|

...
เป็นที่ทราบกันดีว่า
เมื่อโลกของเราเปลี่ยนไป
รูปแบบของโรคภัยไข้เจ็บก็จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วย
กล่าวกันว่า ยุคนี้เป็นยุคที่โรคแผลกระเพาะอาหารและแผลลำไส้จากน้ำย่อย
(peptic ulcer disease / PU) ลดลง เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่คือ
โรคกรดไหลย้อนหรือเจ้า "เกิร์ด (gastroesophageal reflux disease /
GERD) ได้แจ้ง "เกิด" จนกลายเป็นโรคสุดฮิตแทน
...

ภาพที่ 1 >
แสดงกระเพาะอาหารที่มีลักษณะเป็นถุง ภายในบรรจุอาหาร น้ำ ลม
(อากาศ) และน้ำย่อยซึ่งปกติจะมีฤทธิ์เป็นกรด [
ที่มาอ้างอิงไว้ด้านล่าง ]
-
โปรดสังเกตว่า ด้านบนหลอดอาหารจะมีหูรูด (sphinctor)
ซึ่งมีรูปร่างคล้าย "คอคอดขวด (bottle neck)"
ทำหน้าที่เปิดให้อาหารและน้ำไหลลงได้ อากาศหรือลมไหลขึ้นได้
(เวลาเรอหรืออาเจียน)
...
-
ปกติหูรูดนี้จะไม่ยอมให้อาหาร น้ำ
และกรดไหลย้อนขึ้นไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
เนื่องจากหลอดอาหารของคนเราไม่ทนกรด (จากกระเพาะอาหาร)
-
คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนจะมีการ "ขย้อน" หรือไหลย้อนกลับของอาหาร น้ำ
หรือน้ำย่อยจากด้านล่างขึ้นด้านบน
...
ท่านอาจารย์
ผศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน ผู้เชี่ยวชาญโรคหู คอ จมูก
แห่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ตีพิมพ์คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง
"เกิร์ด / GERD" คำแนะนำนี้ตีพิมพ์โดยบริษัทเอไซ
ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
...

ภาพที่ 1 >
แสดงกระเพาะอาหารที่มีลักษณะเป็นถุง ภายในบรรจุอาหาร น้ำ ลม
(อากาศ) และน้ำย่อยซึ่งปกติจะมีฤทธิ์เป็นกรด [
ที่มาอ้างอิงไว้ด้านล่าง ]
...
ปกติร่างกายคนเรามีกลไกป้องกันโรคกรดไหลย้อนจากล่างขึ้นบนหลายกลไกได้แก่
-
หลอดอาหารจะมีการบีบไล่อาหารและน้ำในทิศทางจากบนลงล่าง >
ทำให้อาหาร น้ำ
และน้ำย่อยไหลจากหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร
...
-
หูรูดส่วนล่าง (บริเวณคอคอดขวดในภาพ) ของหลอดอาหาร
(อยู่เหนือกระเพาะอาหารเล็กน้อย) คอยบีบตัว คล้ายๆ
เชือกที่รูดปากถุงข้าวสารไว้ไม่ให้ข้าวหก
-
กระเพาะอาหารจะมีการบีบไล่อาหาร น้ำ และน้ำย่อยในทิศทางจากบนลงล่าง
> ทำให้อาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลลงสู่ลำไส้เล็ก
(อยู่ถัดจากกระเพาะอาหารลงไปด้านล่าง)
...
เรื่องของเรื่องคือ
กลไกป้องกันเหล่านี้ทำงานได้น้อยลง หรือไม่ดีเท่าที่ควรในคนบางคน
ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 5 จนถึง 1 ใน 6 ของประชากรทั่วไป
นั่นหมายความว่า ถ้าเราพบคน 5-6 คนจะมีคนที่มีโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อน
1 คน ซึ่ง 1 ในผู้โชคร้ายนี้คือ ผู้เขียนนี่เอง
...
