...

เร็วๆ นี้มีโฆษณาน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งบ้วนทีเดียวมีเสียงระเบิด ตามด้วยภาพเพรียงที่เกาะอยู่ด้านนอกเรือหลุดร่วงออกไปทันที

ปัญหาคือ น้ำยาบ้วนปากมีประสิทธิภาพในการป้องกัน และลดกลิ่นปากหรือไม่ เรื่องนี้มีผลการศึกษาวิจัยมาฝากพวกเรากันครับ

...

ภาพช่องปากจำลอง (มุมมองจากด้านคอหอย หรือด้านหลัง) จากสารานุกรมวิกิพีเดีย > [ picture from Wikipedia ]

  • ภาพจำลอง (simulation) ในที่นี้หมายถึงภาพที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ให้คล้ายของจริง ไม่ได้หมายถึงช่องปากของคุณ "จำลอง" ที่กำลังประท้วง และไม่เกี่ยวกับการเมืองที่คนไทยส่วนใหญ่คงจะเบื่อพวกประท้วงทั้ง 2 ฝ่ายเต็มที

...

ภาพช่องปากจำลองให้คล้ายของจริง (ไม่เกี่ยวกับคุณ "จำลอง" อีกนั่นแหละ) จากสารานุกรมวิกิพีเดีย > [ picture from Wikipedia ] & [ Wikipedia ]

...

กลิ่นปากของคนเราส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในช่องปาก... เริ่มจากแบคทีเรียหรือสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วจนมองไม่เห็นภายในช่องปากย่อยสลายเศษอาหาร เศษเซลล์เยื่อบุในช่องปาก และน้ำลาย

ผลของการย่อยสลายจะได้สารประกอบกำมะถันที่มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า

...

ท่านอาจารย์ซีบิส เฟโดโรวิคซ์ (Zbys Fedorowicz) และคณะ แห่งกระทรวงสาธารณสุข บาห์เรน อาวาลิ ทำการทบทวนผลการวิจัยแบบสุ่ม (ตามหลักวิชาการทางสถิติ)

ผลการวิจัยแบบสุ่มที่นำไปทบทวนทำการเปรียบเทียบน้ำยาบ้วนปากกับยาหลอก (placebo = ยาที่ทำให้มีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสคล้ายยาจริง ทว่า... ไม่มีสารออกฤทธิ์)ในกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ที่มีกลิ่นปาก (อายุเกิน 18 ปี) จำนวน 293 คน

...

ภาพแปรงขูดลิ้นจากสารานุกรมวิกิพีเดีย > [ picture from Wikipedia ]

  • กระบวนการเกิดกลิ่นปากในช่องปากส่วนใหญ่เกิดที่ "ลิ้น"
  • การทำความสะอาดลิ้น โดยใช้แปรงถูด้านบนเบาๆ มีส่วนช่วยลดเชื้อโรคหรือแบคทีเรียในช่องปากให้น้อยลงได้

...

ผลการศึกษาทบทวนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารห้องสมุดโคเครน ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำการทบทวนผลการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ระหว่างประเทศพบว่า น้ำยาบ้วนปากส่วนใหญ่ทำให้กลิ่นปากลดลงได้จริง

กลไกที่ทำให้กลิ่นปากลดลงพบ 2 รูปแบบได้แก่

(1). การทำงานของน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น คลอเฮซิดีน (chlorhexidine), เซทิลพายริดิเนียม (cetylpyridinium) ฯลฯ ทำให้จำนวนแบคทีเรียในช่องปากลดลง

(2). สารเคมีหลายชนิด เช่น คลอรีน ไดออกไซด์ (chlorine dioxide),สังกะสี (zinc / ซิ้งค์) ฯลฯ ยับยั้งการย่อยสลายของแบคทีเรียในช่องปาก

...

ภาพแปรงขูดลิ้นจากสารานุกรมวิกิพีเดีย > [ picture from Wikipedia ]

...

อาจารย์เฟโด โรวิคซ์กล่าวว่า ข้อควรระวังคือ น้ำยาบ้วนปากที่มีสารคลอเฮซิดีนปนอยู่ด้วยอาจทำให้ฟันหรือลิ้นติดสีของน้ำยาได้ชั่วคราว

นอกจากนั้นสารคลอเฮซิดีนอาจทำให้รสชาดของอาหาร เครื่องดื่ม หรือน้ำเปลี่ยนไปชั่วคราวได้เช่นกัน

...

อาจารย์แห่งสถาบันเมโยคลินิก สหรัฐฯ แนะนำวิธีป้องกันกลิ่นปาก (halitosis) ไว้ดังต่อไปนี้

(1). ลดอาหารบางชนิด

  • อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดกลิ่นปาก เช่น หอม กระเทียม ฯลฯ รวมทั้งพืชผักที่มีน้ำมันหอมระเหยอีกหลายชนิด

...

