เราพยายามที่จะอยู่เหนือธรรมชาติ ฝืนมัน แต่ท้ายสุด ธรรมชาติจะอยู่เหนือเราตลอดไป

มนุษย์เราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และต่อไปจนถึงในอนาคตนั้น เราอยู่กับธรรมชาติตลอดมา เมื่อใดก็ตามที่เราพยายามฝืนธรรมชาติ ภัยพิบัติจากธรรมชาติก็จะคอยตามมาทำลายล้างสิ่งที่ฝืนธรรมชาติเหล่านั้นทิ้งไปบ้าง

ลองนึกถึง ป่าไม้ที่เคยมีอยู่ในประเทศไทย แต่ก่อนป่าไม้ช่วยให้ธรรมชาติของเราสวยงาม มีอากาศบริสุทธิ์ให้เราได้หายใจ มีดินอันอุดมสมบูรณ์ไว้เพาะปลูกผักผลไม้รับประทาน แต่ปัจจุบัน ป่าไม้ถูกทำลายลง ดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เริ่มหมดไป เมื่อป่าถูกทำลาย น้ำก็หลากลงมาทำลายบ้านเรือนให้เสียหายได้เร็วและแรงยิ่งขึ้น คนก็เดือนร้อนกันไปตามๆกัน ในอดีตคนไทยนิยมบ้านทรงสูง มีใต้ถุน เพื่อหนีจากฤดูน้ำหลาก น้ำมาก็ระบายไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีอะไรมาขวางกั้น ปัจจุบัน อาคารพาณิชย์ หมู่บ้านจัดสรร เกิดขึ้นราวดอกเห็ด บางที่ก็ไปสร้างกันทางน้ำ ทำให้น้ำระบายได้ยากขึ้น พอน้ำขังนานขึ้นก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เกิดการเน่าเสีย เป็นบ่อเกิดของเชื้อโรค เกิดโรคระบาด เกิดความทุกข์ขึ้น

น้ำตกกระทิง

ชาวสวนชาวไร่ บุกรุกที่ป่าเพื่อทำมาหากินเลี้ยงชีพ ในตอนแรกก็ตั้งใจปลูกผักผลไม้ไว้กินเอง นานวันเข้า ปลูกได้มากขึ้นก็เกิดความโลภ ขยายกิจการ ขยายบริเวณทำกิน ทำลายป่า เพื่อที่จะนำผลผลิตไปขาย นำเงินมาใช้จ่ายบำรุงบำเรอตัวเองให้เกิดความสุขความสบายชั่วครู่ แต่เป็นการทำลายสมดุลทางธรรมชาติไป ไม้บางชนิดสามารถป้องกันแมลง ศัตรูพืชได้ก็ถูกตัดทิ้งไป เพราะนึกว่าไม่ก่อให้เกิดรายได้ จอมปลวกช่วยย่อยเศษไม้ ใบไม้ ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ก็ถูกทำลายไป แมลงบางชนิดที่กินแมลงต่างชนิดกัน พอโดนสารเคมีก็ตายไปทำให้เกิดการระบาดของแมลงอีกชนิดขึ้นมา เป็นห่วงโซ่ไปเรื่อยๆ พื้นดินก็ค่อยๆเสื่อมลง สมดุลเกิดการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศก็เปลี่ยนไป สุดท้ายเราเลยได้เห็นภูเขาหัวโล้นกันในหลายๆแห่ง อย่างดอยตุงในสมัยก่อนชาวบ้านปลูกฝิ่นกัน พื้นที่ป่าถูกทำลาย แต่เมื่อมีโครงการหลวงเข้าไปพัฒนา ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชาวป่าชาวเขา ก็ทำให้สภาพของป่าดีขึ้น จนปัจจุบันกลายที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์กลับมา ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมเด็จย่าเป็นอย่างยิ่งที่ได้ริเริ่มโครงการขึ้นมา (ปัจจุบันก็ได้มีผลิตภัณฑ์หลายๆอย่างจากดอยตุงมาให้เรารับประทาน วันนี้ผมได้ทานถั่วแมคคาเดเมียของดอยตุง จึงเกิดแรงบันดาลใจให้มาเขียนนี้ ยังไงก็ช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศกันดีกว่าครับ)