โลกของเรามีประชากรประมาณ 6
พันกว่าล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเป็นโรคนี้ก็ไม่ต้องตกอกตกใจอะไร
เนื่องจากมีคนป่วยเป็นเพื่อนเรามากถึงประมาณ 1,000 ล้านคน
กลไกที่โรคกรดไหลย้อนทำให้เกิดอาการต่างๆ
อย่างกว้างขวางมีทั้งการทำให้เกิดการอักเสบจากกรดหรือน้ำย่อย
และการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทำให้อวัยวะภายในเรรวน
(ทำไมไปคล้ายใจคนก็ไม่ทราบเหมือนกัน)
...
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร
คอหอย หรือช่องปากได้แก่
-
ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก > ฝรั่งจึงเรียกว่า 'heartburn'
หรือร้อนเหมือนไฟลนหัวใจ
เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
...
-
รู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ เนื่องจากบางคนกรดไหลย้อนสูงหน่อย
ทำให้กล่องเสียง หรือคอหอยอักเสบเลย
-
กลืนลำบากติดๆ ขัดๆ หรือกลืนเจ็บ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
แต่ถ้ากลืนอะไรไม่ลงนี่... ต้องรีบไปปรึกษาหมอใกล้บ้าน
เนื่องจากอาจเป็นอาการของเนื้องอกในหลอดอาหารได้
...
-
เจ็บคอ แสบปาก แสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนเช้า
เนื่องจากเวลานอนกรดจะไหลย้อนได้มากกว่าเวลาอื่นๆ
-
บางคนได้รสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรด เนื่องจากกรดไหลย้อนสูงมากๆ
> ถ้ากรดไหลย้อนมากจริงๆ อาจทำให้ฟันสึกกร่อน เสียวฟัน
หรือฟันผุได้
...
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นกล่องเสียงได้แก่
-
เสียงแหบ โดยเฉพาะเสียงแหบตอนเช้า
...
-
ไอเรื้อรัง หรือหายใจไม่ออกตอนกลลางคืน
-
เป็นโรคปอดอักเสบบ่อยๆ >
ข้อนี้พบในคนที่กรดไหลย้อนมากจนเอ่อล้นเข้าไปในหลอดลม
...
ทีนี้วิธีสู้ภัยพิบัติจากโรคกรดไหลย้อนหรือเจ้าเกิร์ดได้แก่
(1). ทำใจ
-
ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติใดเกิดขึ้น... ขั้นแรกคือ ต้องทำใจให้ได้ เช่น
ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร
...
-
คนในโลก 6 พันล้านคนเป็นโรคนี้ตั้ง 1 พันล้านคน
เป็นแล้วโลกก็จะไม่ทำให้โลกแตกอะไร
-
ควรหัดตั้งสติให้ได้ว่า โรคนี้ถึงจะ "ไม่หาย"
แต่คนเกือบทั้งหมดก็ไม่ได้ตายด้วยโรคนี้
...
-
คนที่ตายด้วยโรคนี้ (เกิร์ดหรือกรดไหลย้อน) มีน้อยมากๆ คือ
หลอดอาหารบางคนอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร
แต่ก็พบน้อยมากๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ "ร่วมโรค" ของเราอีก 1
พันล้านคนคงจะตายเรียบไปหมดแล้ว
-
พอทำใจได้แล้วจะได้ตั้งใจอยู่กับมันให้ได้
และตั้งหน้าตั้งตาปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์ /
lifestyle) ให้เรื่องหนักกลายเป็นเรื่องเบาต่อไป
...
(2).
ลดความอ้วน
-
ถ้าอ้วน > ควรหาทางลดน้ำหนัก เนื่องจากไขมันในช่องท้อง
และไขมันรอบพุงต่างก็มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
...
(3). ลดเครียด
-
ถ้าเครียดง่าย > ควรหาทางลดความเครียด เช่น
ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ฝึกหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ
15 นาที ฝึกไทเกก-ไทชิ มวยจีน โยคะ ฯลฯ
...