  • หอมและกระเทียมอาจทำให้กลิ่นปาก กลิ่นจมูก (ออกมาทางลมหายใจ) หรือกลิ่นตัวแรงหลังกินได้นานถึง 72 ชั่วโมง หรือประมาณ 3 วัน
  • เพราะฉะนั้นถ้ามีนัดหรือภารกิจครั้งสำคัญ เช่น มีกิจธุระต้องไปขอความเห็นใจจากใคร สมัครงาน ฯลฯ... ควรงดหอมและกระเทียมก่อนปฏิบัติการ 72 ชั่วโมง หรือประมาณ 3 วัน

...

(2). แปรงฟันแล้วอย่าลืมแปรงลิ้น

  • การแปรงฟันเบาๆ ด้วยแปรงขนอ่อนให้ถูกวิธีวันละ 2-3 ครั้ง ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ แปรงลิ้น (ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนแปรงเบาๆ ได้ โดยการวางแปรงขวางแนวลิ้น) มีส่วนช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากให้น้อยลงได้

...

  • ไม่ควรแปรงฟันหลังกินผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีกรด เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ฯลฯ 1 ชั่วโมง เนื่องจากฟันคนเราจะอ่อนลงชั่วคราวหลังสัมผัสกรด > การแปรงฟันในช่วงนี้อาจทำให้ฟันสึก ฟันผุ หรือเกิดอาการเสียวฟันได้ง่ายขึ้น

...

  • หลังกินผลไม้ ดื่มน้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีกรด > ควรบ้วนปากหลายๆ ครั้งทันที
  • ถ้าไม่มีโอกาสบ้วนปากทันที > การดื่มน้ำเปล่าตาม หรือการเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาลช่วยได้

...

(3). เปลี่ยนแปรง

  • ควรใช้แปรงสีฟันขนอ่อน (soft) หรืออ่อนมากเป็นพิเศษ (extrasoft) > สะบัดแปรงแรงๆ หลังทำความสะอาด ตากในที่มีลมโกรก เพื่อให้แปรงสีฟันมีโอกาสแห้ง และลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวแปรง หรือขนแปรงให้น้อยลงได้

...

  • การนำแปรงออกไปตากแดดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือแช่ในน้ำร้อนจัดมีส่วนช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวแปรง หรือขนแป่งให้น้อยลงได้

...

(4). ใช้ไหมขัดฟัน

  • การแปรงฟันทำความสะอาดผิวฟันได้ประมาณ 60% ของพื้นที่ทั้งหมด การใช้ไหมขัดฟัน (dental floss) วันละ 1 ครั้งมีส่วนช่วยทำความสะอาดฟันส่วนที่เหลือ (ประมาณ 40%) และเนื้อเยื่อรอบโคนฟัน (ปริทนต์)

...

(5). ตรวจช่องปาก

  • ควรตรวจสุขภาพช่องปากกับหมอฟัน หรือผู้ช่วยหมอฟันทุกๆ 6 เดือน

...

(6). ทำความสะอาดฟันปลอม

  • ถ้าสวมฟันปลอม > ควรทำความสะอาดฟันปลอมเป็นประจำตามที่หมอฟันแนะนำ

...

(7). ดื่มน้ำ

  • ภาวะขาดน้ำ (dehydration) ทำให้เศษอาหาร เครื่องดื่ม และเศษเซลล์เยื่อบุในช่องปากตกค้างอยู่ในปากได้นานขึ้น ย่อยสลายเป็นกลิ่นปากมากขึ้น

...

  • ช่วงเวลาที่คนเรามีกลิ่นปากแรงที่สุดมักจะเป็นช่วงหลังตื่นนอนเช้า > วิธีป้องกันคือ ดื่มน้ำให้มากพอทั้งวัน บ้วนปากหลายๆ ครั้งทันทีที่ตื่นนอน และดื่มน้ำ 2-3 แก้วทันทีหลังตื่นนอน
  • ควรดื่มน้ำให้มากพอทุกวัน โดยสังเกตสีปัสสาวะ > ปัสสาวะควรมีสีเหลืองจาง ถ้ามีสีเหลืองเข้มบ่งชี้ว่า น่าจะดื่มน้ำน้อยเกินไป

...

  • ถ้าปัสสาวะน้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อครั้งในช่วงกลางวัน > บ่งชี้ว่า อาจจะดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • ถ้าปัสสาวะบ่อยเกิน 1 ชั่วโมงต่อครั้ง > บ่งชี้ว่า อาจจะดื่มน้ำมากเกินไป

...

