“เก้าอี้ตัวสุดท้าย” เป็นยุทธศาสตร์ชีวิตการทำงานของผม    เมื่อทำหน้าที่ ผอ. สกว. ผมบอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสเดียวในชีวิต    ที่ได้เริ่มก่อตั้งหน่วยงานด้วยตนเอง    และเป็นหน่วยงานในอุดมคติสำหรับผม    คือเป็นหน่วยงานอิสระจากระบบราชการ    และคณะกรรมการนโยบาย สกว. กำหนดให้มีระบบงานแบบ strong executive, strong evaluation    ผมมีอิสระในการหาคนเก่งที่สุดมาทำงาน    คณะกรรมการย้ำแล้วย้ำอีก  ว่าต้องหาคนดีและเก่งที่สุดมาทำงาน   คนที่ย้ำมากที่สุดคือท่านปลัดอภิลาส  โอสถานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น     ผมได้โอกาสทุ่มเทเต็มที่ และบอกตัวเองว่า นี่คือเก้าอี้ตัวสุดท้ายสำหรับผม

ผมสังเกตว่า ในหลายหน่วยงาน หลายกรณี   ผู้มาดำรงตำแหน่งต่างๆ มีเป้าหมายใช้ตำแหน่งนั้นเป็นบันไดไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า    ผมไม่ยกย่องคนแบบนั้น   ผมคิดว่าคนแบบนั้นเห็นแก่ตัว   เป็นการทำลายคุณค่าของตำแหน่ง และหน่วยงาน   และลึกๆ แล้ว ผมคิดว่าเขาทำลายตัวเองด้วย   เพราะจะเป็นการเพาะนิสัยฉาบฉวย ทำงานเพียงเพื่อตำแหน่ง หรือเพื่อการไต่เต้าของตนเอง    คนที่มีนิสัยเช่นนี้ ไม่ใช่คนจริง

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า เก้าอี้หรือตำแหน่งมีไว้ทำงาน   ไม่ใช่มีไว้แสดงอำนาจหรือไว้แสวงหาผลประโยชน์   เมื่อได้ทำหน้าที่ใด ผมจะครุ่นคิดตีความว่าการทำหน้าที่นั้นให้เกิดความสำเร็จเกิดประโยชน์สูงส่งต่อบ้านเมือง เป็นอย่างไร    แล้วทุ่มเททำงานเพื่อสร้างคุณค่านั้น   มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำหน้าที่นั้น    ไม่วอกแวกไปหาทางแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์แบบใด

เมื่อมีโอกาส ผมจะชักชวนเพื่อนร่วมงานให้ทุ่มเทเพื่อการทำหน้าที่ต่อ เก้าอี้ตัวสุดท้าย ของแต่ละคน   การทุ่มเทนี้ จะช่วยให้เราตีความคุณค่าของเก้าอี้แต่ละตัวได้ลึกซึ้งกว้างขวางเชื่อมโยง    ทำให้เราเกิดการเรียนรู้มาก และทุ่มเทลงมือทำงานมาก   และเมื่อเราเข้าใจคุณค่าของตำแหน่งที่เรารับผิดชอบ อย่างแท้จริง    เราจะพบว่า ตัวเราไม่มีความสามารถที่จะสร้างความสำเร็จที่แท้จริงตามตำแหน่งหน้าที่นั้น   เราต้องอาศัยคนอื่นอีกมากมายจึงจะสร้างความสำเร็จที่ลึกซึ้งนั้นได้   เราก็จะมีพฤติกรรมเครือข่าย มีความเคารพผู้อื่น   เกิดการทำงานร่วมมือกับผู้คนอย่างกว้างขวาง    เกิดความสำเร็จที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดได้    และเกิดมิตรไมตรีกว้างขวาง

ยุทธศาสตร์เก้าอี้ตัวสุดท้าย   ทำให้ชีวิตยิ่งใหญ่ในระดับไร้เก้าอี้

 

วิจารณ์ พานิช

๙ ต.ค. ๕๑