-
เวลาดู TV ไทยต้องมีรีโมตไว้ใกล้ตัว > พอเห็นข่าวร้ายๆ เช่น
ข่าวพวกประท้วงทั้ง 2 ฝ่าย ข่าว 3 จังหวัดภาคใต้ ข่าวชายแดนเขมร ฯลฯ
จะได้รีบปิด TV หรือเปลี่ยนช่องทันที
-
ถ้ารู้ตัวว่า ขวัญอ่อน... อย่าไปดูข่าวการเมืองมากเกิน
เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้นได้
...
(4). เลิกบุหรี่
- ถ้าสูบบุหรี่...
ควรเลิกบุหรี่
เนื่องจากบุหรี่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
...
- ถ้าไม่สูบบุหรี่...
อย่าสูบเลยครับ
-
คนที่ไม่สูบบุหรี่มีโอกาสอายุยืนกว่าคนสูบบุหรี่ประมาณ
12 ปี แถมยังลดโอกาสป่วยหนักก่อนตายอีกประมาณ 1 ปี 8 เดือน เช่น
ลดความเสี่ยง (โอกาส)
เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งอาจถูกเจาะคอ ใส่เครื่องช่วยหายใจก่อนตาย
ฯลฯ
...
(5). ไม่สวมเสื้อผ้าคับ
- การสวมเสื้อผ้าคับเพิ่มความดันในช่องท้อง
ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
...
(6). ระวังท้องผูก
- การเบ่งอะไรนานๆ
โดยเฉพาะเบ่งถ่ายอุจจาระเวลาท้องผูก มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
...
- วิธีป้องกันท้องผูกที่ดีคือ
กินเส้นใย(ไฟเบอร์)จากพืชผักให้มากพอทุกวัน ดื่มน้ำให้มากพอ
และออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ
...
(7). ระวังโรคไอ
- โรคอะไรก็ได้ที่ทำให้ไอเรื้อรังจะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้นมากเวลาไอ
...
(8). ไม่กินอิ่มเกิน
- คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเกิร์ดควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กหน่อย
วันละหลายๆ มื้อ เช่น วันละ 4-5 มื้อ ฯลฯ
...
- การกินอาหารมื้อใหญ่ๆ
โดยเฉพาะการไปงานเลี้ยงหรือกินฟรี จะทำให้อาหาร น้ำ
และลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ
กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
...
(9). ไม่กินข้าวคำน้ำคำ
- การกินข้าวคำน้ำคำ
หรือการดื่มน้ำตามหลังอาหารแทบทุกคำจะทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ
และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ
กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
...
- ถ้าเป็นไปได้...
ควรกินอาหารแค่พออิ่ม อย่าให้อิ่มเกิน อิ่มแล้วรอสักพัก 10-15
นาทีค่อยดื่มน้ำตาม
...
(10). ไม่กินไปพูดไป
- การกินไปพูดไปจะทำให้เผลอกลืนลม(อากาศ)เข้าไปพร้อมอาหาร
ทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และลมรวมกันมากเกิน ผลคือ
กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
...
(11). มื้อค่ำคำเล็กๆ
- อาหารมื้อเย็นหรือมื้อค่ำควรฝึกกินคำเล็กๆ
กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และกินให้เร็วขึ้น เช่น ถ้ากินตอน 2
ทุ่มควรเปลี่ยนเป็น 1 ทุ่ม ฯลฯ
และเปลี่ยนเวลากินข้าวเย็นให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ
จนอาการทุเลาลง
...
- การกินอาหารใกล้เวลานอนจะทำให้อาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร
น้ำ และน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย
เนื่องจากหลอดอาหารจะเปลี่ยนแกนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน
...
- เปรียบคล้ายขวดน้ำ...
ถ้าเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอนแล้ว
น้ำจะไหลออกจากขวดได้ง่ายขึ้น
- ยิ่งถ้าไม่กินข้าวเย็นแบบพระได้ยิ่งดี
เพราะโรคเกิร์ดไม่ถูกกับข้าวเย็น และที่เสี่ยงแบบสุดๆ คือ มื้อดึก
ซึ่งควรงดไปเลย
...