จากการเปลี่ยนแปลงข้างต้น มนุษย์ผู้ซึ่งไม่เคยยอมแพ้ ก็สรรหาปุ๋ยและสารเคมีที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เราก็ต้องเอาผลผลิตทางการเกษตรไปแลกกับสิ่งเหล่านี้มา เกิดการแลกเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติกัน เราเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติในอัตราที่สูงมากในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราเริ่มจะเห็นพายุลูกใหญ่ๆเกิดขึ้นมาทำลายล้างเมืองใหญ่ในอเมริกา ซึ่งในไทยนั้น ถึงแม้จะได้รับการยืนยันว่าเกิดได้น้อยมาก แต่ในความเป็นจริง เราต้องยอมรับความจริงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น และหากเรายังยืนยันกับการใช้ชีวิตแบบในปัจจุบัน และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆในทางวัตถุ อีกไม่นาน ประเทศไทยก็จะได้พบกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงกว่าปัจจุบันมากนัก

การทำลายป่าไม้ยังมีผลมากกว่าดังที่กล่าวมามากนัก อากาศที่เคยร่มรื่นเย็นสบาย เนื่องจากเรามีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันมันเริ่มร้อนขึ้น พออากาศร้อนขึ้น ต้นไม้ก็อยู่ได้ยากขึ้น ต้นไม้บางต้นต้องแห้งตายไป เกิดความทุรกันดารยิ่งขึ้น พออากาศร้อน มนุษย์ผู้ไม่เคยยอมแพ้ ก็ได้คิดค้นเครื่องปรับอากาศขึ้นมา เมื่อเปิดแล้ว ก็จะรู้สึกเย็นสบาย แต่เมื่อมีความเย็นเกินพอดีเราก็ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ ต้องห่มผ้าเวลานอนกัน หรือเวลาไปงานตามโรงแรมที่เปิดแอร์เย็นๆ ก็ต้องใส่สูท เพื่อแสดงความภูมิฐาน ความมีฐานะมาอวดเบ่งกัน ด้วยความลืมตัวว่าขณะเกิดเรามาแบบตัวเปล่าๆ ร่างกายของเราไม่ได้วิเศษต่างไปจากบุคคลอื่นๆเลย การแบ่งแยกชนชั้นวรรณะไม่ได้ทำให้ท่านมีชีวิตยืนยาวขึ้นซักเท่าไหร่หรอก เดี๋ยวก็ต้องตายเหมือนคนอื่นเช่นเดียวกัน อีกอย่างที่หลายคนอาจลืมไปว่าเมื่อมีความเย็น ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้าม ก็จะเกิดความร้อนออกไปสู่ภายนอกเช่นกัน เรานำความเย็นในห้องไปแลกกับความร้อนที่เราต้องปล่อยออกไปสู่ธรรมชาติ

คนไทยที่ทำงานในออฟฟิศควรจะต้องหันมาสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนา กางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะ ไปทำงานกันจะดีกว่า ที่ทำงานควรเปิดเครื่องปรับอากาศให้ไม่เย็นจนเกินไป การจะทำได้ก็ต้องอาศัย ประธาน หรือ กรรมการบริษัท ที่เล็งเห็นและเข้าใจในจุดนี้ด้วย เพื่อสงวนทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ให้นานขึ้น ทำไม่ยากหรอกครับ แค่เดือนเดียวที่จะแปลกไปบ้าง เดี๋ยวก็จะเริ่มชินกันไปเอง

ภาวะน้ำท่วมในไทย เกิดจากการฝืนธรรมชาติของเราเอง จริงๆแล้วถ้าเราไม่โทษตัวเรา บางคนอาจจะหันไปโทษนักการเมืองที่โกงกิน ทุจริตคอรัปชั่น ป่าไม้ก็ได้ แต่โดยรวมแล้วทุกคนมีส่วนร่วมในการทำลายป่าไม้ จะเห็นว่าเมื่อเราทำลายป่าไม้ มันจะเกิดเป็นห่วงโซ่แห่งปัญหาไปเรื่อยๆจนโยงมาถึงชีวิตของเรา ตั้งแต่เกิดจนถึงวันตายเราก็ยังนอนในโรงศพที่ทำด้วยไม้...

