอ
มีอีกเยอะ..ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
-ไม่ได้ขอความเห็นใจหรอก แต่อยากให้มาดูกันบ้างครูที่เป็นครูมีมากมาย จ๊ะ พี่น้อง
โชคดีได้รู้จัก g2k ได้อาศัยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ใช่งบหลวง หรอกน๊ะ
-ที่หลวงให้ไว้เมื่อ10 ปีที่แล้ว จอก็มองไม่เห็น ต้องหอบของส่วนตัวไปใช้ ให้เด็กมันเห็น-
กระดาษหลวงมีให้เบิก แต่ขอโทษค่ะ ซื้อเองเพราะใช้ได้สบายใจ ลูกๆมันจะใช้พับกระดาษมั่งก็ไม่ต้องกล้วใครมาตำหนิว่าเอาของหลวงมาใช้ เล่น
นี่เพียงเกร็ดปลาซ่อนทรายแก้วเท่านั้น นะคะ
อยากร้องขอ เพื่อนครู มาช่วยกันดำรงค์ไว้ซึ่งศักดิสร๊ความเป็นครูมืออาชีพ เงินไม่กี่บาทที่เขาโปรยลงมา มันไม่ทำให้ชีวิตครูดีมากไปกว่าที่ควรจะเป็น อย่างมากก็แค่ค่าขนม ค่าสื่อ ค่าอุปกรณ์เล็กน้อย ค่าไปเข้าค่ายลูฏเสือ ค่าไปเข้าค่ายพุทธบุตร ค่า....ที่ครูต้องทำหน้าที่แทน ...ไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก ขอโทษเลี้ยงสุนัขยังเอ็นดู ลูกจ๊ะ ลูกจ้า แต่นี่ลูกคน ตาดำๆ ไอ้ที่มันโตแล้ว มันหาเลี้ยงดูตัวเองได้หลากหลายรูปแบบ โปรดให้กำลังใจครูไทย ครูทำไม่ถูกบ้าง ก็เป็นเรื่องวาสนาที่ตัดไม่ขาด อภัยเอะ ความดีครูสร้างมาชี่วชีวิต คดโกงไม่มี เพราะรัฐไม่มีอะไรจะให้คดโกง ตำแหน่งหน้าที่การงานถ้าต้องใช้เหมือนอาชีพอื่น ครูก็ไม่มีจะให้ มีแต่ควักๆ ไง ไม่ต้องไปทำบุญไกล ลูกศิษย์มีให้เป็ฯโจษยืทุกวัน ๆ สิ่งที่ครูๆเขาทำกันน๊ะ มองหลายๆด้านเถอะ พี่น้อง หากไม่อยากจะนับญาตกับครู ก็ให้รู้ไปว่า เกิดมา ไม่มีครู อยากวิงวอน ใครผิด ใครถุกไม่รู้แล้วเวลานี้ ฟ้ามืด ตามัว อนาคตของชาติมิใช่เด็กในเมืองเท่านั้น น๊ะ พี่น้อง ช่วยกันจรรโลงดีกว่า ใจไม่บาป กายไม่บาป
เรียนท่านผอ.ขอใช้พื้นที่นี้ กราบขอบคุณคนเป็นกำลังใจครูดีมีถมไป น๊ะ หัวอกเดียวกันนิ๊ ครูตกเป้นเหยื่อทาง....มาช้านานแล้ว เมื่อรู้วอนเพื่อนครูอย่าเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ มา..มาอยู่อย่างพอเพียง 555 พอเพียงทุกอย่างดีไม๊ค่ะ
ขอบพระคุณ คุณครู krutoi มากครับ ... เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ ... ผมเชื่อว่า ยังมีครูดี คนดีอีกมากมายที่ทำสิ่งใดแล้วไม่เคยหวังผลตอบแทน ดังนั้น คนดี ครูดี ก็ควรได้รับการตอบแทนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ... เดี๋ยวนี้ คนไม่ดี ก็ตั้งเป้าหมายที่ "วิทยฐานะ" แต่วิธีการไม่คำนึงถึง ครับ ... น่าเสียดายครับ
