การยอม อโหสิกรรมต่อกันนั้น ช่างมีพลานุภาพอันยิ่งใหญ่

    วันนี้ขอเขียนบันทึกสองบันทึก จากแรงบันดาลใจ กับการเห็นคุณค่า การอโหสิกรรม เพื่อจะเป็นการเล่าเรื่อง กาษา นาคา ให้จบสมบูรณ์เสียวันนี้ด้วย

    สุดท้ายตัวเอกของเรื่อง ทั้งสองคน  ได้ไปพบกันอีกครั้ง แต่คนละสภาวะ ณ ริมแม่น้ำโขง ซึ่งคงเป็นพอดี กับช่วงเวลานี้ วันออกพรรษา ที่ริมแม่น้ำโขง กำลังมีผู้คนไปเยือน เพื่อเฝ้าชม ดวงไฟ ที่ผุดขึ้นมา อย่างอัศจรรย์ จากท้องน้ำ ในวันเฉพาะนี้เท่านั้น

      ด้วยผลกุศลแห่งการยอม อโหสิกรรมต่อกันนั้น ช่างมีพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ ฝ่ายหนึ่งได้เดินทางเข้าสู่ผ้ากาสาวพัสดิ์ ปฏิบัติธรรมให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป และอีกผู้หนึ่ง แม้จะยกโทษด้วยการจำนน ต่อน้ำใจที่มุ่งมั่นของคู่กรณี จนไร้ข้อค้างคาใจต่อกัน ถึงจะไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ หรือภพที่ประเสริฐกว่าเดิม แต่ก็น่าจะเชื่อว่า เธอคงพบชีวิตที่ดีขึ้น ไม่มีไฟพยาบาทแผดเผา และยังวนเวียน ยินยอมรับการแผ่เมตตาจิต จากกัลยาณมิตร ผู้ถือบวช ไปตลอดอีกหนึ่งชาตินี้

  บันทึกก่อน ผู้เขียน ได้เล่าเรื่องของวาดจันทร์ กับพงศ์พญา ค้างไว้ ก็ขอเชิญ อ่านอีกสองตอนสุดท้าย เพื่อให้ได้ทราบเรื่องราว ที่สมบูรณ์ต่อไปเถิดนะคะ

ส่วนผู้ใด ได้ไปชมบั้งไฟพญานาคมาแล้ว ก็อาจจะเป็นการไปชม ดวงไฟของวาดจันทร์ก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่า วาดจันทร์ ได้เกิดปิติ และศรัทธาในบุญบ้างแล้ว

  เพราะดวงไฟพญานาค ที่พบเห็นนั้น กล่าวกันว่า เกิดจากความปิติในธรรมะและบุญที่ได้รับ จากผู้ทรงศิล  ของเหล่าพญานาคนั่นเอง

กาษา นาคา (เมื่อบาปรักษา)

 อวสาน กาษา นาคา ( มรณานุสติของวาดจันทร์ )

  ขอให้ทุกท่าน ได้รับโอกาสแห่งการเป็นผู้รับการอโหสิกรรม

และเป็นผู้ให้การอโหสิกรรมต่อกัน ในภพชาตินี้

โดยถ้วนทั่วทุกผู้คนเทอญ

....สวัสดีค่ะ...

กาษา นาคา - กาษานาคา (ญ-นุ่น)