ภาพที่ 2 > แสดงแนวแกนของหลอดอาหารในท่านอน
- การนอนหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ
น้ำจะหกได้ง่าย
- ทางที่ดีคือ
ควรกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มน้ำมากๆ
ก่อนนอนเช่นกัน
...
(12). ยืน เดิน หรือนั่งหลังอาหาร
- การก้มตัว
โดยเฉพาะการยกของหนักมีส่วนทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย

ภาพที่ 3 >
แสดงแนวแกนของหลอดอาหารในท่าก้มตัวไปข้างหน้า
- การก้มตัวไปข้างหน้า
หรือเอี้ยวตัวไปด้านข้างหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ
น้ำจะหกได้ง่าย
...
(13). ไม่ยกของหนัก
- การยกของหนักหลังอาหารทันทีจะทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นมาก
ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้นมาก

ภาพที่ 4 >
แสดงการยกของหนักหลังอาหาร
- การยกของหนักทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ
ไม่ยกของหนักภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังอาหาร
...
(14). กินอาหารไขมันต่ำ
- อาหารไขมันสูง
โดยเฉพาะอาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" หรืออาหารที่มีน้ำมันมาก เช่น
กินสลัดผักแบบเทน้ำสลัดโชกหยาดเยิ้ม หรือกินแกงกะทิมากๆ ฯลฯ
มีส่วนทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
...
(15). หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง
- อาหารบางอย่างอาจทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
พวกเราที่เป็นโรคเกิร์ดควรสังเกตว่า เราถูกกับอาหารอะไร
ไม่ถูกกับอาหารอะไร จดบันทึกไว้ ต่อไปจะได้ปรับเปลี่ยนได้
ฯลฯ
...
- อาหารที่ไม่ถูกหรือแสลงกับโรคก็ควรกินแต่น้อย
ไม่ต้องถึงกับงดจนเป็นศูนย์ เดี๋ยวชีวิตจะไม่มีความสุข
- หลักการคือ
ขอให้ชีวิตเรามีความสุขที่ได้มีโดยชอบธรรม ไม่ไปคดโกง
ไม่ไปเบียดเบียนใคร และขอให้แสวงหาความสุขที่ได้โดยชอบธรรมนี้แต่พอดี
ไม่เสพสุขมากจนทำให้ตัวเรา หรือคนอื่นเดือดร้อน
...
- อาหารที่อาการทำให้โรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนแย่ลงได้แก่
หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ อาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ชอคโกแลต ถั่ว
ลูกอม เนย ไข่ นม หรืออาหารรสจัดบางอย่าง
- ถ้าดื่มนม...
ควรเปลี่ยนนมเป็นนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน
...
(16). ไม่ดื่มน้ำคราวละมากเกิน
- การดื่มน้ำคราวละมากๆ เช่น
4-5 แก้วรวดเดียว ฯลฯ จะทำให้ปริมาตรอาหาร น้ำ
และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น
ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย
...
(17). ไม่ดื่มเครื่องดื่มมากเกิน
- ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมากเกินด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ
(16) เครื่องดื่มที่อาจทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายคือ กาแฟ ชา น้ำอัดลม
เครื่องดื่มชูกำลัง แอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท
ฯลฯ
...
(18). ลดน้ำอัดลม
- น้ำอัดลมทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น
ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
...
(19). ลดน้ำผลไม้
- น้ำผลไม้มีน้ำตาลมาก
ทำให้อิ่มได้น้อย
ทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ
กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
...
(20). นอนหัวสูง
- นอนหัวสูงในที่นี้ไม่ใช่หนุนหมอนหลายๆ
ใบ เนื่องจากการหนุนหมอนหลายๆ ใบจะทำให้ปวดคอได้ง่าย
...
- วิธีที่ดีกว่าคือ
การหาแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะที่แข็งแรงมั่นคงมารองขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น
6-10 นิ้ว เพื่อให้หลอดอาหารอยู่ในแนวตั้งมากขึ้นดังภาพ

ภาพที่ 5 >
แสดงการใช้ของแข็งหนุนหัวเตียง
- การรองหัวเตียงทำให้หลอดอาหารอยู่ในแนวนอนน้อยลง
แนวตั้งเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้น้อยลง
- ถ้าเป็นไปได้...