"คนดี" ต้องดู "วิธีคิด" ครับผม
ด้วยจิตคารวะ ครูดี :)
ขอบพระคุณ ท่าน ผอ.นายประจักษ์ ครับ :)
ไม่ได้ต้องการให้ลดเกณฑ์เพื่อทำให้การประเมินง่ายขึ้น แต่ต้องการมาตรฐานที่แน่นนอนของกรรมการผู้ตรวจ ไม่ใช่ตวรจโดยไม่ดูหลักเกณฑ์ ตรวจตามความรู้สึกของตน ไม่ชอบก็ให้ตกไปเลย ไม่รู้จะเชื่อใคร เช่น บางแห่งก็บอกว่าต้องใส่แผนลงในนวัตกรรมด้วย แต่บางแห่งบอกไม่ต้องใส่แผนเข้าไป ต่างเขต ต่างรูปแบบ ต่างมหาลัยต่างความคิดเห็น แล้วจะมาให้ตกทุรศ
ขอบคุณ คุณครูอุทัยธานี ... ที่สะท้อนความรู้สึกนี้ออกมาครับ
ปัญหา คือ "มาตรฐานที่ไม่แน่นอน" นะครับ :)
กระทรวงฯ เค้ามีสัมมนา หรือ อบรม กรรมการผู้ตรวจบ้างหรือไม่ครับเนี่ย หรือ มีระเบียบออกมาตรฐานไหม หรือ อย่างไรกันนะครับ
รมต.ที่มากำกับกระทรวงเนี่ย .. ล้วนไม่มีความสามารถทางด้านการศึกษาทั้งสิ้นครับ ... ความต่อเนื่องและมาตรฐานจึงไม่เกิด
คนตกที่นั่งลำบาก คือ ผู้ทำงาน
ขอให้กำลังใจครับ :)
สวัสดีค่ะ น้องชาย
ขอเป็นกำลังใจให้ครูไทยทั่วประเทศค่ะ
ขอบคุณครับ พี่ ครูอ้อย :) ...
แหม เขียนบันทึกเรื่อง "วิทยฐานะ" ดูเหมือนจะเสี่ยงกับความเข้าใจผิดค่อนข้างมากนะครับ ...
ประเด็นหลักที่ผมอยากบอก ก็คือ อยากให้ "วิทยฐานะ" อยู่กับคนที่สมควรได้จากความเพียร พยายาม ความดี ความถูกต้อง ครับ
ไม่อยากให้เกิดผลข้างเคียง คือ การหาช่องทางที่ทำให้ผ่านอย่างไม่ถูกต้องเท่านั้นเองครับ
หากเพิ่ม "หิริ โอตัปปะ" ให้กับทุกฝ่ายแล้ว น่าจะทำให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย และ "วิทยฐานะ" จึงสมควรแก่ผู้นั้นจริง ๆ ครับ
แต่ความไม่มีมาตรฐาน ไม่เท่าเทียมกันในการประเมินนี่ น่าหนักใจครับ
ผมบอกเล่าให้ฐานะ "ครู" คนหนึ่ง และมิได้มีใจต้องการคิดขัดขวางใด ๆ ครับ
หากครูสามารถผลิตผลงานวิชาการที่มีประสิทธิภาพและมีผลต่อการเรียนการสอนจริง ๆ แล้วนั้น ไย "วิทยฐานะ" จึงจะไม่เหมาะสม ใช่ไหมครับ
ผมหวังแค่นั้นครับ พี่ ครูอ้อย :)
ครูอ้อย เห็นด้วยทุกประการค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
รับทราบครับ พี่ ครูอ้อย ... ถือเป็นประเด็นที่กระทรวงฯ น่าจะไปศึกษาปัญหาที่หลากหลายเหล่านี้นะครับ แล้วหาวิธีการแก้ป้ญหา ปรับระบบให้เหมาะสม สอดคล้อง และยุติธรรมให้ได้มากที่สุด
เฝ้ารอฝันนั้นจะเป็นจริง ครับ
กว่าจะมาเป็นผลงานนะ
ลงทุนเอง
ลงแรง
วิ่งวุ่นหาผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา
ขอโทษ
ไม่ได้ลอกใคร
งบหลวงอ่ะมี แต่หมดแล้ว