น้ำตกกระทิง

หากไม่มีป่า ก็ไม่มีฝน ไม่มีน้ำ แห้งแล้ง ดินก็แห้งไป ชีวิตก็จะหมดไป ทุกวันนี้ในโรงเรียนหลายแห่ง สอนให้เราคิดเลข สอนภาษา จากนั้นก็เน้นไปที่หลักแห่ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หากเรามองกันลึกเข้าไป สิ่งเหล่านี้ก็คือธรรมชาติ คือป่าไม้ หากไม่มีต้นแอปเปิ้ล นิวตันคงไม่ได้คิดกฏแห่งแรงโน้มถ่วงได้ ป่าไม้คือจุดกำเนิดของทฤษฎีหลายๆอย่าง แต่หลายๆโรงเรียนก็ไม่ได้เน้นหลักการเกี่ยวกับธรรมชาติที่อยู่กับเรามานาน การศึกษาที่คัดลอกจากต่างชาติมา ทฤษฎีทางฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไม่สามารถเทียบได้กับทฤษฎีแห่งชีวิตที่ได้จากป่าเลย

ผมคิดว่าคนเราทุกคนจะรู้สึกดี ถ้าได้ไปเที่ยวตามธรรมชาติที่มีภูเขาเต็มไปด้วยป่า มีแม่น้ำลำธาร มีความชุ่มชื้น อากาศเย็นสบาย หากเรามีธรรมชาติที่ร่มรื่น ก็สามารถมีธุรกิจได้เช่นกัน ชาวต่างชาติจะต้องทยอยมาเที่ยว มาชื่นชมอยู่กับธรรมชาติเช่นนี้ เป็นการสร้างรายได้จากการรักษาป่า รักษาธรรมชาติด้วย เพียงแต่ว่าเราต้องทำอย่างพอเพียง ไม่โลภมากจนกลายเป็นทำลายป่า ทำลายธรรมชาติไป

พื้นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ของเรา ตอนนี้ได้ถูกสิ่งก่อสร้างต่างๆสร้างขึ้นมาบดบังไปเยอะมาก ทางภาคกลาง กรุงเทพ เป็นที่ลุ่มแม่น้ำเหมาะแก่การปลูกข้าวก็มีแต่ตึกใหญ่ๆที่นับวันก็ทรุดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ระดับน้ำทะเลก็ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ ป่าชายเลนที่กำลังเร่งปลูกอยู่ก็ทำท่าจะโตไม่ทันวิกฤติที่จะเกิดขึ้นซะแล้ว เราอาจจะต้องสละเมืองหลวง ย้ายถิ่นฐานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็ได้ การพัฒนาทางวัตถุ ไม่ใช่ผลดีกับเราเลย เป็นเพียงความสุขแค่ชั่วคราวเท่านั้น

เราพยายามที่จะอยู่เหนือธรรมชาติ ฝืนมัน แต่ท้ายสุด ธรรมชาติจะอยู่เหนือเราตลอดไป ป่าไม้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชีวิต หากเราขาดป่าไม้ เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ การกระทำของบุคคลบางกลุ่ม ทำไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง แต่ท่านอาจจะลืมนึกไปว่าท่านกำลังจะทำลายอนาคตของลูกหลานของตัวเอง เมื่อไหร่ที่ป่าไม้หมดไป บนโลกก็คงจะไม่มีมนุษย์เหลือรอดอยู่ได้อีกต่อไป เราจึงควรมาช่วยกันทำนุบำรุงและรักษาป่าไม้ของเราไว้ เราต้องช่วยกันปลูกป่า ที่จะได้เจริญเติบโตไปเป็น "ป่าแห่งชีวิต" ให้กับลูกหลานของเราต่อไป