ควรหาอะไรป้องกันไม่ให้ลำตัวลื่นไหลตกไปด้านปลายเตียงด้วยจึงจะดี
...
ถ้าทำทุกวิธีแล้วอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น เรียนเสนอให้ปรึกษาหมอ
เภสัชกร พยาบาล หรือหมออนามัยใกล้บ้าน เพื่อพิจารณาใช้ยาลดกรด
(ทำให้การหลั่งกรดลดลง) และยาเสริมการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร
(ทำให้กรดไหลย้อนได้น้อยลง)
ถึงตรงนี้...
ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...

ที่มา
...
-
ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์ ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก
ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล > แผ่นพับเรื่อง
"ภาวะกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ
(Gastroesophageal Reflux Disease: GERD)" > พิมพ์โดยบริษัท เอไซ
(ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ([email protected]).
...
-
ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก
"บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
ไม่ใช่รักษาโรค
-
ท่านที่มีโรคประจำตัว
หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล
เภสัชกร
หรือหมออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
...
-
ขอขอบพระคุณ >
อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี
ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา +
อ.ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ
พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU)
แม่สัน-เมืองยาว โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 16
ตุลาคม 2551.
...
|
ต้องขอขอบพระคุณ คุณหมอมากๆ อีกครั้งนะคะ ดิฉันยังไม่ปิดเครื่องก็มีคำตอบจากคุณหมอมาให้อย่างทันใจจริงๆ นับว่าท่านเป็นผู้ใจบุญ และมีเมตตาธรรมกับเพื่อนมนุษย์มากดิฉันพึ่งทราบว่าขมปากเพราะอะไร มีอาการนี้มานานแล้วค่ะ เมื่อประมาณ 30 นาทีที่ผ่านมาก็มีอาการแสบหน้าอกก็คงจะเป็นกรดย้อนเหมือนไปสุมทรวงเลยนะคะ ที่คุณหมอบอกมา คงทำไม่ได้ก็เรื่องเคลียดนะคะ ก็จะพยายามจะได้มีสุขภาพดีไปนานๆ พร้อมกับทำใจไปด้วยนะคะ ขอให้คุณหมอมีสุขภาพดีเช่นกันค่ะ
- สวัสดีค่ะ คุณหมอ
- เป็นโรคที่เพิ่งรู้จัก และได้ยินบ่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้แหละค่ะ ตอนแรกคิดว่า เป็นโรคที่คนเป็นคิดไปเองซะอีกค่ะ
-ขอบคุณค่ะ
-สวัสดีค่ะ คุณหมอ นพ.วัลลภ
-เป็นแบบที่คุณหมอบอกค่ะ
-แต่คุณหมอที่รักษาจะให้ทานยาก่อนอาหาร ชื่อmiracid 20 mg.1 เม็ด และทานmagesto tab(T.G3)1 หลังอาหาร
-และแนะนำให้ออกกำลังกาย ทานอาหารมื้อเย็นก่อน 6 โมงเย็น ค่ะ
-งดนำอัดลม และกาแฟ
-ขอบพระคุณค่ะ ที่ให้ความรู้เรื่องกรดย้อนกลับ(GERD)
สวัสดีครับ
ขอบคุณคุณหมอมากครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคนี้ครับ ผมสังเกตุว่าเริ่มเป็นเมื่อตอนที่ผมเครียดกับงานกับชีวิตมากๆ เป็นมาประมาณสามปีแล้ว อาการแสบร้อนที่ทรวงอกเฉพาะตอนนอนครับ
ตอนแรกที่เป็นก็กังวลมากกลัวจะไม่หาย เพราะเวลาเป็นมันทรมาณครับ มาทุเลาและเกือบจะไม่เป็นเลยตั้งแต่ประมาณสามเดือนมานี้เอง โดยใช้วิธีปล่อยกายปล่อยใจให้สบายผ่อนคลายกับทุกสิ่ง ร่วมกับการหายใจลึกยาวครับ
ขอขอบคุณ... คุณ napa
นิตยสาร Time เพิ่งตีพิมพ์ว่า ทหารอเมริกันที่ไปรบในสงครามอาฟกานิสถาน-อิรัก อาการหนักกว่าคนไทยเยอะแยะเลย ทั้งเครียด ทั้งฆ่าตัวตายสารพัด…
ขอขอบคุณ... คุณ tiva
ขอแสดงความยินดีกับคุณ krutoi ครับ
ขอขอบคุณประสบการณ์ตรงจากคุณดินดอนครับ...