  • คนที่มีน้ำลายน้อยเรื้อรัง เช่น คนไข้มะเร็งหลังฉายแสงบริเวณช่องปากหรือลำคอ ฯลฯ อาจต้องปรึกษาหมอฟัน เพื่อพิจารณาการใช้น้ำลายเทียมเสริม

...

(8). งดบุหรี่

  • บุหรี่ทำให้ปากแห้งง่าย ทำให้กลิ่นปากแรงขึ้น > ควรเลิกบุหรี่ หรืออย่างน้อยที่สุดควรลดปริมาณการสูบให้น้อยลง

...

  • คนที่สูบบุหรี่มักจะมีกลิ่นปากจากบุหรี่ และอาจมีกลิ่นปากเพิ่มขึ้นจากโรคเหงือกอักเสบ หรือปริทนต์อักเสบ (periodontitis = เนื้อเยื่อรอบโคนฟันอักเสบ) ที่พบได้บ่อยขึ้นในคนที่สูบบุหรี่

...

(9). ใส่ใจสุขภาพ

  • โรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินอาหาร หรือทางเดินลมหายใจ เช่น โรคอาหารขย้อน (GERD / เกิร์ด) ไซนัสอักเสบ (โพรงรอบจมูกอักเสบ) หลอดลมอักเสบ  ฯลฯ อาจทำให้เกิดกลิ่นออกมาทางปากได้

...

(10). ไม่ลดความอ้วนเร็วเกิน

  • คนที่ลดความอ้วนเร็วมากๆ อาจมีกลิ่นคโทนส์ (ketones) คล้ายกลิ่นผลไม้สุกจากการสันดาปไขมันได้ > วิธีที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่า คือ การลดความอ้วนช้าหน่อย ประมาณสัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม 

...

(11). ระวังภูมิแพ้

  • โรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะจมูกอักเสบ-ไซนัส (โพรงรอบจมูก) อักเสบ (rhinitis-sinusitis) อาจทำให้เกิดกลิ่นออกมากับลมหายใจ และอาจเข้าใจผิด คิดว่า เป็นกลิ่นปากได้

...

(12). ระวังรักแร้

  • กลิ่นตัว โดยเฉพาะกลิ่นจากรักแร้ อาจทำให้เกิดกลิ่นออกมา... บางครั้งก็ทำให้เกิดอาการสับสนปนเป เข้าใจว่า เป็นกลิ่นปาก

...

  • การอาบน้ำถูสบู่ให้ดีทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณข้อพับแขน-รักแร้-ขาหนีบ-เท้า อาจช่วยลดกลิ่นตัวได้
  • ยาทารักแร้ หรือสารส้มมีส่วนช่วยลดกลิ่นตัวได้

... 

(13). ทำใจ

  • ถ้าทำทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น... ควรปรึกษาอาจารย์หมอฟัน ตรวจฟันตรวจเหงือกให้ละเอียดถี่ถ้วน เนื่องจากสาเหตุของกลิ่นปากมักจะซ่อนอยู่ตามซอกเหงือก ซอกฟัน เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ ปริทนต์อักเสบ (เนื้อเยื่อรอบโคนฟันอักเสบ) ฯลฯ

...

  • ถ้าทำทุกอย่างแล้ว... อะไรๆ ยังไม่ดีขึ้นอีกอาจต้องหาว่า มีโรคอาหารขย้อน (GERD / เกิร์ด) จากกระเพาะอาหารขึ้นมาหลอดอาหาร คอหอย หรือช่องปากหรือไม่ เนื่องจากโรคอาหารขย้อนอาจทำให้มีกลิ่นแปลกๆ โผล่ตามมาด้วย

...

และที่สุดของที่สุด... คือ ต้อง "ทำใจ" อย่าไปหวังอะไรมากเกิน เช่น หวังว่า ชีวิตจะต้องสมบูรณ์แบบ 100% ฯลฯ

ร่างกายคนเรานั้น พระท่านเรียกว่า "ปูติกาโย (ปูติ = เน่า; กาโย = ร่างกาย) นั่นคือ อาการ 32 ของคนเราพร้อมเสมอที่จะเน่าเหม็น เราเพียงแต่ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด หลังจากนั้นก็ต้องทำใจ เพราะอาการ 32 หรือเนื้อเยื่อคนเรานั้นพร้อมที่จะส่งกลิ่นเหม็นออกมาเสมอ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 

 

 

ที่มา                                                  

...

  • Thank Reuters > Mouthwashes work but may stain teeth for a while > [ Click ] > October 10, 2008. // Source > <span class="Apple-style-span" style="word-spacing: 0px; font: 16px/19px verdana; text-transform: none; color: #000000; text-indent: 0px; white-space: normal; letter-spacing: normal; border-collapse: separate; orphans: 2; widow