ไม่รู้ใครใช้ตอนปิดเทอม
ก้อมันชอบหมดแล้วตอนเปิดเทอม
สวัสดีครับ คุณ ก้อทำนะ :)
อยากให้ลองอ่านช้า ๆ ในบันทึก รวมถึงในทุก ๆ ความคิดเห็นนะครับ
ประเด็นที่ตั้งไว้ ย่อมเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
"วิทยฐานะ" เป็นสิ่งที่พึงได้สำหรับครูดี ครูที่ตั้งใจจริงด้วยใจสุจริตแน่นอนครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย
ขอบคุณครับ :)
น่าเห็นใจ ครู
1 ผู้ตรวจเห็นหัวข้อแล้วให้ตก เลยไม่รู้ว่า บกพร่องตรงไหน
2 ผู้ตรวจไม่เขียนคอมเม้นท์ให้ชัดเจนว่าบกพร่องตรงไหนบ้าง ตรวจมักง่ายเกินไป
3 ผู้ตรวจไมมีมาตรฐานในการตรวจ
4 น่าจะมีการสัมนาผู้ตรวจทั่วประเทศ จะได้มีแนวทางเดียวกันและเป็นมาตรฐาน
5 อาจารย์มีความเข้าใจบริบทของครูน้อยมาก ยึดติดอำนาจ ไม่น่าจะให้พวกมันมายุ่ง
เลย น่าหมั่นไส้ บางคนเป็นโรคจิต ชอบให้ลูกศิษย์ เข้าหา
6 อาจารย์บางคนน่าด้าน ๆ บอกว่าไม่อยากได้เงินแต่พอครูใส่ซองให้กลับไม่ปฏิเสธ น่า
ด้านจริง แล้วตรวจผลงานเขาไม่ให้ผ่านสักคน แต่เงินมันกลับเอา
ขอบคุณ คุณ ครู ... ผมถือว่า เป็นเสียงสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ครับ ... ระบบนี้คิดดี แต่กลับมีจุดบกพร่องอยู่มากมาย
เห็นด้วยกับข้อ 1 - 4 .. แต่ข้อ 5 เป็น Bias ต้องคิดดูให้รอบด้านก่อนครับ ส่วนข้อ 6 ประสบการณ์ตรงแน่นอน
น่าหนักใจนะครับ คุณ ครู :)
ตอนที่อบรมทางสพท.ใช้วิทยากรกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่ผู้ประเมิน เราก็ทำตามคำแนะนำของวิทยากร ถามแล้วซักแล้วท่านก็บอกว่าได้ ทำแบบนี้แหละ พอส่งไปผู้ประเมินสับมาซะ !!! เหมือนเราไม่มีความรู้อะไรมาเลย ฉะนั้นขอเสนอว่าให้ผู้ประเมินที่จะตรวจผลงานเราน่ะ มาเป็นวิทยากรเยียวยาให้ซะเลย จะได้รู้แล้วรู้แรดไป จะให้เริ่มนับ 1 2 3... หรือตั้งไข่ล้มต้มไข่กินใหม่ แต่งตั้งมาเป็นเอกเลยน่ะ
หูย ขอบคุณมากเลยครับ คุณ ครูแอ๊ต :) ...
ตกลงก็เลยไม่ทราบว่า ใครกันแน่ที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้น่ะครับ
เขากำลังเล่นเกมอุปถัมภ์อะไรกันอยู่ครับนั่น :)
ครูทำงานอยู่ที่บ้านนอกคนตรวจผลงานวิชาการอยู่ในเมือง ม. มันคนละเรื่องเดียวกัน ถามกรรมกรรมการหน่อยรู้จักบักหำน้อยผมดีไหม รู้จักแต่ 5 เท่า 5 ถ้าไม่รู้หำบริบทครูอย่าคิดให้ปวดหัวเลยครับ ไปอบและเผาทิ้งดีกว่าครับท่าน
ขอบคุณครับ คุณครู อำ [IP: 118.174.90.196] ... แลกเปลี่ยนกันครับ แต่ผมคงไม่ได้เป็นกรรมการแน่นอนครับ