ที่เป็นอยู่ได้รู้มาบ้างนิดหน่อยจากคุณหมอที่ทำการรักษา แต่พอได้อ่านข้อความของคุณหมอวัลลภ แล้วได้ทราบอะไรที่ยังไม่ทราบอีกหลายอย่าง ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ ค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณ Oh!
ผมมีอาการดังนี้ครับ ก่อนที่จะแน่นหน้าอกทั้งสองข้าง แขนจะชาปวดกล้ามเนื้อ(อาการปวดแบบปวดเมื่อย)เหมือนจะหมดแรง แล้วอาการมันจะลามขึ้นมาแน่นที่หน้าอก หายใจไม่ออกและเจ็บหน้าอกทั้งสองข้าง ใต้คางเกร็งเอามือจับดูเหมือนมีลักษณะการเกร็งของกล้ามเนื้อใต้คาง และเหงื่อแตกเต็มหน้าผากเหมือนออกกำลังกาย มีอาการอย่างนี้ประมาณ 5-8 นาทีแล้วก็จะหายไป เป็นอยู่ 2 วัน วันแรกเป็น 3 ครั้ง ตี 2 และ ตี 5 และ 6 โมงเช้า โดยเป็นหลังจากการทานเบียร์ และไปหาหมอที่รพ. หมอบอกว่าน่าจะเป็น กรดไหลย้อน เพราะตรวจคลื่นหัวใจก็ปกติจึงให้ยามาทาน เป็นตัวยานี้ครับ
1. DOMPERIDONE (MOTILIUM(L)) 10m.g.
2. LOSEC MUPS
วันต่อมาไม่เป็นอะไร แต่หลังจากนั้น1วันมีอาการอีก เป็น 5 ครั้ง เว้นระยะห่างแต่ละครั้ง 1 ชม. จาก 5 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม จึงอยากถาม คุณหมอวัลลภว่า ทำไมโรคกรดไหลย้อนของผมจึงไม่เหมือนกับที่อ่านในนี้เลย ของผมรู้สึกว่าอาการจะรุนแรงมากกว่าที่อ่านมานี้ครับ
เป็นไปได้ไหมว่าจะไม่ใช่โรคกรดไหลย้อน
ขอขอบคุณ... คุณฤทธิ์
คนไข้ทุกรายที่มีอาการแน่นหน้าอก...
ถ้าอะไรๆ ยังไม่ชัดเจน...
เรียนเสนอว่า
เบียร์ทำให้โรคเลยร้ายลง
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ราณีก็เป็นผู้โชคร้ายคนหนึ่ง อิอิ แบบว่าอ่านบันทึกนี้จึงรู้ว่าเป็นโรคนี้หรือเปล่า เพราะต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้วด้วยโรคนี้ คลื่นไส้เหมือนจะอาเจียน ตอนแรกก็ไอ เหมือนมีอะไรจุก หลังๆ คลื่นไส้หนักมาก บางครั้งอาเจียนเลย และจุกอยู่ที่อก หมอบอกว่ากรดในกระเพาะสูงเกิน ลามมาถึงหลัง ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่หายง่ายๆ เลย ไม่รู้ใช่โรคเดียวกันหรือเปล่าค่ะ ขอบคุณบันทึกของคุณหมอมากที่ทำให้หันกลับมาดูแลตัวเองด้วย (จริง ๆ ก็โดนหมอที่ไปหาดุเหมือนกัน แบบรู้จักกันเขาเลยดุได้เนื่องจากเป็นหลายรอบ และหนักขึ้นเรื่อย ๆ)
ขอขอบคุณ... คุณ Ranee
ไม่ทราบว่าจะเป็นโรคนี้หรือเปล่าคะ เพราะมีอาการยอกหน้าอก แสบลำคอ และหน้าอกจากกรด รวมถึงปวดท้องด้วย เวลาทานอาหารไปสักพัก จะมีน้ำย่อยออกมาเอ่อล้นอยู่ที่ลำคอตลอด ท้องบวมเลยค่ะ บางครั้งทรมานมากจนต้องดื่มน้ำ และอาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาบ้างก็จะค่อยยังชั่วนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้เหมือนเป็นหนักมาก ทรมานสุด ๆ เลยค่ะ เป็นมาเกือบสองเดือนแล้วค่ะ เป็นทั้งวันเลย แต่ก่อน ยังมีเวลาเป็น ๆ หาย ๆ แล้วก็มีอาการอีกอย่างค่ะ คือพอน้ำย่อยล้นมาก ๆ เข้าหูเลยพลอยมีเสียงวิ๊ง ๆ ผ่านมาเป็นระยะ ๆ แล้วก็หายค่ะ
บล็อก "บ้านสุขภาพ" ไม่มีนโยบายในการวินิจฉัย หรือรักษาโรคออนไลน์ครับ เราเน้นส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
ตอนนี้เป็นอยู่เหมือนกันครับ ไปมาหลางโรงบาลแล้วครับก็ยังไม่หายเลยครับ มันทรมานมากๆเลยครับ ทานอาหารอะไรไม่ได้เลย แถมยังแน่น จุก ที่หน้าอกอยู่ตลอดเวลาเลยครับ รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำหน่อยครับ....ขอบคุณครับ
ง่ายที่สุดคือ ทำตามคำแนะนำของท่านอาจารย์ปารยะ และหายาลดกรด เช่น omeprazole (โอมีพราโซล) มากินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง เช้า-เย็น ฯลฯ หรือจะกินก่อนนอน (ควรห่างจากมื้ออาหาร 3 ชั่วโมงขึ้นไป ถ้าเป็นหลังอาหาร) ครั้งเดียว 2 เม็ดก็ได้
ถ้ากินแล้วยังมีอาการให้ลองกินยาลดกรดเสริม ถ้าไม่ดีต้องปรึกษาหมอใกล้บ้าน
ผมมีอาการจุกแถวหน้าอกบริเวณลิ้นปี่แต่ไม่
ค่อยบ่อยครับ และมีเลอเปรี้ยวบางครั้ง และมี
อาการเจ็บที่โคนลิ้นและลิ้นเป็นสีขาวช่วงเป็น
ช่วงแรกๆลิ้นเป็นดวงกลมเหมือนร้อนในเป็นๆ
หายๆครับไปหาหมอ คอ หู จมูกหมอท่านบอกว่าเป็นกรดไหลย้อนแต่ตอนนี้อาการลิ้นเป็นดวงเหมือนร้อนในหายแล้วก็
จะเหลือแต่อาการจุกอกกับเลอเปรื้ยวและลิ้นขาวคุณหมอที่ผมไปตรวจบอกว่าอาการลิ้นขาวเป็นเพราะกรดที่ไหลย้อนออกมากลัดลิ้นเราคือผมยังไม่ค่อยเข้าใจและคิดมากเรื่องลิ้นขาวว่าจะเกี่ยวกับกรดไหลย้อนรึปล่าวอยากให้
คุณหมอช่วยไขข้อข้องใจให้หน่อยครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ดิฉันมีอาการเหมือนมีอะไรมาติดที่คอ แล้วก็เรอบ่อย หลังทานอาหารก็จะอาเจียนเป็นประจำค่ะ แต่ไม่มีอาการแน่นหรือแสบหน้าอก นี่คืออาการกรดไหลย้อนหรือป่าวค่ะ